ชนินทร์ เสนอ ๕ ข้อเสนอคุ้มครองชาวประมง ยื่นร่าง พ.ร.บ.ทั้ง ๕ ฉบับให้ ครม.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เสนอข้อเสนอ ๕ ประเด็นเพื่อคุ้มครองชาวประมง ได้แก่ การเพิ่มเติมเจตนารมณ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต, การเพิ่มอิสระในการออกทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง, การอนุญาตดัดแปลงเครื่องมือโดยรัฐควบคุม, การยกเลิกโทษยึดเรือ, และการปรับบทลงโทษอาญาให้มีเบี้ยปรับที่เหมาะสม โดยเสนอให้รับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ แต่ควรนำร่างของคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับหลักการมาพิจารณาร่วมกันเพื่อให้เกิดความครอบคลุมรอบด้านและยั่งยืนต่อชาวประมง

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ร่างของพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะ ร่างของท่าน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ร่างของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทย เราลงพื้นที่รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนมาตลอด ทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ เรารับทราบถึงความทุกข์ยากของพี่น้องชาวประมงที่ต้องเผชิญกับปัญหาของการโดน ข้อกฎหมาย การบังคับใช้ข้อกฎหมายที่ไม่เหมาะสม ปฏิบัติได้ยาก แล้วก็มีบทลงโทษ ที่ไม่สมส่วนกับความผิด ชาวประมงถูกดำเนินคดีนับหมื่นรายครับท่านประธาน ในช่วงเวลา ที่ผ่านมามีเรือประมงถูกบังคับให้จอดทิ้งไว้กว่า ๓,๐๐๐ ลำ มีผู้ประกอบการกิจการประมง ต่าง ๆ รวมถึงลูกจ้างต่าง ๆ ถูกลอยแพไม่ได้ประกอบอาชีพ มีครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ กว่า ๕๐,๐๐๐ ครอบครัวครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมดของอุตสาหกรรมประมง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดปลา ท่าเรือ ห้องเย็น สถานีน้ำมัน โรงงานน้ำแข็ง แล้วก็อีกหลายธุรกิจครับ มูลค่า ความเสียหายของอุตสาหกรรมประมงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คิดเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยต่อปีเกินกว่าปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เร่งด่วน ที่ทางสภาของเราและทางรัฐบาลต้องรีบแก้ไขครับ ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากอะไรครับ ท่านประธาน ปัญหาเกิดจากการตราพระราชกำหนดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. พระราชกำหนดนี้ถูกตราขึ้นอย่างเร่งด่วนจากแรงกดดันของประเทศต่างชาติ โดยที่ไม่ได้ มีการคิดให้ถี่ถ้วน มีการไตร่ตรองถึงความเหมาะสม แล้วก็หารือเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่มีความพยายามที่จะเอาใจคนนอกบ้าน โดยทำให้พี่น้องประมงคนในบ้านของเราเอง ต้องเสียหายแล้วก็ต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปีครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ ทำลายอาชีพ ทำลายธุรกิจ แล้วก็ทำลายเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างชัดเจน พรรคเพื่อไทย เราร่วมงานกับสมาคมประมงแห่งประเทศไทยแล้วก็ตัวแทนจากสมาคมประมงทั้ง ๒๒ จังหวัด เราหารือเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด นำมาซึ่งการยื่นร่างพระราชบัญญัติ เพื่อแก้ไขพระราชกำหนดการประมงฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว น่าเสียดายครับ ที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาจนสำเร็จลุล่วงจึงจำเป็นจะต้องมีการยื่นเข้ามา อีกครั้งในสมัยประชุมนี้ ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาเราประกาศเป็นนโยบายของ พรรคเพื่อไทยว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารเราจะทำให้ประมงไทยกลับมาเป็นเจ้าสมุทร อีกครั้งหนึ่ง การที่เราจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวประมงผมขอย้ำอย่างนี้ว่าเราสามารถ ดำเนินการได้ใน ๒ ระดับครับท่านประธาน ทั้งในส่วนของฝั่งบริหารแล้วก็ส่วนในฝั่งของ นิติบัญญัติ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาประมงให้พี่น้องประมงไทยตั้งแต่การประชุม ครม. นัดแรกวันที่ ๑๔ กันยายน ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐามีดำริให้ตั้งคณะกรรมการ เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลและอุตสาหกรรมการประมงขึ้นมาโดยทันที มีท่านรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธาน และประสานเอาทั้งภาคธุรกิจ ภาคราชการ และรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันอยู่ในคณะกรรมการ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คณะกรรมการ ชุดนี้ทำงานอย่างต่อเนื่องครับท่านประธาน ในช่วง ๓-๔ เดือนที่รัฐบาลเข้ามาสามารถ แก้ไขกฎหมายในระดับรองที่ไม่ใช่ระดับพระราชบัญญัติไปแล้วถึง ๑๙ ฉบับ กฎหมายเหล่านี้ สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้ก่อนอย่างเร่งด่วน ผมขอพูดถึงการแก้ปัญหาของคณะกรรมการ ชุดนี้คร่าว ๆ เพื่อให้เห็นภาพของการทำงานในฝั่งบริหาร

