ธีระชัย เสนอส่งเสริมคุณภาพพลเมือง เคารพสิทธิ-ศักดิ์ศรี-ความรับผิดชอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายเสนอการส่งเสริมคุณภาพพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นการปลูกฝังค่านิยมตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน และสถาบันต่าง ๆ เพื่อสร้างความเคารพสิทธิมนุษย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการใช้เสรีภาพอย่างมีขอบเขต ไม่ละเมิดผู้อื่น โดยเฉพาะการหยุดการดูหมิ่นหรือบิดเบือนข้อมูลในสื่อสังคม พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เพื่อหล่อหลอมวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และเสนอให้กรรมาธิการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออภิปรายญัตติ เรื่อง การสร้างคนเป็นพลเมืองให้มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งท่านชัชวาลล์ คงอุดม เป็นผู้เสนอ ญัตตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มันก็ไม่พ้นที่จะเริ่มต้นอย่างไรดีล่ะครับ เริ่มต้นจากสถาบัน ครอบครัว โรงเรียน สถาบันการศึกษา ศาสนา วัดวาอารามต่าง ๆ นี่ล่ะครับ ผมอาจจะเป็น คนหัวโบราณ คำว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ก็ไปแปลความหมายเอาก็แล้วกัน เวลานี้ ก็ออก Youtube เด็กฝาแฝดลูกดาราด้วย ก็ไปดูกันเอาเองนะครับน่ารักจะตาย เขาฝึกตั้งแต่ อยู่ในท้องจนถึงขณะนี้ แต่ผมจะไม่เอ่ยถึงขนาดนั้น หลักการสำคัญคนที่เรียกว่าตัวเองเป็น พลเมืองนั้นเขาจะไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น ไม่ละเมิดสิทธิของความเป็นมนุษย์ เขาจะเคารพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนอื่นด้วย คุณลักษณะของคนเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นกระผมขอกล่าวโดยสรุปครับ พลเมืองที่สำคัญในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยมี ๓ ประการครับท่านประธาน

ประการแรก คือเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เรื่องนี้ต้องเคารพ เริ่มต้น ตั้งแต่เคารพตนเองก่อนครับท่านประธาน เพราะในขณะเดียวกันในเมื่อเคารพตนเองแล้ว ต้องเคารพคนอื่นด้วย เราเป็นมนุษย์ คนอื่นก็เป็นมนุษย์ เขาเป็นคน คนอื่นก็เป็นคน เราก็ต้อง ไม่ดูหมิ่นและไม่เหยียดหยาม ไม่ด้อยค่าคนอื่นที่กำลังเป็นปัญหาในสังคมปัจจุบัน ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ หลายคนที่ชอบอ้างว่าตัวเองเป็นพวกหัวประชาธิปไตยชอบพูดจาเหน็บแนม พูดจา ด้อยค่าคนอื่น ด่าคนอื่น แนวความคิดจากตัวเองไม่ชอบพรรคการเมืองของตัวเอง ก็ไปด่าว่า ไม่มีอุดมการณ์ พูดจาด้อยค่า ดูหมิ่นดูเกียรติว่าคนอื่นไม่มีศักดิ์ศรี มันจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ เคารพคนอื่นก่อนครับ กระผมต้องขอถามคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ว่า เมื่อท่านเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของตัวท่านเองท่านต้องอย่าด้อยค่าคนอื่น และเป็นพลเมืองที่เป็นวิถี ประชาธิปไตย คืออย่าโจมตีให้ร้ายป้ายสี ทุกวันนี้เกิดขึ้นมากครับ โดยเฉพาะการใช้สื่อ Social เกิดขึ้นทุกวันครับ หนักเข้าไปอีก บางคนแอบถ่ายรูปแล้วไปบิดเบือน แล้วไปเผยแพร่ สื่อ Social อันนี้เท่ากับว่าด้อยค่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์คนอื่น มันจะเป็นหน้าที่ พลเมืองไม่ได้ แต่นี่ผมเปรียบเทียบเฉย ๆ ผมจะเอาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์นี่ละครับ เพราะว่ามันหลายเรื่องเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยมันกว้างเหลือเกินครับ ท่านประธาน ดังนั้นการที่เป็นพลเมืองดีเขาต้องไม่ละเมิดความเป็นมนุษย์ของคนอื่น

ประการที่ ๒ ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพ กฎหมาย กฎกติกา จารีตประเพณี และสังคมต่าง ๆ คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน นี่คือประเทศไทยครับ คำว่า สิทธิ คือสิ่งที่เราพึงมีพึงได้ คำว่า สิทธิ คือต้องมีกฎหมายรับรองให้ ไม่ใช่แปลว่าเราจะทำโน้น ทำนี่ตามอำเภอใจและไม่สนใจสิทธิของคนอื่น และอีกคำว่า เสรีภาพ ซึ่งหมายความว่า อิสระ เราจะทำอะไรก็ได้ ทำไมผมต้องถามเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าคนบางคนคิดว่าตัวเอง มีสิทธิเสรีภาพแบบไม่มีขอบเขต ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ ใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่ บางครั้งการที่ ใช้สิทธิเสรีภาพมันไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่นด้วย นี่เป็นเรื่องที่ผิดครับท่านประธาน แล้วในสังคมเราก็มีกติกา กฎสังคม กฎหมาย เพื่อป้องกันสิทธิเสรีภาพ จะไปละเมิดคนอื่นเขา ไม่ได้ อย่างกฎหมายที่เห็นได้ชัดอย่างเช่นการที่รัฐบาลห้ามดื่มเหล้า ห้ามดื่มเหล้าแล้วขับรถ เขาห้ามครับ ๗ วันอันตรายสงกรานต์ มีบางคนบอกว่ารัฐบาลเอากฎหมายอะไรมาห้าม ฉันจะดื่มเหล้า จะดื่มเบียร์เป็นสิทธิเสรีภาพของเรา ไม่ได้เดือดร้อนใครทำไมต้องห้าม เป็นความคิดที่ผิดครับท่านประธาน ที่แท้จริงแล้วเขาห้ามดื่มแล้วอย่าขับรถ ก็เพราะบางคน ชอบดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมาแล้วขับรถไปชนคนอื่นเขาตาย นี่ก็ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น แล้วใครเดือดร้อนครับ คนเมาแล้วขับไม่เดือดร้อน แต่คนที่ถูกรถชนเขาเดือดร้อน ลูกเมีย พ่อแม่เขา ครอบครัวเขา เขาเดือดร้อนครับ ดังนั้นคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยได้ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพกติกาในสังคม และเคารพกฎหมายของบ้านเมืองด้วย

ประการที่ ๓ ความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม และต่อประเทศชาติ บางคนบอกว่าความรับผิดชอบต่อครอบครัวเขา เขาจะทำอะไรก็ได้ คนอื่นไม่เกี่ยว ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม แต่มนุษย์คือสัตว์สังคมนะครับ เราไม่ได้อยู่ในบ้านคนเดียว เราอยู่นอกบ้าน เราออกนอกบ้านไปพบปะสังคม ไปพบผู้คน เราออกมา หรือแม้กระทั่งในประเทศนี้จากตำบลเป็นหมู่บ้านเรามีสังคม เรามีประเทศ เรามี สส. ๕๐๐ คนมันก็ต้องมาพบปะกัน หรือความรับผิดชอบต่อครอบครัว รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง เช่น พ่อแม่มีหน้าที่ในการ ดูลูกเต้าเลี้ยงดู ให้การศึกษาแก่ลูก ปล่อยปละละเลยเมาเหล้าเมายาไม่สนใจลูก ปล่อยลูกเกเร แล้วจะเป็นภัยต่อสังคมนี้มันจะเป็นพลเมืองดีได้อย่างไร อย่างพวกเราคือรับผิดชอบใน สภาผู้แทนราษฎรก็คือรับผิดชอบเป็นพลเมืองดีทั้งหมดนี้ อย่างเช่นผมยกตัวอย่างแก๊งทรชน วัยรุ่นอายุ ๑๓-๑๖ ปี ไปฆ่าป้าบัวผันที่สระแก้วเป็นข่าวกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ กระผมคิดว่านอกจาก เป็นความผิดของวัยรุ่นกลุ่มนี้แล้วก็ยังเกิดความไม่รับผิดชอบของพ่อแม่ด้วยครับ พวกนี้ที่ ปล่อยปละละเลย บางคนเป็นลูกตำรวจอีกต่างหาก นี้คือเขาเข็นแล้ว พอลูกทำผิดก็ให้ท้าย ลูกอีกต่างหากอย่างที่เป็นข่าว บางคนลูกตำรวจ หลาย ๆ คนลูกเส้นใหญ่ทั้งนั้น ดังนั้น ความรับผิดชอบจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ ยกตัวอย่างจากต่างประเทศเลยครับ เยอรมันเขา ดีที่สุด ไปอ่านเอาเองก็แล้วกัน เพราะว่าเวลาหมดแล้ว ผมเกรงใจท่านประธานเหลือเกินครับ สิ่งที่กระผมอยากจะบอกกับท่านประธานวันนี้ว่า การที่เราเป็นพลเมืองดีในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นเราจะต้องเริ่มด้วยการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จะต้องเคารพ สิทธิเสรีภาพ กฎหมาย และจะต้องมีความรับผิดชอบ มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยครับ ความรับผิดชอบและเคารพคนอื่น แต่สิ่งที่ยากคือท่านจะรักษาความเป็นพลเมือง ได้ตลอดเวลาและติดตัวตลอดเวลาได้หรือไม่ครับ วิธีการและรักษาความเป็นพลเมืองไว้ได้ ตลอดชีวิตหรือไม่ เราต้องหมั่นฝึกตนเองเสียก่อน ทำประโยชน์เพื่อคนอื่น มีจิตเป็นสาธารณะ ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีอยู่เสมอ จนขนาดฝังเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรา นั่นคือ หน้าที่พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย กระผมขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อให้ส่งไป คณะกรรมาธิการที่จะพัฒนาเรื่องนี้ ไม่ต้องตั้งกรรมาธิการ กรรมาธิการตั้งแล้วก็เยอะครับ แล้วไม่มีคน ไม่มีเวลา เพราะฉะนั้นเอาคณะกรรมาธิการที่มีแล้วเอาไปศึกษาครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน