เชตวัน เตือประโคน อภิปรายประเด็นการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเน้นความสำคัญของการรักษาหลักการประชาธิปไตย การไม่ยอมให้รัฐประหารทำลายระบอบ ความจำเป็นในการไม่ยุบพรรคการเมืองโดยง่าย และการส่งเสริมพลเมืองที่รู้เท่าทันทั้งตนเองและโลก กล้าต่อสู้กับความอยุติธรรม พร้อมผลักดันการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยในหลักสูตรการศึกษา
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่อง การสร้างคน ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากญัตติดังกล่าวผมคิดว่าเราสามารถจำแนกประเด็น ในการพิจารณาออกเป็น ๒ ส่วน ตามชื่อญัตติเลยครับ ๑. คือเรื่องความเป็นพลเมืองที่มี คุณภาพ และ ๒. การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมขอเริ่มต้นในส่วนที่ ๒ ที่คำว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข เพราะตรงนี้น่าจะเป็นส่วนขยายของคำว่า พลเมืองที่มีคุณภาพ ที่เราได้อภิปราย กันมาแล้วนะครับ ที่อยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ก็เพียงที่อยากจะชี้ให้เห็นกับสถานการณ์ที่ควร จะเป็นว่า ตราบใดที่ยังเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่ประมุขของรัฐ คือพระมหากษัตริย์ การแก้ไขกฎหมายไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นระดับ พระราชบัญญัติ หรือไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญา ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติตามหลักการแบ่งแยกอำนาจครับ ตรงกันข้ามการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ การปกครองของรัฐ พลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยต้องเข้าใจเรื่องนี้ และต้อง ไม่นำเรื่องเหล่านี้ไปร้องเรียนพร่ำเพรื่อด้วยหวังผลสุดท้ายเรื่องการยุบพรรคการเมืองที่ตนเอง ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบ พลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยต้องเข้าใจด้วยครับว่า พรรคการเมืองเป็นที่รวบรวมของกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์แนวคิดทางการเมืองที่คล้ายกัน มีกิจกรรมทางการเมืองของพรรค พรรคส่งคนเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงในสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ควรมีใครหรือองค์กรใดมายุบพรรคการเมืองใด ๆ ได้อย่างง่าย ๆ ถ้าจะมีการยุบ พรรคการเมืองก็ควรเกิดมาจากการที่ไม่มีใครเลือกพรรคนั้น ไม่มีประชาชนให้การสนับสนุน พรรคการเมืองนั้นอีกต่อไป ท่านประธานครับ มาสู่คำว่า พลเมืองที่มีคุณภาพ พลเมืองที่มี คุณภาพเป็นแบบไหน ในที่นี้ย่อมไม่ใช่คุณภาพที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อ ศีลธรรมจรรยา มารยาทอันดีงาม ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่แน่ ๆ ครับ แต่เป็นเรื่องของการเป็น Active Citizen เดี๋ยวอาจารย์เอทจะไม่ให้ Model Citizen หรือพลเมืองที่มีความตื่นตัว ทางการเมือง เพราะการเมืองเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตั้งแต่ตื่นนอนจนหัวถึงหมอนอีกครั้งมีอะไรบ้างที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง มีอะไรบ้างที่ไม่เป็น การเมือง ไม่มีครับ ดังนั้นพลเมืองที่มีคุณภาพจึงต้องไม่เป็นไทยเฉย แต่ต้องเป็นคนที่ติดตาม ตรวจสอบการเมือง ซึ่งหมายถึงการจัดสรรผลประโยชน์ว่าฝ่ายบริหารใช้เงินภาษีของ ประชาชนไปกับอะไร โปร่งใส คุ้มค่าหรือไม่ ว่าฝ่ายนิติบัญญัติหรือผู้แทนราษฎรที่เรา