ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หารือถึงความสำคัญของการปลูกฝังจิตสำนึกและคุณภาพของพลเมืองตั้งแต่เด็ก โดยเน้นบทบาทของผู้นำและระบบการศึกษาในการสร้างสังคมที่ดี พร้อมตั้งคำถามต่อทิศทางของนโยบายและการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนภาพสังคมและอนาคตของเยาวชนไทย
ท่านประธานคะ ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล อาจจะเห็นหน้ากันบ่อยหน่อย เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ไม่พูดไม่ได้นะคะ สมัยเด็กก็เป็นหัวหน้าห้องเหมือนกันค่ะ อาจจะไม่ได้ใหญ่เท่าประธานนักเรียน แต่ก็เคยเป็น หัวหน้าห้องมาก่อน แต่อาจจะแตกต่างกันที่ว่าดิฉันมีลูก ๒ คน แล้วก็เลี้ยงลูกเอง ทุกครั้งที่ เวลาดิฉันเห็นญัตติฉบับนี้ที่คุณพิมพ์กาญจน์เขียนเมื่อสักครู่นี้ เรื่องราษฎรเอย การโทษ ประชาชน โทษนั่นโทษนี่ ตั้งแต่มีลูกเอาจริง ๆ นะคะ ตั้งแต่มีลูกดิฉันมองคนเปลี่ยนไปเลยค่ะ ดิฉันใจเย็นกับคนมากขึ้น เข้าใจมนุษย์มากขึ้น เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะว่าการสอนลูก การจะทำให้ลูกเป็นแบบไหนเราทำเป็นแบบอย่างให้เห็นได้ง่ายมาก ในนี้มีลูกเล็กวัยเดียวกัน หลายคนอยู่นะคะ เวลาเจอคนที่เอะอะก็เอาแต่โทษคนอื่น โทษนั่นโทษนี่ หรือว่าสังคมไม่ดี ก็โทษเด็ก โทษว่าพ่อแม่สอนไม่ดีบ้าง เขาอาจจะเติบโตมาแบบสมัยเด็กพ่อแม่สอนอย่างไร รู้ไหมคะ เดินเตะโต๊ะทำอย่างไรคะ โต๊ะนี่มันไม่ดีจริง ๆ มาทำลูกฉันทำไม เดินเตะเก้าอี้ ทำอย่างไรคะ เก้าอี้นี่มันมาทำลูกฉันทำไม การสอนแบบนี้มันทำให้เด็กคนนั้นเติบโตมาเป็น คนที่ไม่โทษอะไร นอกจากโทษคนอื่น แล้วดิฉันสอนลูกอย่างไรหรือคะ เวลาลูกดิฉันเดิน เตะโต๊ะดิฉันจะบอกเขาว่าเจ็บไหมลูก เจ็บเพราะอะไร เจ็บเพราะว่าหนูไม่ระวังใช่ไหม เพราะหนูไม่ระวังหนูก็เลยเดินเตะโต๊ะ เพราะฉะนั้นครั้งหน้าหนูระวังมากกว่านี้นะลูก การสอนลูก การเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนมันไม่ยากเลยค่ะ เวลาที่เราเห็น ปัญหาในสังคมทุกวันนี้ดิฉันไม่ได้โทษพ่อแม่หรอกค่ะ แค่ทุกวันนี้พ่อแม่ทำมาหากินก็ลำบาก มากเกินพออยู่แล้ว แต่การที่เด็ก เยาวชน คนจำนวนมากมีปัญหาในทิศทางเดียวกันแสดงว่า ผู้มีอำนาจในสังคม ผู้นำในสังคมมีปัญหา ทำอย่างไรให้เด็กรู้สึกไม่เกรงกลัว ทำอย่างไรให้เด็กถึงไม่ได้มีจิตสำนึก เพราะว่าเขาเห็น ผู้มีอำนาจในสังคม เห็นนักการเมืองไม่มีจิตสำนึกหรือเปล่า ดิฉันเห็นด้วยกับท่านสมาชิก เมื่อสักครู่ที่บอกว่าเมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก จริงค่ะ เมืองไทยจะน่าอยู่ที่สุดในโลกถ้ามีเงิน ทุกคนอยากมาตายที่เมืองไทย ไม่ต้องอยากมาตายหรอก ประเทศไทยปัจจุบันตายอันดับหนึ่ง ของโลกอยู่แล้วค่ะ ขนาดนักปั่นจักรยานทั่วโลกยังมาตายที่ประเทศไทยเลยค่ะ เราควรภูมิใจ เรื่องนี้หรือคะ พูดถึงเรื่องการสอนลูกต่อดีกว่า ดิฉันเองก็ช่วงนี้สนุกกับการสอนลูกเพราะรู้สึก ว่าการมีลูก การบ่มเพาะเด็กมันง่ายมากแค่ว่าเราอยากจะให้ลูกเป็นอย่างไรเราทำแบบนั้น เช่น เวลาน้ำหกทำอย่างไรคะ แต่ก่อนเวลาน้ำหกเราก็จะตีเขาก่อน แล้วบอกว่าเดินอย่างไร ให้น้ำหก ถืออย่างไรให้น้ำหก ทุกวันนี้ดิฉันสอนลูกอย่างไรคะ น้ำหกปุ๊บดิฉันก็บอกว่าน้ำหก แล้วเราทำอย่างไรกันดีครับลูก ลูกดิฉันก็บอกว่าน้ำหกก็เช็ดครับมามี๊ เรา ๒ คนก็ไปหยิบผ้า มาช่วยกันเช็ด เราใช้สถานการณ์ที่มันเป็นสถานการณ์วิกฤติในการสอนเขาได้ ในสังคม ก็เช่นเดียวกันค่ะ ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ ทุกครั้งที่เกิดปัญหา เราต้องใช้สถานการณ์นั้นในการ สอนหรือว่าให้ความรู้คนในสังคมไปพร้อม ๆ กัน มีเยาวชนทำความผิด