สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือเรื่องความรุนแรงในโรงเรียน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนะแก่รัฐบาล

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกัน ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นญัตติ ที่ดีมากที่รัฐบาลและทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมาก แต่ก็เป็นข่าว ทุกวันถึงความรุนแรงของนักเรียนทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน และเราเป็นผู้ใหญ่ซึ่งต้องมี ความรับผิดชอบต่อเด็ก จะโยนความผิดให้แก่เด็กนักเรียนฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะต่อไปจะมี ความรุนแรงมากยิ่ง ๆ ขึ้นทั้งในโรงเรียนและสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทุกวันในทีวี และสื่อต่าง ๆ ปัจจุบันมีนักเรียนเยาวชนอายุ ๑๐ ปีขึ้นไป มั่วสุม ทำผิดกฎหมาย ไม่ไป โรงเรียน ไปเสพยาเสพติด ยาบ้า กัญชา น้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ ไปทำร้ายร่างกาย ข่มขืน ยกพวกไปฟัน ยิงกันตาย ชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้น แม้กระทั่งในงานประเพณีวัฒนธรรม หน้าเวทีการแสดงเด็ก ๑๔ ปี ใช้มีดไล่ฟันกันบาดเจ็บ สาหัส ประชาชนโดนลูกหลง เกิดขึ้นทุกวันทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว และสำคัญที่สุด ถูกผู้ใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้ปิดข่าว ห้ามให้ข่าวแก่สื่อมวลชน ในความรับผิดชอบ ในเรื่องที่เกิดความรุนแรงในเด็กนักเรียนและเยาวชนซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และทุกหน่วยงาน ตลอดจนพี่น้องประชาชนและผู้ปกครองจะละเลย ไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด ต้องพัฒนาคนไปพร้อมกับการพัฒนา ด้านอื่น ๆ นอกจากนั้นตามที่เป็นข่าว จากที่นักเรียนแทงคอเพื่อนตาย คุณครูอาจารย์ได้ให้ สัมภาษณ์ออกทีวีโดยโยนความผิดให้นักเรียนฝ่ายเดียว คนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง กล่าวให้ร้ายแก่นักเรียนที่แทงเพื่อนตายว่าเป็นเด็กพิเศษ ทางโรงเรียนได้สุ่มตรวจทุกวัน ไม่มี นักเรียนพกมีดมาโรงเรียน กระผมขอเสนอผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ได้ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาของนักเรียนทำร้ายร่างกายหรือแทงกันตาย ซึ่งมี ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีมานานหลายสิบปี ก็เป็นข่าวบ่อย ๆ ออกในทีวี ถ้าทาง กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลไม่เร่งปราบ ไม่แก้ไขก็จะเกิดความรุนแรงเช่นนี้เป็นประจำ อย่างเช่นบ่ายวันนี้มีข่าวที่แพร่ในสื่อมวลชน ในสื่อ Online เด็กนักเรียนประถมโรงเรียน แห่งหนึ่งเป็นเด็กนักเรียน ป. ๔ อายุ ๑๐ ปี กลุ่มหนึ่งทำลายข้าวของและเผาโรงเรียน ข้าวของ โรงเรียนเสียหายมาก คอมพิวเตอร์โดนตัดสาย เอาค้อนทุบจอคอมพิวเตอร์แตก เครื่องปริ้นเตอร์ ก็เอากาวเทใส่เสียหาย รวมทั้งโต๊ะครู สมุดหนังสือโดนเผา แต่ประเด็นคือผู้อำนวยการ โรงเรียนห้ามครูพูด ห้ามเผยแพร่รูปภาพ ห้ามให้ข่าว โดยบอกว่าเด็กแค่เล่นกันเป็นเรื่องปกติ ไม่มีการลงโทษเด็ก กลุ่มเด็กๆ ยิ่งได้ใจ ไปคุยโอ้อวด ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้ นั่นคือสิ่งที่ เกิดขึ้นในปัจจุบันและเกิดขึ้นหลายครั้ง จึงฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ต้องมีการพัฒนา ทุกด้านให้ทั่วถึงเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันหลายครอบครัวมีปัญหา ทางเศรษฐกิจ มีหนี้สิน รายได้น้อย ว่างงาน ตกงานหาเช้ากินค่ำ รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย มีปัญหาขัดแย้งในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่หย่าร้าง ฝากลูกหลานไว้กับปู่ย่าตายาย หรือ ทอดทิ้งให้คนอื่นเลี้ยงดูลูกหลานแทน ลูกหลานขาดความอบอุ่น มีปัญหาทั้งที่บ้าน ในโรงเรียนและในสังคม ไม่มีที่ปรึกษา ไม่มีผู้ดูแลอบรมอบรมชี้แนะแนวทางที่ดีให้เด็ก ถูกเพื่อน ๆ นักเรียนด้วยกันชักชวนไปมั่วสุม ทำผิดกฎหมาย เสพยาเสพติด ยาบ้า กัญชา น้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ ทำให้สมองเสื่อม เสียสติ ไม่ไปเรียนหนังสือ รัฐบาลและ ทุกหน่วยงาน โรงเรียน สถาบันการศึกษาต้องมีมาตรการการบริหารจัดการที่ต้องใส่ใจดูแล ลูกหลานในโรงเรียน ในหมู่บ้าน ในชุมชน คุณแม่ ผู้ปกครอง และพี่น้องประชาชนของเรา ก็ต้องช่วยกันดูแลเพราะอยู่อย่างใกล้ชิด เราจะไปโทษคุณครูอาจารย์หรือหน่วยงานราชการ เขาก็ไม่ได้ และโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ต้องถือเป็นหน้าที่สำคัญมากกว่าในการทำมาหากิน หารายได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสำหรับพี่น้องแรงงานคนรายได้น้อยที่จะมีเวลาดูแล ลูกหลานที่จะต้องอบรมสั่งสอน โรงเรียนและในชุมชนต้องคัดเลือกนักเรียนเยาวชนที่มี จุดอ่อนแต่ละด้านให้มีการอบรม เช่น ในบางประเทศเขานำนักเรียนที่มีจุดอ่อน มีปัญหา ในแต่ละกลุ่มแต่ละด้านเข้ารับการอบรม ๗ วัน ๘ วัน มีอาจารย์ ผู้บริหาร ผู้นำแบบอย่างที่ดี ในแต่ละด้านมาบรรยายถึงประสบการณ์จริงที่ทำให้ประสบความสำเร็จจริงมาแล้ว นักเรียน ถึงจะเชื่อถือมีแรงบันดาลใจจะต่อสู้อดทนแบบมีความหวังเพราะมีตัวอย่างผู้นำที่ดี กราบขอบพระคุณครับ