สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

กัลยพัชร รจิตโรจน์ สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับนโยบายบัตรใบเดียวรักษาได้ทุกที่ โดยระบุว่านโยบายนี้ซ้ำซ้อนและยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เนื่องจากขาดข้อมูลการรักษาที่สมบูรณ์และการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลต่างๆ

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาผ่านทางท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวข้อที่ดิฉันจะพูดคือ นโยบายบัตรใบเดียวรักษา ได้ทุกที่ นโยบายบัตรใบเดียวรักษาได้ทุกที่เป็นนโยบายเรือธงตั้งแต่ตอนหาเสียงของ พรรคเพื่อไทย และปัจจุบันก็ยังเป็นนโยบายแกนหลักของสาธารณสุข ปัจจุบันได้เริ่มมีการ Kick Off นโยบายไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ มกราคมที่ผ่านมา ใน ๔ จังหวัดนำร่อง ได้แก่ แพร่ นราธิวาส เพชรบุรี และร้อยเอ็ด ได้ข่าวว่ากำลังจะเพิ่มระยะ ๒ ภายในเดือนมีนาคมในอีก ๘ จังหวัด ที่ดิฉันทราบเพราะว่าได้เริ่มพูดคุยกับบุคลากรปฏิบัติงานหน้างานที่จังหวัดพังงา แล้วก็จังหวัดนครสวรรค์ไปบ้างแล้ว ดิฉันไม่แปลกใจเลยที่ท่านคิดนโยบายนี้ขึ้นมา ท่านต้องการให้นโยบายที่ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเดิมยังให้ไม่ได้ ก็คือการให้ประชาชนไป รักษาได้ทุกที่ ไม่ติดโรงพยาบาลต้นสังกัดอีกต่อไป รักษาได้รวดเร็ว ทันใจ สะดวก ไม่ต้องรอ คิวนาน แต่ทว่านโยบายนี้มันซ้ำซ้อนยิ่งกว่านั้น เพราะถ้าหากปราศจากการเชื่อมต่อข้อมูล อย่างไร้รอยต่อแล้ว นโยบายนี้ยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เวลาดิฉันกล่าวถึง ข้อมูลการรักษาของผู้ป่วยหรือ Digital Medical Data ดิฉันไม่ได้หมายถึงข้อมูลการรักษา เท่านั้น ดิฉันยังหมายถึงโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยาที่คนไข้ใช้ประจำ ประวัติผ่าตัด ประวัติคลอดบุตร ประวัติการตรวจร่างกาย ผลเลือด ผลทางห้อง Lab ห้องปฏิบัติการ ผลทางรังสีวิทยา เช่น เอกซเรย์ CT MRI หรือข้อมูลที่ทุกคนลืมจะนึกถึง ก็คือข้อมูล การเบิกจ่ายของผู้ป่วยแต่ละคน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหล่านี้นโยบายนี้จะไม่สามารถประสบ ความสำเร็จได้เลยในระยะยาว จะว่าไปในระยะสั้นที่ผ่านมาแค่ ๒-๓ อาทิตย์ก็เริ่มเห็น ปัญหาแล้วค่ะ ดิฉันได้เข้าไปพูดคุยกับบุคลากรสาธารณสุขหน้างาน ๔ จังหวัดนำร่องของท่าน หลายท่านกล่าวว่าต้องซักประวัติคนไข้ใหม่ทั้งหมดเลย เพราะคนไข้จำยาที่ตัวเองแพ้ไม่ได้ หลายคนกล่าวว่าผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนจำโรคประจำตัวที่เคยได้รับการวินิจฉัยประมาณ ๒๐ ปี ๓๐ ปีก่อนที่โรงพยาบาลต้นสังกัดเดิมไม่ได้ ฟังจากผู้ปฏิบัติงานแล้ว เราฟังจากผู้ป่วยที่สำคัญ ที่สุดในสมการนี้ เสียงสะท้อนจากผู้ป่วยสะท้อนดังมากไปที่หลายหน้าสื่อ และสะท้อนมาถึง หูดิฉันด้วยว่าหลังจากเสียบบัตรประชาชนเข้าเครื่องไปหน้าจอว่างเปล่า ต้องเสียเวลา ซักประวัติใหม่ทั้งหมด ตรวจร่างกายใหม่ทั้งหมด หลายท่านต้องเจ็บตัวเจาะเลือดใหม่ เป็นครั้งที่ ๒ หลายท่านที่ต้องการทำฟิล์มเอกซเรย์ก็ต้องรับรังสีกันใหม่ สรุปแล้วข้อมูล ยังเชื่อมต่อไม่ครบถ้วนใช่ไหมคะ นอกจากนั้นดิฉันยังได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงพยาบาล เอกชนใน ๔ จังหวัดนำร่องของท่าน ท่านอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเขากำลังจะถอนตัวออกจาก โครงการของท่าน ด้วยเหตุผลเดียวเลยที่ดิฉันขอพูดตามเขาเลยว่า ยังไม่รู้เลยว่าจ่ายสตางค์ กันอย่างไร ขณะนี้ท่านกำลังเพิ่มภาระงานให้บุคลากรสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ เพราะเป็นไปตามที่ดิฉันอภิปรายตอนอภิปรายงบทุกประการว่าเมื่อท่านเปิดให้รักษาทุกที่ คนไปโรงพยาบาลศูนย์เป็นส่วนใหญ่ Pain Point ที่ ๒ คือคนขายรอคิวนานขึ้น ตรวจซ้ำซ้อน มากขึ้น และข้อ ๓ ท่านกำลังสร้างความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในระบบเบิกจ่ายของท่านอีกด้วย ให้กับผู้ประกอบการโรงพยาบาล ยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งก็ได้ค่ะ หน้าคลินิกกระดูกและข้อ หน้าโรงพยาบาลจังหวัดนำร่องแห่งหนึ่งของท่านติดป้ายไว้ว่า วันนี้คนไข้คิวเต็มแล้ว ๑๙๐ คน ขอรับเฉพาะคิวที่นัดไว้และคิวที่มีบัตรส่งตัวเท่านั้น ผู้ที่ไม่มีใบส่งตัวกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ไม่มีใบส่งตัวนี้มิใช่หรือคะคือผู้ป่วยที่ลงทะเบียนกับนโยบายบัตรใบเดียวรักษาได้ทุกที่ ของท่าน สรุป ณ วันนี้นโยบายบัตรใบเดียวอาจจะรักษาได้ทุกที่ แต่จะไม่ทุกคนนะคะ เท่าที่ได้คุยกัน ในชั้นคณะกรรมาธิการแล้ว ทั้งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และคณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ทางกระทรวงสาธารณสุขแจ้งกับดิฉันอย่าง ชัดเจนว่าการเชื่อมต่อข้อมูลการรักษากำลังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ห่างไกลจากคำว่า พร้อม นะคะ

ดิฉันจะเข้าสู่คำถามที่ ๑ ก็คือแล้วโรงพยาบาลต่างสังกัดล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็น สังกัด อว. หรือสังกัดกระทรวงกลาโหม ท่านได้เริ่มมีการพูดคุยเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลให้ผู้ป่วย ข้ามสังกัดแล้วหรือยังคะ