ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมเสนอแนวทางเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน 8 แห่งเพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมถึงการเร่งช่วยเหลือด้านหนี้เสียจากผลกระทบโควิด-19 โดยเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ พักชำระหนี้ และเสนอมาตรการแก้ไขหนี้นอกระบบ พร้อมสนับสนุนสินเชื่อภาครัฐและการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางการเงินและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานครับ กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ได้ ตั้งคำถามครั้งที่ ๒ เราทราบดีว่าปัญหาที่ SMEs เผชิญในเรื่องแหล่งเงินทุน แล้วก็เป็นอย่าง ข้อเสนอที่ท่านได้เสนอมา สิ่งสำคัญที่เราเห็นตรงกันว่าเราจะดำเนินการอย่างไร ในคำถาม ที่ท่านพูดถึงที่เป็นแหล่งเงินทุนจาก LTF ซึ่งเป็นกองทุนที่จะให้ประชาชนเข้ามาในส่วนร่วม โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนในการนำไปใช้จ่ายลดหย่อนภาษี แล้วก็ร่วมกับรัฐเพื่อเสริม สภาพคล่องผ่านสินเชื่อกับธนาคารของรัฐให้แก่ SMEs ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ กองทุน LTF เป็นเรื่องที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังน่าจะมีข้อมูล แล้วก็ได้คุยกับท่านได้มากกว่า อย่างไรก็ดีในส่วนของผม ผมมองอย่างนี้ครับ ผมดูแล สสว. แล้วก็ดูแล SMEs ในกระทรวงที่รับผิดชอบอยู่หลายกระทรวง ก็อยากกราบเรียนว่าปัญหา สำคัญประการหนึ่งของผู้ประกอบการ SMEs ในขณะนี้จริง ๆ ก็มีเรื่องการเข้าถึงการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐโดยใช้แหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs นั้น รัฐบาลและ สสว. ได้เป็น หน่วยงานรับผิดชอบที่จะสนับสนุนให้ SMEs ดำเนินการในงานด้านนี้ การที่เราจะสามารถ ทำให้เขาเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างโดยเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนเพื่อลดปัญหาเรื่องเงินทุนให้กับ ผู้ประกอบการ โดย สสว. จะร่วมมือกับทางสถาบันการเงินต่าง ๆ เมื่อสักครู่ผมได้เกริ่น ไปแล้วข้างต้น วิธีที่เราแก้ปัญหาขณะนี้ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเราก็คือเราพยายาม จะเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนสถาบันการเงินขณะนี้ จำนวน ๘ แห่งด้วยกัน เช่น ธนาคารกรุงไทย SME Bank ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต โดยให้การสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการ เหล่านี้ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ทั้งช่วงก่อนรับงานและช่วงหลังสัญญา รวมถึงเงินทุน หมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องได้ ในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ เราเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าถึง แหล่งเงินทุนได้รวมทั้งสิ้นถึง ๑๕,๔๑๗.๕๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๖ แค่ในช่วงมกราคม ถึงกันยายน ๒๕๖๖ เราทำได้รวมทั้งสิ้นถึง ๔,๙๓๘.๗๘ ล้านบาท เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือ แนวทางที่เราได้ดำเนินการแล้วก็ได้เอาใจใส่ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังมีการวางแนวทาง ในการช่วยเหลือ SMEs อยู่อีก เช่น แนวทางแก้ไขหนี้ในระบบเราทราบดีว่ามี SMEs จำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ กลายเป็นหนี้เสีย มีประวัติค้างอยู่ในเครดิตบูโร อันนี้เราก็มี มาตรการช่วยเหลือพักหนี้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ แล้วก็ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ SMEs
เรื่องที่ ๒ แนวทางแก้ไขหนี้นอกระบบ รัฐบาลได้กำหนดให้มีโครงการลงทะเบียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาตรการช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ผ่าน กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ในโครงการแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาลด้วยมาตรการสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือรองรับลูกหนี้นอกระบบ โดยธนาคารออมสินและธนาคาร ธ.ก.ส. รวมไปถึง โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบโดยธนาคารออมสินเราก็ได้ให้ หน่วยงานเหล่านี้เข้ามารับผิดชอบและช่วยผลักดัน และแนวทางการปรับโครงสร้างระบบ การให้สินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อควบคู่ไปกับการแก้ไขหนี้ อันนี้ก็ได้มีการดำเนินงาน นะครับ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ เช่น แนวทางการยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อ โดยกระทรวงการคลังร่วมกับ ธปท. อยู่ระหว่างเสนอแนวทางดังกล่าวอยู่ ซึ่งอันนี้ถ้าผ่าน มาได้ก็จะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ได้ อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่ง หรือการเข้าไปดูเรื่องของเครดิตบูโรให้เพื่อจะทำให้เขาได้ผ่านพ้นสิ่งต่าง ๆ ซึ่งจะ เป็นอุปสรรคต่อการที่เขาจะทำงานต่าง ๆ ได้มากขึ้น กราบเรียนว่าขณะนี้แม้เราเองจะไม่ได้ เข้าไปดูเรื่องกองทุน LTF โดยตรง อันนั้นเป็นหน้าที่คนอื่น แต่เราก็ไม่เกี่ยงงาน เราก็พยายาม ทำหน้าที่เราให้เป็นการสนับสนุนมากขึ้น และผมเชื่อว่าถ้าเรามีการประสานงานและพูดกัน LTF และพูดกับกระทรวงการคลังที่ชัดเจนขึ้น ทิศทางมันก็จะไปในทิศทางเดียวกันแล้วก็จะมี ส่วนช่วยได้เยอะ กระทรวงอุตสาหกรรมก็เหมือนกัน กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้เข้ามา ส่งเสริมให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับ SMEs ในการประกอบ ธุรกิจและสร้างความเข้มแข็งทางการเงินผ่านมาตรการต่าง ๆ เหมือนกัน สิ่งที่กระทรวง อุตสาหกรรมได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนผ่านสินเชื่อระยะยาวตามสำหรับวงเงินสินเชื่อ ไม่เกิน ๕ ล้านบาท โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน ๑๐ ปี หรือสินเชื่อพิเศษที่วงเงิน สินเชื่อสูงสุดไม่เกิน ๒ ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน ๕ ปี เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของรัฐบาลและขององค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้อง และเราแบ่ง หน้าที่การทำ ส่วนไหนทำได้ก็ทำในหน้าที่ของตัวเองไป สำหรับของผมที่เกี่ยวข้องในแง่ของ สสว. แล้วก็หน่วยงานประสานงานที่อยู่ในกำกับดูแลเราพยายามจะจัดการต่าง ๆ เพื่อให้ SMEs ซึ่งเราเห็นว่าเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย รายกลางก็ดีเป็นฐานเศรษฐกิจของ ประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้เราประกาศตัวเป็นรัฐสนับสนุน ไม่ใช่รัฐอุปสรรค เพราะฉะนั้นเรา พยายามขจัดข้อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นปัญหา แล้วก็พยายามจะสร้างกฎระเบีบบ ข้อบังคับที่เอื้ออำนวยให้ได้ทำ อันนี้สบายใจได้ครับ ผมคิดว่าเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลและ กำลังดำเนินงานต่าง ๆ อยู่ หากมีอะไรที่ยังขาดตกบกพร่องหรือมีข้อเสนอแนะ ผมเชื่อว่า ประชาชนด้วยกันเอง ผู้ประกอบการ SMEs หรือสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติที่ให้ความห่วงใย เสนอแนะได้ เรายินดีรับไปและนำไปฏิบัติต่อไป ขอบคุณครับ