ในประเด็นแรกคณะกรรมการชุดนี้มีการปรับปรุงกระบวนการควบคุม ดูแลและบทลงโทษให้มีความเหมาะสมมากขึ้น กล่าวคือโทษต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมี การพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดด้วย การพิจารณาโทษทางอาญาอาจจะรุนแรง จนเกินไปในบางทีหากไม่พิจารณาถึงเจตนา ชาวประมงจำนวนไม่น้อยที่อาจจะยังไม่เข้าใจ กฎหมายและไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด แต่โทษที่เขาได้รับกลับรุนแรงจนเกินไป คณะกรรมการมีการออกประกาศแล้วก็มีการปรับกฎเกณฑ์ให้สามารถมีเบี้ยปรับมาทดแทน โทษอาญาที่เกินกว่าเหตุได้ รวมไปถึงกรณีที่มีการยึดเรือของพี่น้องชาวประมง กรรมการ ออกระเบียบให้สามารถมีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำเรือเหล่านั้นกลับมา ประกอบอาชีพ ประกอบกิจการต่อได้ ทำให้การต่อเนื่องของการประกอบอาชีพแล้วก็ การจ้างงานต่าง ๆ ยังดำรงอยู่ต่อได้ คณะกรรมการมีการปรับปรุงกระบวนการควบคุม การออกเรือ ทำให้มีการเพิ่มวันทำการประมงได้อีกประมาณ ๒๐-๕๐ วัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ แล้วก็ขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์ที่ใช้ การเพิ่มการออกเรือทำให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของอุตสาหกรรมประมงได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน

แล้วอีกประเด็นหนี่งที่สำคัญมากก็คือการขอเอกสารต่าง ๆ แล้วก็ หนังสือรับรองในการอนุญาตต่าง ๆ มีการปรับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น แล้วก็สามารถทำได้ที่กรมเจ้าท่า สิ่งเหล่านี้คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ทางฝั่งภาคบริหาร สามารถดำเนินการได้เลยครับท่านประธาน แต่การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวประมง ไม่สามารถจบได้แค่ในอำนาจของฝั่งบริหาร ในฝั่งของนิติบัญญัติเราเองมีความจำเป็นจะต้องแก้พระราชบัญญัติ เพื่อแก้ไขพระราชกำหนด ประมงที่ค้างคามาตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. นำมาซึ่งสิ่งที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ในทุกวันนี้ครับ ท่านประธาน ร่างกฎหมายทั้ง ๕ ฉบับ ที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคต่าง ๆ เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน แล้วก็เป็นประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องชาวประมงครับ ผมอาจจะ ไม่ได้ลงรายละเอียดรายมาตราของแต่ละร่างนะครับ แต่ขอเน้นย้ำ ๕ หลักการสำคัญ ของร่างพรรคเพื่อไทยที่นำโดยท่าน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ

ในประเด็นแรก คือเป็นการเพิ่มเติมเจตนารมณ์ในการคุ้มครองการประกอบ อาชีพประมงให้สอดคล้องกับวิถีชาวประมงของคนไทยครับ

ประเด็นที่ ๒ คือเพิ่มอิสระให้ประมงพื้นบ้านสามารถออกไปทำการประมง นอกพื้นที่เขตทะเลชายฝั่งได้

ประเด็นที่ ๓ มีการเพิ่มให้ชาวประมงสามารถดัดแปลงเครื่องมือในการ ทำประมงได้ โดยมีหน่วยงานรัฐเป็นผู้ควบคุมครับ

ประเด็นที่ ๔ คือการแก้ไขเพิ่มเติมให้การกระทำความผิดต่าง ๆ ไม่มีโทษ ที่เป็นการยึดเรือครับ

ประเด็นที่ ๕ คือการปรับบทลงโทษทางอาญาให้มีเบี้ยปรับที่เหมาะสม ไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดเบี้ยปรับขั้นต่ำ เพราะว่าสามารถพิจารณาเรื่องเจตนาของการ กระทำความผิดประกอบได้

ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมเห็นว่าเราควรจะรับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับ ที่นำเสนอกันอยู่ในสภาทุกวันนี้ แต่เนื่องด้วยเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเองเพิ่งได้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประมงนี้ ซึ่งเป็นร่างของ ครม. แล้วก็จัดทำโดยกรมประมง ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายโดยตรง ผมเห็นว่าร่างนี้มีความจำเป็นแล้วก็อาจจะสามารถเพิ่มเติมหลักการให้ครอบคลุมครบถ้วน ดังนั้นในทางปฏิบัติเราควรจะนำร่างนี้เข้ามาร่วมพิจารณาร่วมกันกับ ๕ ร่าง ที่พรรคการเมือง นำเสนอ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมรอบด้าน และเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ อย่างยั่งยืนกับพี่น้องชาวประมงมากที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน