ทินพล เปิดเสนอปฏิรูปการเรียนรู้พลเมือง เสริมจิตสำนึก-เคารพหลากหลาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ทินพล ศรีธเรศ หารือถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยชี้ถึงความล้มเหลวในการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองในปัจจุบัน และเสนอให้ปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองและประวัติศาสตร์ให้เน้นการคิดวิเคราะห์ เปิดกว้างต่อความหลากหลาย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาญัตติดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

นายทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ณ เวลานี้ดีใจครับท่านประธาน ขอบคุณท่านที่เสนอญัตตินี้เข้ามา การสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งกระผมคิดว่าเป็นญัตติอีกญัตติหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ถึงเวลาแล้วที่สภาของเราจะนำเรื่องนี้มาพูดกันในสภาแห่งนี้ครับ แนวคิดในการสร้าง ความเป็นพลเมืองให้เกิดกับประชาชนเป็นเรื่องที่ทุกประเทศในโลกต่างที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น และให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะต่างตระหนักถึงความจำเป็นแล้วก็คุณค่าของการเป็น พลเมืองที่ดีที่จะเป็นเครื่องมือนำพาประเทศให้รอดพ้นวิกฤติต่าง ๆ แล้วก็เข้มแข็ง แข็งแรง อย่างยั่งยืนตลอดไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

การขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อสร้าง ความเป็นพลเมืองหรือว่า Citizenship Education โดยหลาย ๆ ประเทศจัดไว้แล้วก็ปลูกฝัง ไว้ในการศึกษาภาคบังคับหรือว่า Compulsory Education บุคคลที่จะปฏิบัติตนให้เป็น พลเมืองที่ดีจะต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ครับ สำหรับประเทศไทยเราการสร้างความเป็น พลเมืองที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมนั้นอาจกล่าวได้ว่าประสบความล้มเหลว คำกล่าวของผม หลาย ๆ คนอาจจะพูดว่าผมกล่าวเกินจริงหรือเปล่า กล่าวเกินไปหรือเปล่า Bully ประเทศ ตัวเองหรือเปล่า จากภาพที่ผมนำมาเป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นยกพวกไล่ตีกันโดยที่ไม่ชอบ ขี้หน้ากันแค่นี้ การไล่ตีกันกลางถนน แก๊งโจ๋ยกพวกตีกัน เด็กช่างกลตีกัน ลูกแก๊งตำรวจ มีการเลียนแบบลูกแก๊งตำรวจอีก แล้วก็ความขัดแย้ง ความเห็นต่างทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในเมืองไทยเรา ณ ขณะนี้ และมาถึงจุดที่ว่าการให้อภัยกันมันยากกว่าการแทงคอกัน เสียอีกครับท่านประธาน จากข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลเด็ก เยาวชน จะเห็นว่า อัตราคดีที่เพิ่มขึ้นของเด็กและเยาวชนในช่วงอายุแต่ละปีตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ มีอัตรา ที่เพิ่มขึ้นนะครับ แบบนี้จะไม่ให้ผมคิดว่ามันล้มเหลวได้อย่างไร ท่านประธานครับ ตั้งแต่ ประเทศไทยเราเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา มีรัฐธรรมนูญถึง ๒๐ ฉบับเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในสังคมประชาธิปไตยประเทศอื่น ๆ โดยพิจารณาได้จากปัญหา หลาย ๆ ปัญหาที่ประเทศไทยประสบอยู่ตอนนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสังคมที่ล้มเหลว ความเหลื่อมล้ำ และตอกย้ำด้วยปัญหายาเสพติดที่หนักหนาสาหัส การทุจริตคอร์รัปชัน อาชญากรรม ครอบครัวแตกแยก ความเบี่ยงเบนทางค่านิยมและ วัฒนธรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายที่ประเทศไทยเราประสบอยู่ตอนนี้ แล้วก็ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่กำลังรุมเร้าแล้วก็เป็นปัญหาอย่างหนัก