จิตติพจน์ จี้ กทม. ติดตั้งไฟ-กล้องฯ ลดความเสี่ยงรอบมหาวิทยาลัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือกรณีความรุนแรงในโรงเรียนและพัฒนาการ โดยเน้นประเด็นกฎหมายเยาวชนและมาตรการป้องกันอาวุธ พร้อมทั้งเสนอเรื่องการฝึก EQ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้นักเรียนตระหนักรู้ความแตกต่างระหว่างความจริงและเสมือนจริง ป้องกันการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง และเสนอให้กรุงเทพมหานครติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้จริงรอบ ๆ มหาวิทยาลัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักเรียน

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ผมติดตามข่าวที่เกิดขึ้นที่พัฒนาการ ด้วยความกังวลครับ ที่กังวลก็เนื่องจากว่ามันเกิดขึ้นบ่อยครั้งเรื่อย ๆ บ่อยขึ้นในประเทศไทย หลังจากที่เรามีเคสที่พารากอนแล้วก็มีเคสที่พัฒนาการอีก แล้วก็เป็นความรุนแรงที่เกิดจาก เยาวชนซึ่งเป็นกรณีความรุนแรงที่มีลักษณะพิเศษ เพราะว่าตามประมวลกฎหมายอาญา ของเรานั้นได้มีการแบ่งว่าถ้าเด็กอายุต่ำกว่า ๑๐ ปีเป็นกรณีหนึ่ง เด็กอายุ ๑๐-๑๕ ปีเป็นอีก กรณีหนึ่ง ๑๕-๑๘ ปีเป็นอีกกรณีหนึ่ง ๑๘-๒๐ ปีก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง ถ้าต่ำกว่า ๑๐ ปี ไม่ว่า จะกระทำการใดที่กฎหมายถือว่าเป็นความผิดก็ไม่มีความผิด ต่ำกว่า ๑๕ ปีส่วนมากก็ไม่ต้อง รับผิดเช่นเดียวกัน หรือว่าถ้า ๑๕-๑๘ ปีก็อาจจะไม่ต้องรับผิดก็ได้ หรือถ้าหากว่าศาล เห็นสมควรลงโทษก็ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง ถ้า ๑๘-๒๐ ปีก็ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า ความผิดของเยาวชนนั้นกฎหมายมีการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ก็เนื่องจากเห็นว่าเยาวชนนั้น ยังมีประสบการณ์ ยังมีวุฒิภาวะที่ไม่เพียงพอ การกระทำใด ๆ ไปนั้นก็อาจจะไม่มีเจตนา หรือไม่รู้ว่าเป็นการกระทำผิด กฎหมายจึงมีการพิจารณาและดูแลเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ดีการกระทำผิดของเยาวชนนั้นไม่เฉพาะในประเทศไทย ในต่างประเทศไม่ว่า ในสหรัฐอเมริกาก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานว่า ในช่วงประมาณ ๕-๖ ปีที่ผ่านมา แต่เดิมการใช้อาวุธปืนยิงกันในโรงเรียนเคยมีปีหนึ่ง ประมาณ ๓๐๐ กว่าเคส พอถึงปี ๒๐๒๒ ก็กลายเป็น ๗๐๐ กว่าเคส ซึ่งมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ของประเทศไทยผมเชื่อว่าคงยังไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้น แต่อย่างไรก็ดีโลกปัจจุบันเป็นโลก โลกาภิวัตน์ สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศก็สามารถนำมาใช้ในประเทศไทย ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมที่เคย เกิดขึ้นในต่างประเทศก็อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเราได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาล จึงไม่ควรนิ่งนอนใจครับ สำหรับกรณีของเด็กนักเรียนที่พัฒนาการผมก็ขออนุญาตแสดง ความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและญาติของผู้เสียชีวิต แล้วก็ขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ กทม. กระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาเยียวยาผู้เสียหาย และได้สอบถาม สืบสวน สอบสวน ให้ทราบข้อเท็จจริงว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการแทงกันตายที่พัฒนาการ เพราะการที่เรารู้ถึงสาเหตุของปัญหาจะทำให้เราสามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้ดียิ่งขึ้น ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการเป็นการด่วน เพราะเราก็คง ไม่อยากเห็นประเทศของเรามีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก อยากให้เหตุการณ์ที่พัฒนาการ เป็นเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ในเบื้องต้นผมก็ขออนุญาตให้ ข้อคิดเห็นว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียนของ เด็กนักเรียน ในเบื้องต้นเราอาจจะต้องพิจารณาถึงมาตรการในการตรวจสอบอาวุธที่จะ นำเข้าไปในโรงเรียน เหตุการณ์ที่พารากอนก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าแม้เราจะมีเครื่องตรวจจับ โลหะหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ยังสามารถนำวัตถุที่นำไปทำอาวุธเข้าไปในห้างสรรพสินค้าได้ ในโรงเรียนก็อาจจะต้องเริ่มมีมาตรการป้องกันในส่วนนี้เช่นเดียวกัน เพราะการที่สามารถ ป้องกันไม่ให้อาวุธเข้าไปในโรงเรียนได้ก็จะลดความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ นอกจากเราจะต้องป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธเข้าไป ในโรงเรียนแล้ว อีกมาตรการหนึ่งที่ผมคิดว่าเราควรจะดำเนินการก็คือการฝึกอบรมให้ พนักงานรักษาความปลอดภัย ครูบาอาจารย์ก็ดี นักเรียนก็ดี ได้มีประสบการณ์หรือมีความรู้ ว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันจะต้องดำเนินการอย่างไร ทาง รปภ. จะต้อง ทำอย่างไร ทางครูจะต้องทำอย่างไร หรือเพื่อนนักเรียนด้วยกันถ้าเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้น อย่างเช่นเหตุการณ์ที่พัฒนาการเมื่อมีการแทงแล้ว ถ้าหากว่าเพื่อนนักเรียน ครู หรือ รปภ. ดำเนินการอย่างทันท่วงทีเราก็อาจจะสามารถป้องกันการสูญเสีย คืออาจจะบาดเจ็บ แต่อาจจะไม่สูญเสียรุนแรงก็อาจจะเป็นได้ ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ น่าจะได้พิจารณาให้มีมาตรการป้องกันเหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในทำนองเดียวกัน กับการป้องกันการเกิดอัคคีภัยที่เราได้มีการฝึกซ้อมกันอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ ความรุนแรงในโรงเรียนก็สมควรที่ทางโรงเรียนจะได้มีการจัดโปรแกรมหรือมาตรการที่จะ ซักซ้อมให้เกิดความเข้าใจในการป้องกันปัญหานี้เช่นเดียวกันครับท่านประธาน อีกประเด็นปัญหาหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความรุนแรงในทำนองนี้เกิดขึ้นก็คือ เรื่องของยาเสพติด ยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดอ่อน ๆ หรือรุนแรงก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสุรา กัญชา ใบกระท่อม หรือยาบ้า ยาม้า หรือวัสดุกล่อมประสาทใด ๆ ก็แล้วแต่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประการหนึ่งที่ทำให้เยาวชนของเราไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ หรือไม่สามารถที่จะ ควบคุมพฤติการณ์ของตนเองได้ ถ้าหากได้มีการป้องกันในส่วนนี้อย่างจริงจังก็จะช่วย ลดปัญหาในเรื่องนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

อีกประเด็นหนึ่ง เป็นเรื่องของการฝึก EQ หรือฝึกในเรื่องของมาตรการ ทางอารมณ์ ทำอย่างไรจะทำให้เด็กนักเรียนของเรามีจิตสำนึกที่ไม่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนของเราแม้ว่าจะมีการเสพสื่อ มีการเสพภาพยนตร์ หรือมีการ เล่นเกม เห็นความรุนแรงในเกมหรือในภาพยนตร์แล้วแต่ก็ยังสามารถที่จะตระหนักรู้ได้ว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ใช่ความจริง เป็นสิ่งที่เสมือนจริง เอาไว้สำหรับเล่นสนุก ๆ เท่านั้น ในชีวิตความเป็นจริงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นทำไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ถ้าหากได้มี การฝึกอบรมให้นักเรียนได้มีความรู้ความเข้าใจ มีจิตสำนึกที่ดี มี EQ ที่ดี ผมเชื่อว่าจะช่วย ป้องกันปัญหาในเรื่องนี้ได้อีกทางหนึ่งครับ นอกจากนี้ครับท่านประธาน ประเด็นปัญหาหนึ่ง ซึ่งผมก็มีส่วนรับรู้ใกล้ชิดพอสมควรก็คือเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบ ๆ มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่งในกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็จะมีเด็กนักเรียนจากหลายสถาบันต้องเดินมาขึ้น รถเมล์หรือรถไฟฟ้าตอนกลางคืน แต่ก็ปรากฏว่าถนนหนทางเหล่านั้นค่อนข้างมืด พอมันเกิด ความมืดบางครั้งก็จะทำให้มีมิจฉาชีพฉวยโอกาสเอามีดมาจี้เด็กนักเรียนหรือทำร้าย ซึ่งเป็นสิ่ง ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นครับ ถ้าหากว่ารอบ ๆ บริเวณสยามสแควร์หรือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณต่าง ๆ ที่นักเรียนต้องเดินผ่านถ้าทาง กทม. จะได้มีการติดไฟให้เกิดความชัดเจน มีกล้องวงจรปิดที่เป็นของกล้องวงจรปิดที่ไม่ใช่ Dummy สามารถใช้การได้จริง ๆ ผมก็เชื่อว่า ก็คงจะช่วยลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบ ๆ สถาบันการศึกษาได้อีกทางหนึ่ง ก็ขออนุญาตฝาก เป็นข้อคิดเห็นในเบื้องต้นก่อน ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลก็คงจะมีมาตรการแก้ไขในเรื่องนี้ในโอกาส ต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน