นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ หารือเรื่องการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องกำหนดว่าอะไรคือการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และไม่ต้องจำกัดโอกาสให้กับเยาวชนในการเลือกอาชีพ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๘ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย ครับท่านประธาน วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติของท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติในเรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มี คุณภาพของประเทศ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ ผมได้ยินชื่อญัตติผมก็รู้สึกขนลุกแล้วครับ ปีนี้ปี ๒๕๖๗ ปีนี้เทคโนโลยี มันไปไกล ไปไกลมาก ที่เราจะต้องมานั่งพูดว่าเราจะสร้างคน พัฒนาคนอย่างไรให้เป็นพลเมือง ที่มีคุณภาพ ทำไมหรือครับผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมืองนี้จะต้องมานั่งตีกรอบ วางกรอบ ให้คน ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ถึงจะเป็นคนที่มีคุณภาพ เอาอะไรคิดกันครับท่านประธาน ผมอ่าน ญัตติยังมีการพูดถึงการสอบวัดประเมินผลเป็นข้อมูลอ้างอิงอีกว่าคนไทยอยู่ในลำดับท้าย ในเรื่องของวิชาการ ท่านเห็นไหมครับว่าพลวัตรของมหาวิทยาลัยของการศึกษาปัจจุบัน การเรียนในสถาบันการศึกษามันลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะอะไรคนถึงไม่ชอบเรียนหนังสือ ในระบบ ผมว่าเรื่องนี้ไม่ต้องมานั่งศึกษากันหรอกครับว่าจะทำอย่างไรให้คนมันมีคุณภาพ หรือจะพัฒนาคนไปในทิศทางไหน ผมว่าเรามาตรงจุดกันเลยดีกว่าว่าที่จะทำให้คนมีสมอง มานั่งคิดว่าเขาจะพัฒนาตัวเองอย่างไร หากเขาได้รับสิ่งเหล่านี้ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ท่านลองถามประชาชนคนหนึ่ง ท่านมีสวัสดิการที่ดีพอให้เขาหรือยัง ท่านมีค่าครองชีพ ที่ประชาชนสามารถดำรงอยู่ได้หรือยัง ท่านมีที่พักอาศัยรองรับให้กับพี่น้องประชาชนที่ ปากกัดตีนถีบหรือยัง ท่านมีระบบการศึกษาที่ทันสมัย ทันโลก แล้วรองรับผู้มีรายได้น้อยหรือยัง ท่านมีคมนาคมที่ดีเพื่อรองรับประชาชนภายในประเทศดีแล้วหรือยัง สิ่งเหล่านี้มันเป็น พื้นฐานที่หากพวกท่านยังพัฒนาไม่ได้แล้ว แล้วเราจะไปพัฒนาคนได้อย่างไร หากเป็นผมเอง แทนที่วัน ๆ จะต้องมานั่งคิด มานั่งวิเคราะห์ว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างไร ผมมานั่งคิดอย่างอื่น ไม่ดีกว่าหรือครับว่าวัน ๆ ผมจะทำมาหากินอะไร จะทำตัวให้รอดไปวัน ๆ ได้อย่างไร บางครอบครัวเด็กเกิดมายังไม่มีนมกินเลย พ่อแม่ยังต้องกระเสือกระสนทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อครอบครัวให้สามารถไปต่อได้ในแต่ละวัน ผมไม่รู้ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเคยได้รับรู้ถึง รสชาติของความอดอยากหรือไม่ ส่วนตัวผมทราบดีครับ เคยอดมาก่อน ผมผ่านช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดมาแล้วครับ ท่านประธานครับ ณ ปัจจุบันนี้การเป็นพลเมืองที่มี คุณภาพดีมันมีแต่จะถดถอยลดลงเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้สังคมใหม่จึงมีแนวคิดที่อยากจะไปเป็น พลเมืองของประเทศที่มีคุณภาพที่ไม่ใช่ประเทศไทย ท่านลองเข้าไปอยู่ในกลุ่ม Facebook Search เข้าไปเลยครับกลุ่มที่ชื่อว่า โยกย้ายส่ายสะโพกโยกย้าย ท่านจะเห็นว่าพลเมือง ประเทศอื่นเขาเป็นกันอย่างไร เขาอยู่กันอย่างไร มีรายได้เท่าไร ความเป็นอยู่และความ ปลอดภัยดีแค่ไหน ไม่ต้องศึกษาหรอกครับ ผมว่าเรื่องนี้ต่อให้คนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็ยังสามารถตอบคำถามนี้กับท่านได้ จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพได้ดี มันคือเรื่องของ โอกาส โอกาสมันคือความหวังที่ประชาชนทุกคนอยากจะทราบเหมือนกันว่ามันคืออะไร ให้ท่านลองคิดว่าถ้าท่านไม่ได้เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรแล้วท่านจะทำมาหากินอะไรภายใน ๑๐ นาทีนี้ ผมก็อยากให้ท่านลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าท่านยังคิดไม่ได้ว่าท่านจะทำอะไร ภายใน ๑๐ นาทีนี้ แสดงว่าโอกาสที่มันมีอยู่ในประเทศไทยมันมองไม่เห็นครับ คนบริหาร ประเทศก็มัวแต่เอางบประมาณไปสร้างถนน ไปสร้างตึก สร้างสำนักงาน งบที่ใช้พัฒนา ทางด้านอื่นแทบจะไม่เหลือ ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะบอกว่าท่านอย่ามาตีกรอบ อย่ามากำหนด ว่าอะไรคือการสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ หากท่านยังมองว่าการทำกิจกรรมของ เยาวชน อย่างเช่น การพ่นกำแพงว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ การเล่นเกมเป็นเรื่องที่ไร้สาระ การเล่นกีฬาเป็นเรื่องที่ไม่มีอนาคต การเต้นรำเป็นเรื่องที่มองว่าไร้ประโยชน์ หรือการทำ อาชีพเกษตรกรยังมองว่าเป็นอาชีพที่ลำบากและยากจนอยู่ แล้วจะให้สถานศึกษาไปนั่งจ้ำจี้จ้ำไชสอนเด็ก ๆ สอนเยาวชนว่าโตขึ้นต้องไปเป็นหมอ ต้องไป เป็นวิศวกร ต้องไปเป็นทหาร และต้องไปเป็นตำรวจหรือเป็นครู ผมว่าเรามาปรับเรื่องพวกนี้ ดีกว่าไหมครับ อยากให้เยาวชน นักศึกษา มองเห็นว่าทุกอย่างคือโอกาส คือความหวัง และสามารถสร้างรายได้และความมั่นคงที่ดีได้อย่างไร เราไปสอนเขาในเรื่องแบบนี้ดีกว่าไหม ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะนำคนไปสู่การสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะอยู่ ภายใต้ระบบการปกครองแบบใดก็ตาม ขอบคุณครับ