เลือกไปนั้นได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้ออกกฎหมายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ คนส่วนใหญ่มากกว่าคนไม่กี่คน ในความเห็นของผม พลเมืองที่มีคุณภาพอยู่ใน ๓ คำจำกัดความต่อไปนี้ เท่าทันตน เท่าทันโลก สันหลังตรง เท่าทันตนคือ รู้จักตนเอง รู้จักรากเหง้าความเป็นมา ซึ่งจะทำให้เรา ภาคภูมิใจในตัวเองและอยากที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ให้ดีขึ้น เท่าทันโลกคือ รู้จักความเป็นไปของสากลโลก อะไรคือสิ่งที่ประเทศอื่น ๆ กำลังมุ่งไป อะไรคือระเบียบโลกใหม่ คือคุณค่าที่สากลให้การยอมรับ ไม่ใช่เอะอะก็ไม่เหมือนใครในโลก เอะอะก็แบบไทย ๆ เช่น ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เช่น สิทธิมนุษยชนแบบไทย ๆ กระบวนการ ยุติธรรมแบบไทย ๆ เป็นต้น แบบนี้ไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นนามธรรม เต็มไปด้วยคำถาม คือสิ่งที่สำนวนวัยรุ่นทุกวันนี้เขาใช้คำว่า อิหยังว่ะ สุดท้ายพลเมืองที่มีคุณภาพต้องสันหลังตรง คือต้องไม่สยบยอมต่อความอยุติธรรม ต่อการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ โดยกล้าที่จะยืนหยัด อย่างมั่นคงในสิ่งที่ถูกต้อง อย่างที่ เช เกวารา (Che Guevara) ว่าไว้ หากท่านเห็นความอยุติธรรม อยู่ตรงหน้าแล้วโกรธจนตัวสั่น เราคือเพื่อนกัน พลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตย มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญต่อความเป็นพลเมืองและต่อสุขภาพของประชาธิปไตยครับ นั่นก็คือเรื่องราวของการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย หลักสูตรการเรียน การสอนของไทยที่ผ่านมาแทบไม่มีเรื่องนี้เลย ซึ่งสำคัญมากนะครับ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ของการสร้างประชาธิปไตยและประวัติศาสตร์ของการปกป้องประชาธิปไตย คณะปฏิวัติ รศ. ๑๓๐ เรื่องราวของบรรดานายทหารหนุ่ม ซึ่งนำโดย หมอเหล็ง ศรีจันทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง อยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุด แต่สุดท้ายก็ถูกรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์จับได้ก่อน แทบไม่เคยมีใครรับรู้ เรื่องพวกเขาครับ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับคณะราษฎรตามมาในปี ๒๔๗๕ เรื่องราวของคณะราษฎรในปี ๒๔๗๕ ความเปลี่ยนแปลงเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ทำให้ ประเทศไทยมีประชาธิปไตยทุกวันนี้ มีสภาผู้แทนราษฎรของทุกวันนี้ ก็แทบไม่มีใครพูดถึง เรื่องของพวกเขา ทหารที่เสียชีวิตจากการปกป้องประชาธิปไตยในเหตุการณ์ปราบกบฏ ปี ๒๔๗๖ กรณีกบฏบวรเดช วันนี้แค่อนุสาวรีย์เชิดชูพวกเขาตรงหลักสี่ก็ถูกรื้อ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้ ว่าไปอยู่ที่ไหน ยังมีเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ พวกเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เหตุการณ์ พฤษภาคม ๒๕๓๕ หรือแม้แต่เหตุการณ์สลายการชุมนุมของพี่น้องเสื้อแดงที่เพียงออกมา เรียกร้องให้มีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ เป็นต้น นิดเดียวครับท่านประธาน เหล่านี้คือสิ่งที่ ควรมีอยู่ในแบบเรียนครับ หน้าที่หลักสูตรแบบเรียนคือต้องเปิดโลก เปิดกว้างให้คนได้คิด ไม่ใช่จำกัดเพดานหรือเลือกสรรมาแต่ในสิ่งที่รัฐอยากให้ประชาชนรับรู้ อย่างนั้นไม่มีทาง สร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยได้ ฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