ชุติมา ชี้กฎหมายผูกมือชุมชน ผลักดันปฏิรูปประมงเพื่อท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ชุติมา คชพันธ์ หารือปัญหาข้อจำกัดของกฎหมายประมงที่ส่งผลต่อการพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและการประกอบอาชีพของชุมชนประมง โดยยกตัวอย่างปัญหาในทะเลสาบสงขลาและจังหวัดพัทลุง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและการห้ามใช้น้ำเค็มในพื้นที่น้ำจืดทำให้ไม่สามารถขยายกิจกรรมเชิงพาณิชย์ได้ จึงเสนอร่าง พ.ร.บ. ประมง ฉบับของพรรคก้าวไกล เพื่อผลักดันการกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรสู่ท้องถิ่น และสร้างสมดุลระหว่างการประมงพาณิชย์กับประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ จังหวัดพัทลุงค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันมีความกังวลในเรื่องอนาคตของชาวประมงว่า ต่อไปเราจะไปกันในทิศทางไหน เราทราบกันดีว่าทุกวันนี้พี่น้องชาวประมงของเรามีอุปสรรค ในการทำมาหากินจากกฎหมายฉบับปัจจุบันที่เป็นอยู่ และดิฉันก็เชื่อว่า พ.ร.บ. ประมง ที่ยื่นโดยพรรคก้าวไกลจะเป็น พ.ร.บ. ฉบับที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นฉบับที่ Balance สร้างสมดุล ที่สุดแล้วระหว่างประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน เรามีพี่น้องชาวประมงอยู่ใน ๒๒ จังหวัด มีชาวประมงถึง ๑๑,๘๒๒ ราย ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เรามีธุรกิจประมงและแปรรูปอาหารทะเล ถึง ๑,๑๙๘ กิจการ และสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ถึง ๕.๖ หมื่นล้านบาท ไม่น้อยเลยนะคะ แต่กฎหมายที่มีอยู่นี้เป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของชาวประมงตลอดมา ในเรื่องของประมงน้ำเค็มนั้นมีเพื่อน สส. ในที่นี้พูดถึงกันไปมากแล้ว ดิฉันขอพูดถึง ประมงน้ำจืดในบ้านเกิดของดิฉันเองคือจังหวัดพัทลุง ในกรณีนี้เรามีปัญหาในบริเวณ ทะเลสาบสงขลาค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก็คือระบบนิเวศในปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไป ทะเลสาบสงขลาเสื่อมโทรมมากกว่าเดิม แน่นอนกุ้งก้ามกรามอันโด่งดัง ของจังหวัดพัทลุง กุ้ง ๓ น้ำที่เราเรียกกันมีน้อยลง ประมงจังหวัดพัทลุงจึงจัดงบประมาณ เพื่อนำกุ้งปล่อยคืนกลับสู่ธรรมชาติ แต่พบว่าเป็นกุ้งต่างถิ่นเมื่อนำมาปล่อยทำให้กุ้งท้องถิ่น กลายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดพัทลุงมีความเป็นห่วง ก็เลยมีการเพาะเลี้ยงขึ้นมาในสายพันธุ์ดั้งเดิม ดังจะเห็นได้ในภาพถัดไปนะคะ จะเห็นว่า นี่คือสถานที่เลี้ยงเป็นแบบปิดเลย เพียงแต่ว่านำน้ำเค็มมาผสมกับน้ำจืดที่มาจากทะเลสาบ สงขลาน้ำเค็มจากทะเลระโนด เพื่อมาเพาะพันธุ์ให้เป็นน้ำกร่อยให้กุ้งก้ามกรามสามารถ เติบโตได้ดังที่เห็นในภาพเลย