จิตติพจน์ ชี้ไทยถดถอย 18 ปี หวั่นเสียโอกาสเป็นเสือตัวที่ 5 อาเซียน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ประเทศถดถอยมาอย่างต่อเนื่อง และเสนอให้พิจารณาใช้ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมอย่างรอบคอบเพื่อเยียวยาและนำสังคมสู่สภาวะปกติ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ผมเฝ้าติดตามสถานการณ์ ในประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน ด้วยความกังวลครับในช่วงประมาณ ๑๘ ปี ที่ผ่านมา ประเทศของเรามีความถดถอยในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือในด้าน อื่น ๆ แทบทุกด้าน แต่เดิมเราเคยเป็นประเทศที่คาดว่าจะเป็นเสือตัวที่ ๕ ของ Asia สามารถ เทียบชั้นไต้หวัน เกาหลีได้ แต่ปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่าเราจะยังเป็นเสือตัวที่ ๕ ของ ASEAN ได้ หรือไม่ ASEAN เล็กกว่า Asia เยอะนะครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเรายังสามารถเป็นเสือตัวที่ ๕ ของ ASEAN ได้หรือไม่ สาเหตุหลัก ๆที่เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เกิดจาก ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมที่เกิดขึ้น ในประเทศเป็นสถานการณ์ที่บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ผมมี ส่วนได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมสำคัญ ๆ หลายครั้ง สำหรับปี ๒๕๕๓ ตอนนั้นผม เป็นสมาชิกวุฒิสภาอยู่ก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจากับผู้ชุมนุม และต่อมาเมื่อมีการสลาย การชุมนุมแล้วก็ได้เป็นคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งตั้งโดยวุฒิสภา มีอาจารย์ โคทม อารียา มีท่านพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ มีท่าน สว. วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ขออภัย ที่เอ่ยนามไม่ใช่เรื่องเสียหาย ท่านต่าง ๆ เหล่านี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็มาเป็นรองประธาน ในคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง พวกเราได้มีโอกาสได้ศึกษาถึงข้อขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา มีโอกาสได้ศึกษาถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีการใช้อาวุธจริงกับประชาชนที่ไม่มีอาวุธหรือบุคคลบางส่วนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ด้วยซ้ำไป เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้พวกเราได้ศึกษาอย่างละเอียดครับ ข้อมูลบางอย่างก็มี การตีพิมพ์สู่สาธารณชน บางส่วนก็เก็บไว้ที่วุฒิสภา ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของ ประเทศเรา แต่ว่าท่านประธานครับ แม้พวกเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีการตั้ง คณะกรรมการโดยวุฒิสภาก็ดีหรือ คอป. ก็ดีหรือคณะกรรมการอื่น ๆ ก็ดีนะครับ แต่ท่านประธานก็คงเห็นนะครับว่าสถานการณ์ในวันนี้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจครับ เรายังมี ความขัดแย้งในสังคมอยู่อย่างต่อเนื่อง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเหตุการณ์ในไอซ์แลนด์ เพื่อประกอบการพิจารณา ในประเทศไอซ์แลนด์ในปี ค.ศ. ๑๙๗๒ เคยเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Bloody Sunday หรือวันอาทิตย์เลือด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทหารอังกฤษสลายการชุมนุม ประชาชนชาวไอริช และมีผู้เสียชีวิตทันที ๑๓ คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก ๑ คน ในภายหลัง เหตุการณ์ดังกล่าวมีการตรวจสอบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหลายครั้ง ครั้งหลังสุด ท่านประธานเกิดขึ้น ในปี ค.ศ. ๑๙๙๘ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้ว ๒๖ ปี ใช้เวลา ๑๒ ปี ในการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบผมขออนุญาตไม่เอ่ยถึงก็แล้วกัน เพราะว่าจะเป็นการใช้ เวลาของสภาแห่งนี้มากเกินไป แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่าวิธีการที่พวกเรากระทำอยู่ ในขณะนี้ยังไม่เห็นทางออกครับท่านประธาน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นครับที่จะต้องหาวิธีออก จากความขัดแย้งอันนี้ให้ได้ ซึ่งการใช้วิธีการนิรโทษกรรม ผมก็เชื่อว่าเป็นวิธีหนึ่งซึ่งเป็นไปได้ เพราะว่าในขณะนี้ในหน่วยงานของรัฐหลาย ๆ หน่วย ได้รับการนิรโทษกรรมไปแล้วโดย กฎหมาย หรือได้รับการนิรโทษกรรมไปแล้วโดยปริยาย แต่ประชาชนผู้ชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ยังต้องได้รับผลกระทบกับเรื่องเหตุการณ์การชุมนุมอยู่ บางส่วนก็หนีไป ต่างประเทศยังไม่ได้กลับมาสู่ประเทศไทย บางส่วนก็ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หรือมีเหตุการณ์ อื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง หรือตัดสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้เป็น เหตุการณ์ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองทั้งสิ้น เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้จะ ไม่สามารถที่จะกลับสู่สภาวะปกติได้เลยถ้าพวกเราไม่หาวิธีดำเนินการโดยวิธีอื่น ถ้าปล่อยไป เรื่อย ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าอีก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีเหตุการณ์จะกลับสู่ปกติหรือไม่ คำว่ากลับสู่ ปกตินั้น ผมหมายถึงว่าเป็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับในประเทศอังกฤษที่มีการเลือกตั้งก็เป็น การเลือกตั้งโดยปกติ จะมีการชุมนุมบ้างก็เป็นการชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เอาเป็นเอาตายกันแต่อย่างไร หรือการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา หรือการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่พึงประสงค์เป็นสิ่งที่ ประเทศไทยควรจะพยายามที่จะดำเนินการไปให้ได้ ดังนั้นแนวคิดวิธีการใช้ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ซึ่งครอบคลุมถึงบุคคลทุกกลุ่มและมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าส่วนใดควรจะได้ การนิรโทษกรรม ส่วนใดสมควรที่จะมีวิธีหรือมาตรการอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งหนึ่งที่ถ้าหากว่ามีการพิจารณา พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแล้วน่าที่จะได้ พิจารณาถึงการเยียวยาผู้เสียหายที่มีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่รับการเยียวยา รวมทั้งการเสาะหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของ ข้อขัดแย้งและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มานับครั้งไม่ถ้วน ก็ขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานและขอสนับสนุนการตั้งญัตตินี้ครับ ขอบพระคุณครับ