ภัสริน รามวงศ์ อภิปรายเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตย โดยวิพากษ์การศึกษาที่เน้นการเชื่อฟังและไม่ส่งเสริมพลเมืองที่มีวิจารณญาณ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงอุปสรรคจากวัฒนธรรมชาตินิยม ระบบชนชั้น และการไม่ยอมรับความหลากหลายของชนกลุ่มน้อย เห็นว่าจำเป็นต้องปรับทั้งระบบการศึกษาและการรับรู้เรื่องประชาธิปไตยให้สอดรับกับยุคสมัย เน้นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีเสียง มีเสรีภาพ และยอมรับความต่าง เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงและก้าวพ้นกรอบอุดมการณ์เดิมที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศ
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิต วันนี้ดิฉันขออภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของเยาวชนในฐานะพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ท่านประธานคะ เราถูกพร่ำสอนว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของเด็ก นักเรียน มีหน้าที่ต้องศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เคารพและเชื่อฟังคำสั่งสอน ของครูบาอาจารย์
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันอยากให้ท่านประธานเห็น หนังสือแบบเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ระบุลักษณะ อันพึงประสงค์ของผู้เรียนไว้ดังนี้ค่ะ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทยและ ๘. มีจิตสาธารณะ หนังสือดี ๆ มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะท่านประธาน หากโรงเรียนยังสอนหน้าที่พลเมืองที่มุ่งมั่นส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในเชิงศีลธรรม การเชื่อฟัง เป็นหลัก ไม่มีช่องทางให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เรียนรู้ มีส่วนร่วมทางการเมือง นอกจากให้เขา นับวัยให้ถึง ๑๘ ปีจนถึงจะมีการเลือกตั้ง เราจะตามทันกระแสโลกเทคโนโลยีโลกนี้ไม่ทันค่ะ เยาวชนควรได้โอกาสในการซักถาม ในการแสดงความคิดเห็นได้เป็นปกติ การพัฒนาคน เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยท่านยกข้อเรื่อง PISA มาว่าสะท้อนปัญหาคุณภาพ โดยเฉพาะระบบการศึกษา แต่ไม่ได้พูดถึงปัญหาเกี่ยวกับการสร้างประชาธิปไตยเลย แต่เป็น การเสนอแนวทางพัฒนาแบบจับแพะชนแกะ ยังแสดงถึงความไม่เข้าใจประชาธิปไตยและ การพัฒนาค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะแสดงให้เห็นค่ะ
ประการแรก ประชาธิปไตยจากรากฐานวัฒนธรรมไทยดีกว่าประชาธิปไตย แบบตะวันตกจริงหรือ การมุ่งเน้นไปที่การสร้างพลเมืองดีมีศีลธรรมโดยไม่มีคำอธิบายใดเลย นอกเหนือไปจากคำว่า วัฒนธรรมตะวันตกมีลักษณะเป็นทุนนิยม มีลักษณะบริโภคนิยม ล่อแหลมกับค่านิยมประเพณีอันดีงามของไทย ดิฉันเรียนดังนี้ค่ะ วัฒนธรรมไทยเรามีชนชั้น มีเจ้าขุนมูลนาย มีอภิสิทธิสูงส่งกว่าคนอื่น เรามักถูกพร่ำสอนว่าให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ในหนังสือเรียน ในแบบวรรณกรรม หรือแม้กระทั่งแต่ในละครไทยเองก็ตาม ทำให้เด็กเยาวชนหรือพลเมืองไทย ไม่กล้าตั้งคำถาม และบ่อยครั้งเราถูกอธิบายชีวิตของเรานี้ด้วยกฎแห่งกรรม เห็นได้ชัดจากครู นักเรียน เด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งรัฐบาลกับประชาชน เรามีพี่น้องชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น มอญ กะเหรี่ยง มาเลย์ จีน แต่เราถูกอัดอัตลักษณ์อย่างความเป็นคนไทย ผลักไสให้เขาเป็น คนกลุ่มน้อยในประเทศนี้เป็นคนอื่นมาโดยตลอด การเอาอัตลักษณ์ความเป็นคนไทยไป ครอบอัตลักษณ์อื่น ๆ นั้นเป็นความรุนแรงเชิงระบบอย่างยิ่ง การรักษาบรรพบุรุษเป็นสิ่งดี แต่ต้องไม่ใช่ Toxic Nationalism หรือชาตินิยมล้าหลังค่ะ ท่านประธานคะ ข้อเสนอญัตติ ของเพื่อนสมาชิกที่กล่าวว่ายิ่งในสังคมยุคใหม่ คำว่า ประชาธิปไตย ส่วนใหญ่ยังถูกอิงตีความ ไปกับแนวคิดเชิงตะวันตก ดิฉันขอให้สิ่งนี้ควรเป็นเรื่องของการเข้าใจและปรับตัวเสียมากกว่า
