สหัสวัต สนับสนุน สสร. มาจากการเลือกตั้ง ยันอำนาจต้องอยู่กับปวงชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทำสภาร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชนโดยตรงผ่านการเลือกตั้ง เพื่อยืนยันว่าอำนาจในการร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการย่อยรับฟังความคิดเห็นจากทุกพื้นที่ และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนอย่างครบถ้วน พร้อมสนับสนุนการเลือกตั้ง สสร. โดยตรงเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรมและหลากหลาย โดยไม่พึ่งพาระบบแต่งตั้งหรือโควตา

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคก้าวไกลครับ ขอร่วมอภิปรายถึงรายงาน การพิจารณาศึกษาเรื่องการจัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและแนวทางการทำงานของ สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการจัดทำ ข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและแนวทางการทำงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจาก การเลือกตั้ง ผมขอเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธาน เวลาเราพูดถึงรัฐธรรมนูญเรามักจะคุยกันว่า รัฐธรรมนูญนั้นต้องมาจากไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร สสร. ต้องมาจากไหน ผมขออธิบายแบบนี้ ตั้งแต่ประชาธิปไตยเบ่งบานในช่วงศตวรรษที่ ๑๘ มีการถกเถียงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในสังคมว่า จะออกกฎเกณฑ์แบบไหน ใครเป็นผู้ออก ลามไปถึงอำนาจในการออกกฎเหล่านี้มาจากใคร แล้วก็ได้มีการแบ่งอำนาจใน ๒ ลักษณะ ลักษณะแรก คืออำนาจที่ถูกสถาปนาและอำนาจ สถาปนา ซึ่ง ๒ คำนี้แตกต่างกัน อำนาจที่ถูกสถาปนา ง่าย ๆ ก็คืออำนาจที่คนในสังคมสมมุติ ร่วมกันว่าจะให้กลุ่มคนเหล่านี้ดำเนินการแบบนี้ อย่างเช่นพวกเราครับ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอำนาจที่ถูกสถาปนานั้นมาจากอำนาจสถาปนาอีกที ซึ่งก็คืออำนาจของประชาชนครับ ทำไมอำนาจจึงเป็นของประชาชน ผมคงไม่ต้องอธิบายเรื่องนี้ยืดยาวครับ ทุกท่านก็น่า จะพอเข้าใจอยู่แล้วว่าประชาชนมีอำนาจจากไหนบ้าง จากการที่เป็นผู้เสียภาษีให้รัฐจาก การเป็นเจ้าของของประเทศ รวมไปถึงอำนาจที่จะต่อรอง รับรอง หรือต่อต้านผู้นำ ดังนั้นการออกแบบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ย่อมต้องมาจากอำนาจ สถาปนาซึ่งก็คือประชาชน ที่จะสถาปนามอบอำนาจที่มีมาแต่กำเนิดให้กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ไปดำเนินการร่างกฎหมายที่สำคัญที่สุดของคนครับ ซึ่งก็คือ สสร. เพื่อกลับมานำเสนอ ให้ทุกคนเห็นชอบอีกครั้งก็ย่อมต้องมาจากประชาชนนั่นละครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไม การจะสถาปนาองค์กร สสร. ขึ้นมาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญต้องกลับไปถามประชาชนผู้ถืออำนาจ สถาปนาโดยผ่านการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ วันนี้ผมแปลกใจแล้วเศร้าใจเป็นอย่างมาก จนถึงวันนี้แล้วเรายังต้องมาถกเถียงกันอยู่ว่า สสร. จะต้องมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ จะต้อง มาจากการเลือกตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องมีโควตาผู้เชี่ยวชาญมาจาก การแต่งตั้งหรือไม่ เราไม่ต้องถามกันแล้วครับ เรากลับไปดูว่าอำนาจสถาปนาเป็นของใคร แล้วถ้าจะให้ใครมาร่างต้องถามใคร ข้อถกเถียงเหล่านี้ไม่ควรมีอยู่แล้วครับ เราต้องหยุดดูถูก ประชาชน โดยเฉพาะผู้แทนของประชาชนอย่างพวกเราครับ เราต้องหยุดดูถูกประชาชนว่า ไม่มีความรู้มากพอที่จะเลือกคนเป็น สสร. ได้แล้ว หลายคนชอบพูดว่าไม่อยากตีเช็คเปล่า แต่อย่าลืมว่าเจ้าของเช็คคือประชาชน เขาจะใส่อะไรลงไปบ้างก็เรื่องของเขาครับ เป็นเรื่องที่ เจ้าของเช็คเขาคิด ไม่ใช่เรื่องของพวกเราครับ คราวนี้มาต่อกันที่หลักการในการมี สสร. ว่า สสร. ควรจะเป็นอย่างไร มีหน้าตาอย่างไรบ้าง ผมเสนออย่างนี้ครับว่า สสร. ที่จะเกิดขึ้น ควรยึดถือหลัก ๔ ประการ

ข้อแรก สสร. ต้องยึดโยงกับประชาชน และวิธีที่จะยึดโยงกับประชาชน อย่างนั้นง่ายที่สุดคือต้องมาจากการเลือกตั้ง ง่าย ๆ แค่นั้นเลยครับ เหมือนที่ผมได้พูดมา