แทนที่เราจะมานั่ง จับผิดกันว่าพ่อแม่สอนมาอย่างไร ตำรวจทำอย่างไรถึงจับคนนั้นผิด อย่างนั้นอย่างไร ทำไม เราไม่มาหาเหตุผลว่าอะไรกันที่ทำให้เด็กกลายเป็นฆาตกร สังคมแบบไหนกันที่หล่อหลอม เยาวชนแบบนั้นมา ไม่ใช่พวกเราที่นั่งอยู่ในนี้กันทุกคนหรือคะ เราทุกคนในนี้ต่างมีส่วนร่วม ในการสร้างมนุษย์ขึ้นมาทั้งนั้น การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศไทย พลเมืองที่มี คุณภาพของประเทศ ดิฉันอ่านญัตติแล้วก็แอบเปิดดูในโทรศัพท์มือถือว่าตอนนี้เราอยู่ยุคไหน กันแล้ว ยุคนี้เขาพูดถึงพลเมืองโลกแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เด็กไทยเติบโตไปเป็นพลเมืองโลก ที่ดี ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยพยายามจะให้ลูกเรียนในหลักสูตรธรรมดาของประเทศไทยเพื่อคิดว่า จะได้รู้กันไปว่าหลักสูตรไทยมันเป็นอย่างไร เชื่อไหมคะ เอาเข้าไป ๒ อาทิตย์เอาลูกออกเลย แล้วกลับเข้าสู่โรงเรียนเอกชนเหมือนเดิม เพราะอะไร เพราะเห็นหลักสูตรที่ลูกเรียนแล้ว เห็นหนังสือที่ลูกเรียนแล้วท้อใจ แล้วก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเขาจะเรียนรู้อะไรจากหนังสือ เหล่านี้ แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกิดมาได้อย่างไร ก็ไม่ได้เกิดจากนักการเมืองหรือคะที่เราผัน งบประมาณกัน ผ่านงบประมาณกัน หรือเข้าไปนั่งในกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขหลักสูตร การศึกษา สุดท้ายสังคมที่มันเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะพวกเราที่นั่งในนี้ด้วยกันทั้งหมดหรือคะ ดิฉันคงเข้ามาช้าไปหน่อยเป็น สส. สมัยแรก แต่อ่านงบประมาณทีไรก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจทุกที อยู่มา ๓๕ ปีไม่เคยคิดเลยว่าประเทศเราเอาเงินไปใช้กับอะไรขนาดนี้ เราอยากให้มีพลเมือง ที่มีคุณภาพ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยค่ะ เหตุการณ์เมื่อวานมันมี Hashtag หนึ่งขึ้นมาว่า ไม่อยากท้องในประเทศนี้ อย่าว่าแต่คุณภาพเลยค่ะ ทุกครั้งที่เหตุการณ์ทางการเมืองมัน อย่างนั้นล่ะค่ะ คนก็จะพูดตลอดว่าไม่อยากจะมีลูก ไม่มีลูกดีกว่า กลายเป็นว่าเหตุการณ์ ทางการเมืองแต่ละครั้งเหมือนยาคุมกำเนิดประชาชนโดยอัตโนมัติเลยค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้สังคมไทยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างไร เรานี่ล่ะค่ะ นักการเมืองอย่างเรา ๆ นี่ล่ะค่ะที่จะต้องเป็นตัวอย่างให้กับทุกคน ดิฉันไปงานวันเด็กในชุมชน แต่ก่อนเวลาคนถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร เราจะได้ยินแต่ว่าอยากเป็นตำรวจ ทหาร คุณครู นั่นนี่ เชื่อไหมคะว่า ล่าสุดมีคนบอกว่าอยากเป็นนักการเมือง อยากเป็น สส. เรากำลังทำให้ภาพของนักการเมือง ภาพของ สส. ที่ในอดีตมันดูแบบไม่อยากเป็น ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นได้ ทุกคนเป็น สส. ได้ ทุกคนเป็นนักการเมืองได้ นี่ต่างหากเป็นสิ่งที่เราจะสร้างพลเมืองได้ สุดท้ายเราอยากให้สังคม เป็นแบบไหนเราต้องเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น ผู้ใหญ่แบบหนึ่งที่น่านับถือมากค่ะ คือผู้ใหญ่ที่ เอาชนะอัตตา เอาชนะ Ego ของตัวเองสามารถฟังความคิดเห็นต่างของผู้ที่มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ น้อยกว่าตัวเองได้อย่างสงบ ใจกว้างและสง่างาม น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่บางคนไม่ได้เติบโต มาเป็นบุคคลเช่นนั้น แต่ดิฉันหวังว่าจะไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ในสภาแห่งนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