ประการที่ ๒ ประชาธิปไตยกับการพัฒนาคน สิ่งที่น่าสังเกต ท่านผู้เสนอ เชื่อมโยงกับคะแนน PISA และปัญหาอัตราการว่างงานของเด็กที่จบใหม่ไปเกี่ยวโยงกับ พัฒนาคนที่พึงประสงค์ในระบบประชาธิปไตย การพัฒนาประชาธิปไตยจากรากฐาน ความเป็นไทย ดิฉันเห็นว่าแนวทางปฏิบัติ ๒ สิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกันค่ะ เพราะข้อสอบ PISA เป็น ข้อสอบสากล ไม่ได้วัดการมีทัศนคติและค่านิยมประชาธิปไตยบนบริบทของสังคมไทยค่ะ ดิฉันเห็นด้วยว่าเด็กไทยมีคะแนน PISA นี้ตกต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี เด็กใหม่ เด็กจบใหม่ ว่างงาน ไม่ใช่เพราะเด็กขาดการมีทัศนคติและค่านิยมประชาธิปไตยบนบริบทของสังคมไทย แต่เกิดจากการที่หลักสูตรล้าหลัง ปลูกฝังให้เด็กไม่มีการคิดเชิงวิพากษ์ ไม่มีเสรีภาพในการ แสดงออก โรงเรียนมีอำนาจ มีวัฒนธรรมอำนาจนิยมสูง ไม่อยู่บนฐานของการมีส่วนร่วม กับของผู้เรียน ในภาพนี้ดิฉันขอพูดแทนคนบางซื่อนะคะ เก็ท โสภณ คนบางซื่อ ที่ปัจจุบัน ยังคงอยู่ในเรือนจำ ทั้งที่เก็ทเป็นเยาวชนคนหนุ่มสาว อนาคตเป็นแพทย์รักษาคน เอาเก็ท เข้าไปติดคุก พรากอดีต เอาความฝัน เอาเวลาปัจจุบันของคนหนุ่มสาวนี้ออกไปให้ไกลจากเขา มากที่สุดค่ะ ข้อเสนอของดิฉันคือ เลิกกลัวและเปิดกว้าง ให้เยาวชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ให้เป็นประชาธิปไตยแบบมีนิติรัฐ นิติธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน สากลโลกยอมรับ วัฒนธรรม อำนาจนิยม การใช้อำนาจเหนือจารีตประเพณี เปลี่ยนเป็นสอน เรื่องสิทธิเสรีภาพ การเคารพ การแสดงความคิดเห็นต่าง เป็นพลเมืองโลกค่ะ การท่องจำ บทบาทเยาวชน ปฏิบัติตามผู้มีอำนาจ สมควรเปลี่ยนเป็นการคิดเชิงวิพากษ์ มีส่วนร่วม ทางการเมืองและมีกระบวนการตัดสินใจที่พวกเขามีส่วนร่วมค่ะ การปิดปาก การ Sensor ตัวเองให้เปลี่ยนเป็นส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การปลูกฝังความรักชาติไทย ปรองดองเป็นหนึ่งเดียวกัน สมควรที่จะต้องยอมรับให้ความแตกต่างของคนในสังคมด้วยว่าเรามีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ด้วย ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ยึดครอง ไม่กลืนอัตลักษณ์ซึ่งกันและกันค่ะ เยาวชนจะดีให้เขา ได้เบิกบานและสร้างสรรค์ แต่ถ้าการเมืองยังคงอุดมไปด้วยอำนาจนิยมในชุมชน ในโรงเรียน ในประเทศนี้กีดกัน ปิดปาก ไม่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เรายังคงติดหล่มอุดมการณ์ การพัฒนาคนที่ล้าหลัง ถ่วงประเทศนี้ไม่ให้เจริญค่ะท่านประธาน ดังนั้นจากรายละเอียดของ ญัตติตามหลักการและเหตุผลที่ท่านผู้เสนอได้เสนอเข้ามานั้น ดิฉันมองว่ามีความย้อนแย้ง และขัดแย้งขัดกับผลประโยชน์ของชาติในปัจจุบันค่ะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนญัตติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอ ในการเพิ่มการมีส่วนร่วมเยาวชน ในฐานะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ พริษฐ์ วัชรสินธุ ค่ะ และความท้าทายในวันนี้ คือการช่วงชิงความหมาย เราจะเป็นพลเมืองที่ดีแบบไหนกันคะ เป็นความท้าทายของเรา ทุกคน ท่านต้องไม่มองว่าท่านคือเจ้าของชีวิตของใคร เด็กถูกเพ่งเล็ง เด็กถูกจัดระเบียบ เด็กถูกตรวจตรา ถูกเฆี่ยนตี ด้วยสถาบันศีลธรรมมากเกินไปแล้วค่ะ อย่าผลิตเด็กออกมาจาก โรงงานเดียวเลยค่ะ การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเดียวที่คงที่และแน่นอนที่สุดในชีวิตเรา ไม่มีใคร เอาชนะกาลเวลาได้ โลกมีแต่วันพรุ่งนี้ไม่มีอดีตอีกแล้วค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