เทียบจุฑา สนับสนุนแก้ พ.ร.บ.ประมง เปิดทางประมงพื้นบ้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

เทียบจุฑา ขาวขำ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การประมง โดยชี้ว่ากฎหมายปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อเรือใหญ่ ทำให้ประมงพื้นบ้านตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ พร้อมเสนอให้แก้ไขนิยามประมงพื้นบ้านในมาตรา 5 ให้ครอบคลุมกิจกรรมประมงชายฝั่งตามวิถีชีวิตจริง โดยกำหนดขนาดเรือไม่เกิน 10 ตันกรอสและมีคุณลักษณะเฉพาะ รวมถึงปรับปรุงบทลงโทษสำหรับเรือไร้สัญชาติให้เป็นธรรมมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงรายย่อยและส่งเสริมการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ตามที่ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และเพื่อน สส. หลาย ๆ ท่านได้นำเสนอดิฉันเห็นด้วยในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานคะ แทบจะพูดได้เลยว่าตั้งแต่ประกาศการใช้กฎหมายประมง ในปี ๒๕๕๘ มานั้น เกือบ ๑๐ ปีแล้ว พี่น้องประมงพื้นบ้านแทบจะสูญพันธุ์กันเลยค่ะ ท่านประธาน เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อคนตัวเล็กตัวน้อยประมงขนาดเล็ก ไปเอื้อนายทุนขนาดใหญ่ หรือเอื้อเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างเช่นในสไลด์นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

แล้วก็เอารัดเอาเปรียบพี่น้องชาวประมง ตัวเล็กตัวน้อยมากค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นใจเพราะว่าดิฉันได้มีญาติพี่น้องที่ทำอาชีพ ประมงหลายจังหวัดตามชายฝั่งทะเล ดิฉันขอยกตัวอย่างกฎหมายประมงฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่สร้างปัญหาอุปสรรคให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ยกตัวอย่างเช่น คำนิยามในมาตรา ๕ ว่าด้วยนิยามจะส่งผลกระทบในเรื่องของการบริหารการจัดการ เป็นอำนาจคณะกรรมการ ประมงประจำจังหวัด โดยระบุว่าการประมงพื้นบ้านก็คือเรือที่มีขนาดต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส หากใหญ่กว่านั้นก็จะถูกจัดเป็นเรือประมงพาณิชย์ ท่านประธานเห็นไหมคะเอารัดเอาเปรียบ จะเห็นว่าวัตถุประสงค์ทางกฎหมายไม่ส่งเสริมให้กับคนรายเล็กรายย่อยเลย ส่งผลกระทบ รุนแรงมากต่อกลุ่มประมงพื้นบ้าน รวมทั้งเกิดช่องโหว่ทางกฎหมายมากมาย มีข้อกำหนด ก็ไม่ชัดเจน ไม่ตอบโจทย์ แล้วก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านเลย แล้วการนิยามความหมายของประมงพื้นบ้านแบบนี้ ก็ไม่ตรงวิถีชีวิตของพี่น้องชาวประมง ตามความเป็นจริงเลย ชาวประมงพื้นบ้านก็ทำประมงนอกเขตชายทะเลด้วยน่าจะดี ดิฉันสนับสนุนร่างของท่านวิสุทธิ์ แล้วก็เพื่อน สส. ที่นำเสนอแก้ไขยกร่างในการแก้กฎหมาย เพิ่มเติมในมาตรา ๕ และแก้ไขเพิ่มเติมบทคำนิยามว่า ประมงพื้นบ้าน ให้หมายความว่า ประมงในเขตทะเลชายฝั่ง เห็นด้วยค่ะ ไม่ว่าจะใช้เรือประมงหรือใช้เครื่องมือ โดยการใช้ เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส และมีคุณลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกระทรวง ทั้งคุณลักษณะอื่นที่กำหนดจะต้องประกอบไปด้วยขนาดแรงม้าของเรือ ลูกเรือและเครื่องมือ ของประมงพาณิชย์ด้วย ดิฉันก็ได้มาศึกษา ได้อ่าน ได้ศึกษาของสำนักงานอัยการสูงสุด ก็มีความเห็นด้วย เพราะว่าการยกร่างคำนิยามใหม่นี้จะต้องช่วยให้เกิดความชัดเจนและ ครอบคลุมกิจการประมง และจัดระเบียบการประมงในประเทศไทยรองรับการจัดระเบียบ การประมงทะเลในน่านน้ำอื่นด้วย ภายใต้กติการะหว่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำ การประมงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ดิฉันเห็นด้วยในการแก้ไขค่ะ

