สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

เทอดชาติ ชัยพงษ์ หารือเรื่องปัญหาความปลอดภัยของเด็ก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กด้วยความรัก ความอบอุ่น และการดูแลจากครอบครัว ชุมชน และสังคม นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีหลักสูตรการอบรมพ่อแม่ผู้ปกครอง และการสร้างสื่อที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ต่อกรณีญัตติที่เสนอเข้ามาตรงนี้เป็นปัญหาสำคัญต้องแก้ที่ต้นเหตุ เหตุคืออะไร เหตุคือ เด็กขาดภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของเด็ก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้น ในครอบครัวต้องเป็นครอบครัวที่อบอุ่น เบื้องต้นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย คนรอบข้างต้องให้ความรักความอบอุ่นและดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นคนรอบข้างนั้นไม่ใช่เฉพาะเพียงแต่ในครอบครัวเท่านั้น ในชุมชน ในสังคม ก็สามารถที่จะดูแลช่วยเหลือประคับประคองกันไปได้ เยียวยาจิตใจ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความรักให้เกิดขึ้นในจิตใจของเด็ก เพราะฉะนั้นจำเป็นหรือยังที่เราต้องมีหลักสูตร การอบรมพ่อแม่ผู้ปกครอง เราจะเห็นว่าพ่อแม่พันธุ์ใหม่ในขณะนี้เจริญพันธุ์ในวัยอันรวดเร็ว แล้วก็การดูแลบุตรนั้นก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร จึงเกิดปัญหาสังคมขึ้นมาก ถ้าเรามี หลักสูตรที่จะเป็นกรอบในการที่ให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้ว่าวิธีการดูแลลูกของตัวเองนั้น เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นการดูแลลูกในครอบครัวนั้นให้เด็กได้อยู่กับพ่อแม่ ให้อยู่กับปู่ย่าตายาย ให้อยู่กับคนรอบข้างเขาก็จะเกิดความอบอุ่นขึ้นในตัวเอง ไม่อยู่กับตัวเองมากนัก ไม่อยู่กับ ความหลอนต่าง ๆ รวมถึงสถานที่ในสังคมทุกแห่ง ทั้งในสถานศึกษาหรือสังคมที่มียาบ้า เกลื่อนขณะนี้ก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นสถาบันที่ ๒ มีบุคคลซึ่งถือว่าเป็นพ่อแม่ คนที่ ๒ ของเด็กนั่นก็คือสถานศึกษา ฉะนั้นในสถานศึกษาความปลอดภัยต้องมาก่อนครับ ความปลอดภัยเป็นเรื่องแรกที่จะต้องดูแลนักเรียนทั้งร่างกายและจิตใจ ความปลอดภัย ของเด็กนั้นมีภัยอะไรบ้างที่อาจจะเกิดขึ้น ภัยแรกก็คือภัยจากความรุนแรงของมนุษย์ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากการทะเลาะวิวาท การทุบตี การทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน และการละเมิดทางเพศ เหล่านี้คือภัยจากความรุนแรงของมนุษย์ทั้งสิ้น ภัยที่ ๒ อาจจะ เกิดขึ้นในสถานศึกษาก็คือภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ อุบัติเหตุทั้งเรื่องของอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งหมดนี้อาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นกับเด็ก ภัยที่ ๓ ก็คือ การละเมิดสิทธิของเด็ก การที่ไม่ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ในการมีปากเสียง ในครอบครัว ในสถานศึกษาเองก็ดีนั้น ให้เด็กได้พูด ได้ระบาย ได้แสดงออกก็ถือเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม โอกาสทางสังคมที่ไม่เท่ากัน นี่ก็เป็นภัยที่เกิดจากการละเมิด สิทธิของเด็กเช่นเดียวกัน ภัยที่ ๔ ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะ Unhealthiness ที่อาจจะเกิดจากเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมถึงสื่อที่เป็นพิษ สื่อที่เป็นภัยต่อเด็ก เกม ทำให้เด็กนั้นอยู่กับตัวเองมาก ทำให้เด็กนั้นไม่ได้ผ่อนคลาย เกิดความกดดัน เกิดความเครียด ปัญหาทั้งเด็กเล็ก เด็กโต เด็กใหญ่ เกิดขึ้นมากมาย