ก็คือความคิดเห็นทาง การเมืองที่แตกต่างกัน สำหรับหลักสูตรวิชาหน้าที่พลเมืองในปัจจุบันถึงเวลาแล้วที่จะต้อง สังคายนากันใหม่แล้วครับ วันนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป แม้แต่ ประเทศไทยเองเยาวชนเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้า การเข้าถึงเนื้อหาความรู้ ที่ดีกว่า กว้างกว่า ทำให้ทัศนะในการมองสังคมเกิดการตั้งคำถามต่อหลักสูตรประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองว่า มีความถูกต้องแม่นยำ มีความเป็นกลางและความเป็นจริงมากน้อย แค่ไหน วิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาที่มีปัญหาค่อนข้างมากครับ เพราะเน้นการสอนให้เด็ก แบบจำกัด และไม่เปิดกว้าง ทำให้วิชาหน้าที่พลเมืองไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น เป็นวิชาที่น่าเบื่อครับ ถามใครก็รู้ ถามเด็กคนไหนก็รู้ว่าวิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาที่น่าเบื่อ หรือไม่ เป็นวิชาที่ครูมายืนอยู่หน้าห้องและสอนให้เด็กท่องจำเพื่อที่จะนำไปสอบ มันไม่ได้อยู่ ในจิตใจ มันไม่ได้อยู่ในจิตใต้สำนึกของเยาวชน ทำให้เด็กไม่อยากเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง แล้วก็วิชาประวัติศาสตร์ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับปรุงแล้วก็ประเมินผลด้วยในวิชา หน้าที่พลเมืองแล้วก็วิชาประวัติศาสตร์ ควรต้องนำมาเปิดเผยชำระแล้วก็พูดคุยกัน ถ้ามี เรื่องอะไรเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน ให้ทันกับยุค ทันกับสมัย เพราะการศึกษาประวัติศาสตร์และหน้าที่ พลเมืองควบคู่กันไปในปัจจุบันนั้นไม่ทันกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตที่เรียกว่า มีความ ล้าสมัยไปแล้ว ตกยุคไปแล้ว และไม่ทันกับสิ่งที่เด็กเยาวชนต้องการ มีข้อเสนอแนะนิดหนึ่ง การปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่ดี แน่นอนครับทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องปลูกฝังตั้งแต่ วัยเยาว์ ให้เขาฝึกวิเคราะห์ข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ อย่างมีเหตุมีผลและมีการแสดงความคิด อย่างเป็นอิสระและสร้างสรรค์ ในวัยเรียนก็เช่นกันก็ต้องมีการนำเสนอกิจกรรมในรูปแบบ ที่หลากหลายเพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง และให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วม นั่นจะทำให้เขายอมรับระเบียบ กฎเกณฑ์ ลดการต่อต้าน รู้สึกเป็นปฏิปักษ์ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินกิจกรรมในการเรียนมีไปโดยราบรื่นครับ ไม่ได้เน้นให้เด็กท่องจำ แต่จะเน้นให้การปฏิบัติ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้เข้าใจในหลักประชาธิปไตย และต้องเคารพ สิทธิขั้นพื้นฐานของตัวเองแล้วก็ผู้อื่น ปลูกฝังการยอมรับความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างบุคคลในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศสภาพ ความพิการ ความสามารถถิ่นกำเนิด ไม่ทำร้าย ไม่ล้อเลียนซึ่งกันและกัน แบ่งปันวิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งในท้องถิ่น ร่วมกันแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งโดยสันติวิธี สิ่งเหล่านี้อยากจะให้ทุก ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แต่เด็กและ เยาวชนเท่านั้นที่จะต้องเรียนรู้เรื่องหน้าที่พลเมือง ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคนในเชื้อชาติของเรา ที่รักชาติบ้านเมืองต้องตระหนักถึงหน้าที่พลเมืองที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญครับ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