อย่างมาตรา ๑๐ ก็ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้ใดใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง ซึ่งมีความหมายครอบคลุมถึงเรือที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเรือที่มีปัญหาต่อพี่น้องชาวประมงรายเล็ก รายน้อยมีเยอะ เพราะพวกเขาใช้เรือเป็นอาชีพทำมาหากิน ต้องใช้เรือหาปลาเป็นอาชีพ แล้วเรือก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียน พอถูกจับว่าเรือไร้สัญชาติก็จะถูกริบ แล้วถูกปรับเงินเป็นแสน โทษมันสูงเกินไป ซึ่งปัญหานี้ก็เกิดทั่วไปหมดทั้งประเทศก็ว่าได้ ซึ่งพี่น้องชาวประมงบางคน ก็มีความรู้ บางคนก็ไม่มีความรู้ ไม่ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด ตัวเองก็ถูกปรับ ริบเรือไป นี่ล่ะค่ะน่าเห็นใจมาก ดังนั้นร่างที่ท่านวิสุทธิ์และเพื่อนสมาชิกเสนอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๐ โดยตรง แต่ร่างนี้มีการแก้ไขบทลงโทษผู้กระทำความผิดที่ใช้เรือ แบบที่ไม่มีทะเบียนให้เป็นไปอย่างเหมาะสมแล้วก็เป็นธรรม เราจะเห็นได้ในร่างมาตรา ๑๒๐/๑ ที่บัญญัติว่า การกระทำดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการกระทำการประมงโดยการฝ่าฝืนกฎหมาย อย่างร้ายแรงตามมาตรา ๑๒๐ โดยเฉพาะความผิด (๑) การใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง ตามมาตรา ๑๐ ซึ่งบทลงโทษในกฎหมายฉบับปัจจุบันนี้ความผิดในมาตรานี้แค่ใช้เรือ ไปทำมาหากินแบบที่ไม่มีทะเบียนนี่ก็มีโทษรุนแรงแล้ว จะเรียกได้ว่าเป็นฆาตกร พี่น้องชาวประมงก็ว่าได้ เช่น การยึดสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงมา ห้ามทำการประมงจนกว่าจะมีการปฏิบัติให้ถูกต้อง สั่งพักใช้ใบอนุญาตกำหนดระยะเวลา ไม่เกิน ๙๐ วัน แล้วก็เพิกถอนใบอนุญาตและประกาศให้เรือประมงนั้นเป็นเรือที่ใช้ ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกักเรือประมงให้พี่น้องชาวประมงนำเรือนั้น ออกมาทำมาหากินได้ แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทยโดยท่านวิสุทธิ์เสนอบทลงโทษนั้น ดิฉันชอบ เพราะว่ามันลดลง ซึ่งมีความเหมาะสมกับพี่น้องชาวประมงคือ การอายัดสัตว์น้ำที่ได้จาก การทำประมงหรือการกักเรือประมงนั้นให้ได้ไม่เกิน ๙๐ วัน แล้วการพักใบอนุญาต หรือยึดใบอนุญาตเท่านั้น ดังนั้นการทำประมงต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ที่แก้พระราชบัญญัติ ดิฉันเห็นว่ามันเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดรับกับนโยบายการประมง เป็นการพัฒนา คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวประมงให้ดีขึ้นด้วย แล้วก็จะได้รับการบริหารจัดการอย่างดีจาก ภาครัฐและเป็นธรรมด้วย ดิฉันขอสนับสนุนในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