ในภาพจะเห็นว่าเป็นลูกกุ้งออกมา นี่ค่ะพื้นที่ปิดแบบนี้เลย แล้วก็เมื่อเติบโตเราเอาไปปล่อยทะเลสาบสงขลาก็จะโตขึ้นแล้วก็ตัวใหญ่ เอกลักษณ์ของกุ้ง ก้ามกรามในทะเลสาบสงขลา จังหวัดพัทลุง ก็คือเนื้อแน่น ตัวใหญ่ ท่านที่เคยทานจะรู้ดีว่า มันรสหวานอร่อยเพียงใด เวลาที่ชาวบ้านจับเขาก็จับใส่เรือแบบนี้ นี่คืออย่างน้อยนะคะ ถ้าจังหวัดที่เยอะมาก ๆ ก็จะเต็มเลยค่ะ ทีนี้เมื่อมีการเพาะพันธุ์มากขึ้นก็จะมีปัญหาอยู่ เดี๋ยวดิฉันจะเล่าให้ฟังต่อไป ทีนี้ในการที่จะเพาะพันธุ์ทางสำนักงานจังหวัดพัทลุง ประมงจังหวัดพัทลุงก็ได้มอบงบประมาณให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปเพาะพันธุ์กัน เพื่อกลับคืน สู่ธรรมชาติต่อ คำถามก็คือไปอย่างไรต่อคะ ในกฎหมายที่เป็นปัญหาอยู่แบบนี้ ท่านจะเห็น ในภาพถัดไปหลังจากมีการเพาะพันธุ์กุ้ง นี่คือตัวอย่างในแก้วเล็ก ๆ นี้ค่ะ นี่คือลูกกุ้ง ที่ชาวบ้านทำขึ้นมาสำเร็จคือเก่งมาก ๆ เลย เขาสามารถที่จะทำสำเร็จ แม่กุ้ง ๑ ตัว สามารถ ผลิตได้ถึง ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ตัว ในเวลาแค่ ๔๐ วันเท่านั้นเอง ก็ปล่อยได้ ก็ปล่อยแบบนี้ ไปเรื่อย ๆ ขายกิโลกรัมประมาณ ๔๐๐-๘๐๐ บาท แล้วแต่น้ำหนัก แล้วแต่ขนาดตัว ส่งให้ร้านอาหาร ส่งให้โรงแรม แล้วก็จูงใจนักท่องเที่ยวในการไปชิมกุ้งก้ามกรามจังหวัดพัทลุง แต่ปัญหาก็คือว่ามีอุปสรรคค่ะ มีข้อจำกัดทางกฎหมายก็คือว่ามีคำสั่งจังหวัดพัทลุงมา ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถที่จะทำวิสาหกิจชุมชนในเชิงพาณิชย์ได้ มีคำสั่งมาให้ระงับใช้ ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด ยกเว้นแค่บางตำบล ในอำเภอปากพะยูน เท่านั้น ทำให้พื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดพัทลุงไม่สามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้น้ำเค็มได้

เดี๋ยวดิฉันจะให้เห็นว่ามันเกี่ยวกับกฎหมายประมงอย่างไร นี่คือผลพวงจาก การที่ไม่กระจายอำนาจ พ.ร.บ. ประมงที่มีอยู่ เมื่อไม่กระจายอำนาจทำให้เกิดปัญหาอุปสรรค ท่านจะเห็นเลยในภาพถัดไปว่าถ้ามีการเพาะเลี้ยงแล้วมีการแปรรูปสำเร็จ หรือว่าสามารถ ส่งกุ้งเอาไปขายต่างประเทศ ตลาดต่างประเทศมีอยู่แล้วค่ะ มีอเมริกา จีนไต้หวัน พม่า มาเลเซีย ฮ่องกง เขาพร้อมที่จะรับซื้อกุ้งก้ามกรามของไทยอยู่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะ เพิ่มมากขึ้นทุกปีค่ะ แต่ถ้ากฎหมายยังเป็นอุปสรรคอยู่แบบนี้ไม่สามารถที่จะเติบโตได้เลย ชาวบ้านก็จะขาดโอกาสเราจะเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปอีกตั้งเท่าไรถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ คณะประมงในประเทศไทยเรามีมหาวิทยาลัยที่มีคณะประมงหลายที่ หลายมหาวิทยาลัย