กรุณพล ชี้พลเมืองคุณภาพต้องคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่เชื่อฟัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

กรุณพล เทียนสุวรรณ อภิปรายถึงความจำเป็นในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นให้ประชาชนตื่นรู้ มีส่วนร่วม กล้าตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปลี่ยนทัศนคติจากการปกครองเป็นการรับใช้ประชาชน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายเกี่ยวกับหัวข้อพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนอื่นเราคงต้องมาเรียบเรียงกันก่อนว่าประชากร ที่มีคุณภาพนั้นคืออะไร เป็นแบบไหน หลายคนบอกว่าเด็กที่ดี ผมได้ยินมา เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายไปว่าประชากรที่มีคุณภาพคือคนดี คนดีในความหมายของคนแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เราต้องตีความให้ชัดเจนก่อนว่าคนดีนี้คือประชากรที่เชื่อฟังคำสั่ง ประชากรที่ปฏิบัติตามกฎ ที่ผู้ใหญ่ตั้งไว้ แม้กฎนั้นมันจะไม่สามารถตอบโจทย์กับยุคปัจจุบันได้ใช่หรือไม่ ประชากรที่ดี เหล่านั้นคือประชากรที่ต้องเชื่อฟัง ขู่ บอก หรือบังคับ อะไรก็ตามจำเป็นจะต้องทำตาม ถึงจะเป็นประชากรที่ดีใช่หรือไม่ ผมยืนยันว่าประชากรเหล่านั้นไม่ใช่ประชากรที่มีคุณภาพ สำหรับโลกปัจจุบันและในอนาคตในวันข้างหน้า ท่านคงรู้กันแล้วนะครับว่าในยุคปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ มาอย่างเต็มตัวเราต้องการอะไรบ้าง เราต้องการเยาวชนที่คิดทัน ทันรู้ข่าวสารข้อเท็จจริง คิดอย่างสร้างสรรค์ และวิเคราะห์ แยกแยะ รวมถึงกล้าที่จะ วิพากษ์วิจารณ์ กล้าที่จะตั้งคำถาม รวมถึงมีทักษะในการสื่อสาร วันนี้ครับเราต้องการ เยาวชน แต่ปัจจุบันนายกรัฐมนตรียังบอกเลยนะครับว่าการเกิดของเยาวชนของลูกหลานเรา ในอนาคตน้อยลงมาก ๆ เราลืมไปหรือเปล่าครับเราต้องการแก้ไขหลักสูตรทางการศึกษา แต่เราไม่สร้างระบบนิเวศที่จะให้คนที่จะเกิดมา คนที่จะเติบโตบนแผ่นดินนี้ ได้มีระบบนิเวศ ที่สามารถสร้างคนอย่างมีคุณภาพได้ เราไม่มีสวัสดิการสำหรับเด็กแรกเกิดที่เพียงพอ เราไม่มี ความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เราไม่มีพื้นที่สำหรับให้นมบุตร เราไม่มีโรงเรียน เพียงพอกับลูกหลาน เราไม่มีค่าเล่าเรียนที่สามารถเจือจุนให้กับทุกคนที่ต้องการการเล่าเรียน อย่างเข้าถึง เราไม่มีงานเพียงพอกับผู้ที่จบการศึกษา เราไม่มีคุณภาพชีวิตเพียงพอให้กับ คนในวัยทำงาน และเรามีสวัสดิการเพียงน้อยนิดให้กับผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้มันจะสร้าง ประชากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทยได้อย่างไร หากเราคิดเพียงแค่จะแก้หลักสูตร การศึกษา คิดเพียงแค่ต้องการคนที่เชื่อฟัง เราควรจะสร้างระบบนิเวศที่ดีให้กับประชากร ในประเทศไทย และแน่นอนภาครัฐควรจะต้องเป็นผู้เข้ามาดูแลตรงนี้ แต่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาหลายสิบปีเราเห็นเพียงภาครัฐต้องการที่จะสร้างกฎระเบียบที่จะควบคุมประชากร ในประเทศให้เชื่อฟัง ให้ศิโรราบ หลายครั้งเราเห็นภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม กระบวนการต่าง ๆ ที่กดทับประชาชนให้เชื่อฟัง ให้ทำตามในสิ่งที่รัฐเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แม้สิ่งเหล่านั้นจะขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรมของโลกเสรีและอารยะประเทศต่าง ๆ ถ้าประชาชนไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าคิดต่าง ไม่กล้านำเสนอความเห็นที่แตกต่าง และความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจะหาประชากรของโลก ประชากร