ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ วิพากษ์ปัญหาความรุนแรงในเด็กจากปัจจัยทางสังคมและครอบครัว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบแบบบูรณาการตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบ โดยเน้นการวางแผนครอบครัว สิทธิลาคลอด การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก โภชนาการ การศึกษาปลอดภัย และการสอดแทรกหลักสิทธิมนุษยชนในหลักสูตรโรงเรียน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณรองรับอย่างเหมาะสม
ขอบคุณ ท่านประธาน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกลค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอใช้พื้นที่ตรงนี้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยนะคะ และทุกครั้งที่มีปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเราก็มักจะหา คนผิดกันอยู่เสมอ พยายามจะโทษคนนั้นโทษคนนี้ โทษหน่วยงาน โทษทุกอย่าง หรือมักง่าย ที่สุดก็คือการโทษไปที่พ่อและแม่ของเด็กคนนั้น ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ปัจจัยในการสร้างอาชญากรเด็ก มีมากกว่านั้นค่ะ เราหลงลืมกันไปแล้วว่า It Takes a Village to Raise a Child มันต้องใช้ สังคมในการที่เราจะสร้างคุณภาพของเด็กคนหนึ่งขึ้นมา และหากมีอาชญากรเด็กเกิดขึ้น ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยิ่งเฉพาะในห้องนี้เราต่างก็มีส่วนในการสร้างอาชญากรขึ้นมา ทั้งสิ้น สังคมไทยตอนนี้ค่ะท่านประธาน เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายอนาคตของเด็กและ การเติบโตของเด็ก เราเซาะกร่อนบ่อนทำลายด้วยการสร้างกรอบศีลธรรมเรื่องการยุติ การตั้งครรภ์เมื่อท้องไม่พร้อม เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายด้วยการไม่ให้ความสำคัญ กับเด็กที่เป็นอนาคตของประเทศด้วยการจัดสรรงบประมาณ การที่เราจัดสรรงบประมาณ ที่ไม่สอดคล้องต่อการพัฒนาชีวิต งบกระทรวง พม. ที่น้อยนิด งบกรมอนามัยที่นิดหน่อย ในขณะที่งบกลาโหมมหาศาล งบ กอ.รมน. บานตะไท เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ด้วยการเฆี่ยนตีเด็ก ใช้ความรุนแรงในนามของความรักตั้งแต่ในบ้าน หรือการหยอกล้อจาก ญาติพี่น้องโดยใช้คำว่า เอ็นดู ก็เล่นเฉย ๆ นั่นคือพฤติกรรมที่เด็กจำมาตลอดตั้งแต่ในบ้าน ญาติพี่น้อง จนมาถึงในโรงเรียน การตีที่บอกว่าเป็นการตีเพราะความรัก เพราะความหวังดี เพราะอยากให้เป็นคนดี สิ่งเหล่านี้คือการบ่มเพาะความรุนแรงโดยที่เราไม่รู้ตัวทั้งสิ้น เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายด้วยการศึกษาที่เร่งรัดให้เด็กแข่งขัน การสอบเข้า ป. ๑ แต่เรากลับเพิกเฉยกับการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนเสมอมา เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ด้วยการกดเด็กให้จมเมื่อเขาทำผิด แทนที่เราจะยื่นมือเข้ามาช่วยและโอบกอดเขาด้วย ความเข้าใจ เรากำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายด้วยการเมืองที่ไร้ซึ่งความหวัง สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่เรากำลังบ่มเพาะสังคมให้ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเด็กเลย ความอยุติธรรมซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าเรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้คนยุคนี้สิ้นหวัง ท่านประธานคะ ในห้องกรรมาธิการเมื่อเช้าวันนี้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการที่เรากำลังพูดคุยกันเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ความรุนแรง ในโรงเรียน การฆาตกรรม การอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเด็ก สิ่งสำคัญเราต้องค้นหาความจริงว่า อะไรที่บ่มเพาะเด็กคนหนึ่งให้มาเป็นฆาตกรได้ กระทรวง พม. ได้มาเล่าให้ฟังในห้องกรรมาธิการ อยากให้ทุกท่านได้ฟังเหลือเกินค่ะ ดิฉัน ไม่ระบุว่าเป็นคดีไหนนะคะ หนึ่งในฆาตกรเด็กบอกว่าพ่อแม่หย่าร้างมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ส่งไปให้ ตากับยายเลี้ยง ด้วยความไม่เข้าใจ ด้วย Generation ที่มันต่างกัน ตากับยายก็เลี้ยง ด้วยการตี ดุด่าว่ากล่าว จนสุดท้ายเด็กก็หนีออกจากบ้านไปคบกับเพื่อน ไปอยู่กับแก๊งเพื่อน สิ่งหนึ่งที่เด็กได้ให้การกับนักจิตวิทยาแล้วก็กับกระทรวง คือบอกว่าเขาไม่เคยโดนพ่อกอดเลย แม้แต่ครั้งเดียว และในวันต่อ ๆ มาเขาให้พ่อมาหา พอพ่อกอดปุ๊บเด็กร้องไห้ทรุดลงกับพื้น นี่คือสิ่งที่เรากำลังไปผิดทางค่ะ เรากำลังจะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มอายุ แก้ปัญหาด้วยการ โทษเด็ก โทษเยาวชน โทษว่ายุคนี้เด็กมันดื้อด้าน สอนยากสอนเย็น เด็กยุคนี้มัน Social ชี้นำ อะไรก็ตาม แต่เราลืมไปว่าสุดท้ายเราต้องแก้ปัญหา ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ดิฉันขออนุญาต เสนอการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีบันไดแบบ ๖ ขั้น ๑. เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรให้เด็กเติบโตมา อย่างมีคุณภาพ เติบโต ๆ มาด้วยสมองที่พัฒนาอย่างเต็มที่ สำคัญอันดับแรก เรื่องยุติ การตั้งครรภ์ก่อน ถ้าไม่พร้อมต้องให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ง่าย ๒. ถ้าเขาพร้อมจะมีลูกแล้ว ต้องให้มีการลาคลอด ๑๘๐ วัน พ่อแม่แบ่งกันได้ เพราะว่าสังคมครอบครัวสำคัญมาก ในบ้านสำคัญมาก การลาคลอด สิทธิลาคลอดจึงสำคัญเพื่อให้เขาได้บ่มเพาะลูกเขา ในช่วงเวลาที่ลูกต้องการพ่อกับแม่มากที่สุดค่ะ นอกจากนั้นเป็นเรื่องของศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้าน เพื่ออะไรคะ จะได้ไม่ส่งไปต่างจังหวัดค่ะ เราให้ลาคลอดได้ ๓ เดือน แต่หลังจาก ๓ เดือน จนถึง ๓ ขวบก่อนเข้าโรงเรียนไม่มีพื้นที่ให้เด็กเลย นอกจากนั้นเป็นในเรื่องของเงินอุดหนุน เด็กแรกเกิด อย่างน้อย ๆ ถ้าเพิ่มจำนวนยาก ขอให้ถ้วนหน้าก่อนก็ได้ กระทรวง พม. พยายามแล้วก็เข้าใจแต่สุดท้ายก็โดนปัดตกโดยมติของ ครม. ต่อจากนั้นในเรื่องของโรงเรียน พ่อแม่ โภชนาการที่ดีเมื่อท้องแล้วต้องมีการให้ความรู้พ่อแม่เรื่องการเลี้ยงลูกอย่างไร โดยไม่ต้องตีลูก พูดจาอย่างไร หรือโภชนาการที่ดี เราต้องจัดสรรงบประมาณในเรื่องของ โภชนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดาให้ได้ดีกว่านี้ มากกว่านี้ เรื่องการปฏิวัติ การศึกษา ทำโรงเรียนให้ปลอดภัย หลาย ๆ คนพูดถึงแล้ว การจัดการความรุนแรง ในโรงเรียนหรือการลดอำนาจนิยมในโรงเรียน และสุดท้ายคือเรื่องของการปรับหลักสูตร การศึกษา มีคนบอกว่าเด็กรุ่นนี้เรียนคุณธรรมน้อยไป ไปดูหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้เลยนะคะ เรียนตั้งแต่อนุบาลค่ะ คุณธรรม จริยธรรม แต่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานไม่มี อันนี้สำคัญที่สุด ต้องมีการสอนเรื่อง Human Rights ในโรงเรียนตั้งแต่เด็กเล็กเลย อนุบาล ประถมต้น สอนเรื่องวินัยจราจร เรื่องการจัดการขยะ สิ่งเหล่านี้ต้องรวมกัน หลายกระทรวงร่วมกันค่ะ เราจะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ ๐-๖ ขวบ และ เกี่ยวเนื่องกันหลายกระทรวงมาก ๆ จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องแก้ไขแบบบูรณาการ เวลาเห็นอ่านงบประมาณในห้องงบประมาณ มีงบบูรณาการ บูรณาการ บูรณาการ อยากเห็น การบูรณาการเรื่องการแก้ไขปัญหาเด็กบ้างค่ะ แล้วก็อยากให้รัฐบาลลงไปนโยบาย ๑๔๐ นโยบาย เพิ่มไปเรื่องเด็กหน่อยก็ได้ค่ะ ของกระทรวง พม. กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง สาธารณสุข ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเด็กมากกว่านี้ ก็อยากฝากรัฐบาลค่ะ ถ้าอยากจะแก้ไขปัญหา เรื่องเด็กจริง ๆ กระซิบมาบอกกันได้ ยินดีที่จะพร้อมมีข้อเสนอให้กับท่านเสมอ ขอบคุณค่ะ