ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ หารือประเด็นการประมงและวิถีชีวิตทางทะเลในจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นความสำคัญของอาหารทะเลต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นและการท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมประมงอย่างยั่งยืนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันผ่านนโยบายรัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาทูน่า รวมถึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูอาชีพชาวประมงอย่างเป็นธรรมและรักษาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขออภิปรายในฐานะคนเกิดบนเกาะลูกทะเล จังหวัดภูเก็ตค่ะ บนเกาะภูเก็ตมีการทำประมงทุกรูปแบบ ทั้งการประมงพื้นบ้าน การประมง พาณิชย์ และยังมีการตกปลาเพื่อกีฬาที่เป็นที่สนใจจากนานาชาติ ก่อนที่ไข่มุกแห่งอันดามัน แห่งนี้จะเป็นเมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยว การบริโภคอาหารทะเลของคนภูเก็ตและคนไทย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมักจะไปที่ริมทะเลหาดราไวย์เพื่อบริโภคอาหารทะเล ขอภาพที่ ๑
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ซึ่งโต๊ะอาหาร ในช่วงเวลานั้นจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ตามที่ชาวประมงชายฝั่ง และเรือพาณิชย์ขนาดเล็กจะออกไปหาปลามาได้จากเครื่องมือเท่าที่เขามี อาหารทะเล มีความสดมากแทบไม่ต้องอาศัยการถนอมอาหารใด ๆ หลังจากที่การท่องเที่ยวเติบโต แล้วเริ่มเป็นอุตสาหกรรม การประมงเชิงพาณิชย์ก็เติบโตตาม มีการสร้างท่าเทียบเรือประมง พาณิชย์ขนาดใหญ่ขึ้น สร้างเรือให้ใหญ่ขึ้น ในช่วงนั้นดิฉันเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ได้มีการผลักดันร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สร้างท่าเทียบเรือ เพื่อรองรับการประมงพาณิชย์ เรียกว่า สะพานปลา มีองค์การสะพานปลาที่อยู่ในกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดูแล ภาพที่เราเห็นการบริโภคอาหารทะเลเปลี่ยนไป เรือประมง สามารถออกไปได้ไกลขึ้น มีการ Preserve โดยใช้น้ำแข็งดองในน้ำเค็มในน้ำทะเล เราได้เห็น นักท่องเที่ยว Enjoy กับอาหาร Seafood ไม่ว่า Lobster กุ้งก้ามกรามตัวใหญ่ ปลาเก๋าน้ำลึก ปลากะพงตัวใหญ่ ปลาทูน่าสดจากฝั่งอันดามัน ปูม้าสด ๆ จากทะเล จากนั้นอุตสาหกรรมประมงเริ่มเติบโต ดิฉันได้มีโอกาสกลับไปที่ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลา ที่ภูเก็ตอีกครั้งในฐานะตัวแทนพรรคไทยรักไทย จังหวัดภูเก็ต เดินตามนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่เพื่อดูเรื่องนโยบายการประมงไทย รัฐบาลไทยรักไทย ในสมัยนั้นได้ส่งเสริมประมงชายฝั่งให้ออกไปนอกน่านน้ำได้มากขึ้น โดยรัฐบาลเจรจา สร้างความร่วมมือทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมอุตสาหกรรมห้องเย็น ทั้งบนเรือและท่าเรือเพื่อออกไปหาปลาได้ไกลขึ้น อาหารสดมากขึ้น เป็นจุดก้าวกระโดด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชาวประมงไทย ยกตัวอย่าง ในครั้งนั้นได้มีนโยบาย ให้เพิ่มศักยภาพในการจับปลาทูน่าน้ำลึก ทำให้ภูเก็ตมีการจับปลาทูน่าในน่านน้ำไทย และนอกน่านน้ำมากขึ้น เป็นที่มาของปัจจุบันเราเป็นรองแค่ประเทศจีน ปลาทูน่าของไทย ขึ้นแท่นส่งปลา ประเทศไทยส่งปลาทูน่าออกปลากระป๋องเป็นเบอร์ ๒ ของโลก ในกลุ่ม อุตสาหกรรมประมงภูเก็ตขอให้รัฐบาลให้ภูเก็ตเป็น Hub ของปลาทูน่า ไทยส่งออกปลาทูน่า กระป๋องปี ๒๕๖๖ ๑๗๒,๐๐๐ ตัน มูลค่า ๒๖,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในสัดส่วน ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการส่งออกของประมงทั้งหมด ภูเก็ตผลักดัน Tuna Hub ก็ฝากประธานไปยัง รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายนี้ให้ต่อเนื่อง มีการพัฒนากองเรือประมง การแปรรูปสินค้า การประมงผ่านโครงการ OTOP และธุรกิจ SMEs ที่สำคัญในสมัยนั้นมีการอนุรักษ์และฟื้นฟู ทรัพยากรและระบบนิเวศทางธรรมชาติด้วย
ดิฉันมีภาพองค์การสะพานปลาภูเก็ตมาฝาก ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาล พรรคไทยรักไทยอยากจะให้เป็น Fishery Complex ให้มีตลาดซื้อปลาเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวคล้าย ๆ กับที่ประเทศญี่ปุ่น นี่เป็นที่ญี่ปุ่น อันนี้ที่ภูเก็ต ณ วันนี้ แล้วก็ที่ประเทศ ญี่ปุ่น ภาพต่อไปในปี ๒๕๔๔-๒๕๕๖ นโยบายที่พร้อมอุตสาหกรรมรองรับการส่งออกประมง ของไทยก็ขึ้นต้นอันดับต้น ๆของภูมิภาคได้ เป็นยุคที่มีการใส่ใจการประมงอย่างรับผิดชอบ มาถึงยุคปัจจุบันวิกฤติประมงไทยจากพระราชกำหนดการประมง ๒๕๕๘ และแก้ไข เพิ่มเติม ๒๕๖๐ ที่ต้องมาเกี่ยวกับ EU เพราะว่ากลุ่ม EU ประเทศทางยุโรปได้มีการ Import ผลิตภัณฑ์ประมงอุตสาหกรรมประมงอยู่ที่ 56.5 Billion US Dollar ซึ่งเทียบกับสหรัฐมีอยู่แค่ 22.4 Billion US Dollar ดังนั้นเขาก็จะมีอิทธิพลกับการที่ในกรณีที่เราจะส่งผลิตภัณฑ์ปลา หรือว่าผลิตภัณฑ์การประมงออกไปสู่ตลาดโลก ส่งผลให้การประมงไทยมีวิกฤติประมง นอกน่านน้ำเหลือ ๐ ประมงในน่านน้ำหายไป ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ คนงานประมงตกงาน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ การส่งออกจาก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องนำเข้า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ราคาปลาตกต่ำ เพราะปลาจากเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด คนประกอบอาชีพประมงติดคุก เป็นหนี้ เป็นคดีทั้งแพ่ง อาญา ทั้งปกครอง มีบางส่วนฆ่าตัวตายค่ะ พ.ร.บ. ประมงของพรรคเพื่อไทย จะคืนอาชีพประมงพื้นบ้านให้เป็นอาชีพของคนไทยเท่านั้น แก้ไขกฎหมายกำหนดค่า ให้เหมาะสม ไม่ขัดกับ IUU Fishing ลดเงื่อนไขการเดินเรือ เพิ่มพื้นที่การจับสัตว์น้ำเพิ่มเวลา ทำการประมง ปกป้องสัตว์น้ำขนาดเล็กให้ได้ดีกว่าเดิม สามารถทำงานประมงในเวลา กลางคืนได้ เพิ่มความสะดวกให้เป็น One Stop Service ส่งเสริมการประมงการอนุรักษ์ การพัฒนาที่ยั่งยืนพรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจและมุ่งมั่น สานต่อผลงานในยุคที่ประมงรุ่งเรือง คือปี ๒๕๔๕-๒๕๕๖ พรรคเพื่อไทยตระหนักว่าประมงไทยมีศักยภาพ มีผลต่อภาพรวม ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ถ้าเรามีกฎหมายที่เป็นธรรมและอำนวยความสะดวก ในการประกอบอาชีพให้พี่น้องชาวประมงให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ประมงไทยกลับมาเป็น เจ้าสมุทรอีกครั้ง ดิฉันขอสนับสนุนในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณค่ะ