ของประเทศไทยที่เท่าทันกับโลกยุคปัจจุบันได้จากไหนหากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ การที่ประชาชนออกมากดดันเรียกร้องเพราะเขาเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ ในประเทศนี้นั้นมันไม่ถูกต้อง กลับกลายเป็นว่าเยาวชนเหล่านั้น คนเหล่านั้น ไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนที่มีคุณภาพอย่างนั้นหรือ ผมว่าการตั้งคำถามแบบนี้คงจะไม่สามารถที่จะหาประชากรที่มีคุณภาพในประเทศนี้ได้ และแน่นอนเราจำเป็นที่จะต้องให้มีการถกเถียง มีการแลกเปลี่ยน มีการนำเสนอ และมีพื้นที่ ปลอดภัยให้กับเยาวชน ให้กับบุคคลต่าง ๆ ที่มีความเห็นที่แตกต่างกันในประเทศนี้ครับ แล้วทั้งหมดที่ผมนำเสนอมา นั่นคือแนวทางการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพสำหรับระบอบ ประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เท่านั้น แต่เป็นระบอบประชาธิปไตย ที่ทั่วโลกยอมรับ ผมในฐานะที่ทุกท่านในที่นี้ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงไม่จำเป็นแล้ว ที่จะบอกว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้องคืออะไร เพราะทุกท่านก็มาด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำไว้ตรงนี้คือ ประชาธิปไตยเป็นเสียงของประชาชน เจ้าของอำนาจ อธิปไตยคือประชาชน ไม่ใช่กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลต้องมีสำนึกใหม่ ไม่ใช่มองว่า ประชาชนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่เหิมเกริมคิดว่าตัวเองเป็นผู้ปกครอง และประชาชนคือ ผู้ถูกปกครอง รัฐจำเป็นจะต้องทำทุกวิถีทางให้ประชาชนกลายเป็น Active Citizen เป็น ประชาชนที่ตื่นรู้ มีส่วนร่วมกับภาครัฐ มีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งคำถามและ ตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าหน่วยงานนั้นจะเป็นหน่วยงานใด เพื่อสร้างรัฐที่โปร่งใส ร่วมกัน และต้องย้ำนะครับว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน การที่ประชาชนมีความเห็นต่าง ๆ ทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เราสามารถเห็นต่างกันได้ เราสามารถเชื่อในอุดมการณ์ของสีเสื้อ ที่ต่างกันได้ แต่เราต้องรับฟังกันด้วยเหตุผล แต่เราต้องยอมรับความแตกต่าง ในสมัยที่ผม ยังเคยรับอาชีพเป็นนักแสดง ในยุคนั้นการแสดงความเห็นค่อนข้างลำบาก ใครที่มีความเห็น แตกต่างกับผู้มีอำนาจ ใครที่มีความเห็นแตกต่างกับนายทุน ย่อมไม่ได้รับการสนับสนุน ย่อมจะเสียโอกาสทางอาชีพ แต่ ณ วันนี้คนกล้าออกมามากขึ้น นักแสดงออกมามากขึ้น คนที่ มีชื่อเสียงออกมามากขึ้น วันนี้ประชาธิปไตยเบ่งบาน การแลกเปลี่ยนความเห็นมีมากมาย เราต้องการสิ่งเหล่านี้ในโลกยุคปัจจุบันครับ และผมเชื่อว่าการที่เราจะเงียบกันอยู่ ปัจจุบันนี้ มีหลายคนไม่สนใจการเมือง มีหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องห่างไกลตัว แต่ผมเชื่อว่าการที่ทุกคน มีส่วนร่วมทางการเมืองมันจะยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นจากการส่งเสียงเรียกร้องไปถึง ผู้มีอำนาจ ไปถึงรัฐบาล เพื่อที่จะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีกับคนทุกคนในแผ่นดินนี้ และเรา ก็จะสามารถที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเยาวชนและคนทุกคนในประเทศนี้ได้ครับ และผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเข้าใจ สาระสำคัญของการอภิปรายในวันนี้ และเชื่อว่าคำว่า พลเมืองที่มีคุณภาพ ในนิยามของผม ก็คงจะตรงกับนิยามของคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ผมจึงเห็นว่าควรจะให้กรรมาธิการชุดนี้ เป็นผู้ตัดสินแล้วก็หาทางแก้ไขเพื่อที่เราจะได้มีพลเมืองที่มีคุณภาพต่อไป ขอบคุณมากครับ