ข้อ ๒ ต้องมีความหลากหลาย หมายความว่าต้องเป็นตัวแทนของคน หลากหลายกลุ่ม ทั้งประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ประชาชนที่เป็นผู้มีความหลากหลาย กลุ่มเปราะบางไปจนถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผมย้ำว่าต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และหากจะถามว่าถ้าเลือกตั้งแล้วจะเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มได้จริง ๆ หรือ ผมก็อยากจะ แนะนำให้ลองอ่านรายงานของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ว่ามีรูปแบบการเลือกตั้งมากมาย ที่นับเอาคนที่ไม่เคยถูกนับเข้ามาอยู่ในสมการการเลือกตั้ง มีรูปแบบให้เลือกเยอะเลยครับ ซึ่งผมขอไม่ลงรายละเอียด

ข้อ ๓ สสร. จะต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดการ ร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะเวลาเราพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน เรามักจะนึกถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น แล้วนำเรื่องเข้ามาในรัฐสภาใช่ไหมครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ โดยทั่วไปแล้วเวลาที่เรามี สสร. ในประเทศไทยเรามักจะเห็นภาพที่มี สสร. เยอะแยะเต็มไปหมด แต่สุดท้ายอาจมีเวทีรับฟังความคิดเห็นบ้างประปราย ให้ประชาชนได้มาเสนอเรื่องต่าง ๆ แต่สุดท้าย สสร. จะตั้งคณะกรรมการยกร่างขึ้นมา ๑ คณะ ซึ่งทำงานควบคู่ไปกับ สสร. ปกติ โดยให้คณะกรรมการเหล่านี้ไปยกร่างขึ้นมา ซึ่งเป็นตัวคณะกรรมการยกร่างหลาย ๆ ชุด ก็มักจะมีธงอยู่แล้วว่าจะเขียนขึ้นมาแบบไหน เขียนขึ้นมาอย่างไร ท้ายที่สุดการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอ ข้อเสนอ ของผมคืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเสนอว่าหากมีการตั้ง สสร. เสร็จสิ้น สสร. อาจจะตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาอาจจะหลายคณะหน่อย แบ่งเป็นแต่ละหมวด ตามหมวดของ รัฐธรรมนูญไปเลยก็ได้ ให้คณะกรรมการเหล่านี้ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้งในพื้นที่ต่าง ๆ และเจาะไปตามหมวดต่าง ๆ โดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมการยกร่างนั้น ก็จะต้องมาจากกรรมการเหล่านี้ แต่ละหมวด แต่ละพื้นที่ทุกคณะเพื่อให้ข้อเสนอของ แต่ละกลุ่มได้รับการสะท้อนอย่างแท้จริง และเป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตลอด ระยะเวลาการร่างรัฐธรรมนูญ สุดท้ายครับ สสร. จะต้องมีประสิทธิภาพคือต้องปกป้องสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของอำนาจ สถาปนารัฐธรรมนูญซึ่งก็คือประชาชน ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็น นายประชาชนหรือมาจำกัดสิทธิของประชาชนครับ ต้องสะท้อนเสียงความต้องการและ อุดมการณ์อันหลากหลายของคนในสังคมให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ไม่ปิดกั้นและตีกรอบ เสรีภาพของประชาชน และต้อง Guarantee สิทธิที่พึงมีพึงได้ของประชาชนในทุกด้าน ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิในการแสดงออกในทุกด้าน สิทธิในการเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาล สิทธิในการทำมาหากิน และสิทธิได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ไม่ปิดกั้น จินตนาการของประชาชนด้วยการมีข้อห้ามที่ล้นเกิน ไม่มีการตั้งกรอบมาแต่แรกว่า ตรงไหนได้บ้าง แก้ไม่ได้บ้าง หรือมีองค์กรแปลก ๆ ที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชนมาชี้ว่า ใครจะมีสิทธิทำอะไรหรือไม่มีสิทธิทำอะไร สิทธิใด ๆ ของผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ต้องได้รับการ Guarantee ทั้งสิ้นครับ

ในส่วนสุดท้าย ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เห็นตรงกันกับผมในแง่ที่ว่า สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง แล้วผมเห็นว่าไม่ควรจะมีคำถามอีกต่อไปแล้วว่าจะต้องมีการ เลือกตั้งหรือไม่ สิ่งที่รายงานฉบับนี้ให้กับเรา คือเราจะเลือกตั้งอย่างไร ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเราไม่เคยมีการเลือกตั้ง สสร. ทางตรงมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เราอาจจะมี การเลือกตั้งทางตรงครับ รายงานฉบับนี้ก็เป็นรายงานที่เปิดโลก เปิดมิติจินตนาการให้เรา เห็นว่าเราสามารถจะมีการเลือกตั้งแบบไหนได้บ้าง และจะมีแนวทางอย่างไรบ้าง ผมอยาก จะขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ที่ทำรายงานฉบับนี้ออกมาให้เราได้หลุดจาก ข้อถกเถียงสักทีว่า ทำไมเราจะไม่สามารถมีการเลือกตั้ง สสร. ทั้งหมดได้ รายงานฉบับนี้สะท้อนว่าผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มชายขอบใด ๆ ก็มีพื้นที่ผ่านการเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องใช้ระบบโควตา ระบบแต่งตั้งที่พอแต่งตั้งมาก็มุ่งแต่จะยกร่างแบบที่ตนตั้งธง มาจากบ้านแล้วครับ แล้วผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้เห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง และผลการเลือกตั้งนั้นก็สะท้อนความต้องการของประชาชนทุกคน ไม่ถูกปิดกั้นจินตนาการ ใด ๆ เหมือนที่รายงานฉบับนี้ได้ให้กับเราไว้ครับ ขอบคุณครับ