เด็กเล็กก็แทงกัน ตีกัน เด็กโตก็มีอาวุธ ก็ไปยิงคนในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เหล่านี้คือปัญหาทั้งนั้น นี่คือปลายเหตุครับ เพราะฉะนั้น ต้นเหตุจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนั้นทางสถานศึกษาเองนั้นเรื่องของความปลอดภัยของ นักเรียนต้องมาก่อน การให้นักเรียนได้มีกิจกรรม ทำกิจกรรมในโรงเรียน ให้นักเรียน ได้แสดงออกให้มาก มีกีฬา ดนตรี ศิลปะ สุนทรียภาพ สุนทรียศิลป์ต่าง ๆ ให้นักเรียนได้ ผ่อนคลาย ให้นักเรียนได้แสดงออกให้มากก็เป็นเรื่องที่ดี ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนจึงเป็น เรื่องสำคัญในสถานศึกษา ต้องมีครูที่เอาใจใส่ดูแลเด็ก แต่ครูเดี๋ยวนี้ท่านก็พูดมาเหมือนกัน เด็กมีปัญหาพูดอะไรก็ไม่ค่อยได้ ด่าก็ไม่ได้ ตียิ่งแล้วใหญ่ มีผิดระเบียบ ผิดวินัยถูกลงโทษ ไม่เหมือนครูสมัยโบราณที่กำราบแล้วก็ให้เด็กได้เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนพฤติกรรมได้ดี แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้วครับ โลกของสิทธิเสรีภาพและหน้าที่ต่าง ๆ ฉะนั้น อันนี้ก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในการดำเนินการในสถานศึกษาที่ไม่สำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีครู ไม่ใช่เพราะว่าครูทำไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของนโยบายที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการให้อำนาจหน้าที่ของครู ให้บทบาทของครูในการทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญ เราจะไม่เอาเด็กเป็นตัวประกัน เราจะไม่เอาครูเป็นตัวประกัน แต่เรากำลังหาวิธีทำอย่างไร ให้เกิดการแก้ไขที่ถูกทางในต้นเหตุจนไปสู่ปลายเหตุ และที่สำคัญที่สุด สังคมรอบด้านของ นักเรียนของพวกเราทุกคน ของเด็กทุกคน เด็กไทยทุกคน สื่อต่าง ๆ ที่เสนอความรุนแรง ความก้าวร้าวอย่างต่อเนื่อง ซ้ำ ๆ การพูดจาที่ไม่มีสัมมาคารวะอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ รวมถึง สื่อที่ไม่ดีที่นักเรียนสามารถดูได้จากเครื่องมือการเรียนรู้ใหม่ ๆ ต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่เรา จำเป็นต้องเสนอสื่อที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก แล้วสังคมนั้นต้องเป็นมิตรและเป็นสังคมที่ให้ โอกาส สร้างโอกาสที่เสมอภาคให้กับนักเรียน นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นในระบบ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันแรกของเด็ก เป็นสถาบันที่อบอุ่น สถานศึกษา ที่มีมาตรฐานในการที่จะทำให้เด็กเกิดความปลอดภัย มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและ สังคมที่เป็นสังคมเสนอแต่สิ่งที่ดีงามและเป็นประโยชน์ต่อมันสมองและการเรียนรู้ของเด็ก จึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งหมด เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดคือเราต้องสร้างกลไกป้องกัน เรื่องแรก ที่สำคัญที่สุดคือ Love ครับ ความรัก ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม ความรักนั้นถ้าทุกคนมีให้กัน โลกนี้ก็จะสดใสและงดงาม ความรักเริ่มจากที่บ้าน ที่ครอบครัว ที่สถานศึกษา และสังคม ทุกคน และทุกคนมอบความรักซึ่งกันและกันก็จะทำให้เด็กเกิดความรักในตัวเอง เพราะ คนรักเด็ก เด็กรักคน เรื่องที่ ๒ คือ Save ความปลอดภัย ต้องเกิดขึ้นในสถานศึกษา และ เรื่องสุดท้าย เมื่อได้ Love Save แล้วเขาก็ Happiness มีความสุขที่จะอยู่ในสังคมได้ครับ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นนั้นเริ่มต้นที่บ้าน เบิกบานที่โรงเรียน สำราญสุขในสังคม ทุกคนต้องมี ส่วนร่วมรับผิดชอบและช่วยเหลือกัน ขอบคุณครับท่านประธาน