ท่านจะเห็นว่าในภาพถัดไปจะมีทั้ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรามีเยอะมาก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หรือว่าแม้กระทั่งราชภัฏต่าง ๆ แต่จะมีประโยชน์อะไรคะ เรามีงานวิชาการ เรามีงานวิจัย เราสร้างวิทยฐานะมากมายให้กับนักวิชาการ แต่ในชีวิตจริง ของชาวประมงกลับอยู่อย่างยากลำบาก ในการปฏิบัติจริงมีอุปสรรคต่าง ๆ นานามากมาย เลยเราจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะสร้างบัณฑิต มีงานวิชาการดีเลิศสวยหรูแค่ไหนก็ตาม แต่ชีวิตของชาวประมงกลับลำบาก ไม่มีประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องแก้ อย่างจริงจังเราต้องแก้กฎหมายประมงอย่างจริงจัง เพื่อให้ชีวิตของชาวประมงดีขึ้น มูลค่าทางเศรษฐกิจของกุ้งในทะเลสาบดิฉันจะให้เห็นเลย นี่คือข้อมูลจากประมงจังหวัดพัทลุง ดิฉันได้ข้อมูลมาว่ากุ้งก้ามกรามสมมุติว่าเราปล่อยไป ๕ ล้านตัว รอด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คืออย่างน้อยนะคะ ในความเป็นจริงอาจจะรอดมากกว่านั้น เราขายได้กิโลกรัมละ ๔๐๐ บาท นั่นแปลว่าจะมีเม็ดเงินกลับมาถึง ๕๐ ล้านบาท นี่คือโอกาสค่ะ โอกาสทาง เศรษฐกิจที่จะมีกลับเข้าไปในท้องถิ่นให้กับชุมชนรอบ ๆ ทะเลสาบให้กับพี่น้องชาวประมง ที่ทำน้ำจืด แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้ากฎหมายยังเป็นอุปสรรคอยู่แบบนี้ค่ะ ดิฉันจะให้ดูในภาพถัดไป ดิฉันอยากเห็นรัฐบาลให้เราผ่านแล้วก็อยากเห็นเพื่อนสมาชิก สส. ในที่นี้ทุกท่านโหวตพระราชบัญญัติประมงฉบับพรรคก้าวไกลให้ผ่าน เนื่องจากเป็นฉบับที่ให้ ความสำคัญกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากที่สุดแล้ว เหตุผลก็คือในคณะกรรมการจังหวัด เราจะปรับเปลี่ยน เราจะแก้ข้อความ คือให้นายก อบจ. มีอำนาจเป็นประธานกรรมการ ให้ผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่งมีตัวแทนชุมชนจาก ท้องถิ่นต่าง ๆ เลือกกันเข้ามาเองเป็นกรรมการด้วย รวมถึงตัวแทนจากอบต. จากเทศบาล รวมถึงชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เราต้องการให้ผู้แทนประชาชนเข้ามามีอำนาจ มีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่มีใครรู้จักประชาชนดีไปกว่าตัวแทนของประชาชน ไม่มีใครรู้จักท้องถิ่น ดีไปกว่าท้องถิ่น ถ้าเราสามารถผลักดันตรงนี้ได้ดิฉันเชื่อว่าอุปสรรคต่าง ๆ ที่ดิฉันกล่าวไป ข้างต้นก็จะหายไปแต่ระหว่างที่ พ.ร.บ. นี้จะแก้ไขได้ ดิฉันขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องไปยัง ประมงจังหวัดพัทลุง รวมถึงอธิบดีกรมประมงและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ดูแลในเขตอนุรักษ์ สัตว์น้ำ อ่าวคลองขุด จังหวัดพัทลุง ช่วยดูแล ช่วยปลดล็อกให้ธนาคารกุ้งก้ามกราม หมู่ที่ ๘ ตำบลหานโพธิ์ จังหวัดพัทลุง สามารถดำเนินต่อได้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ติดขัดในเรื่องของ ข้อกฎหมาย ขอบคุณค่ะท่านประธาน