ธิษะณา ชุณหะวัณ อภิปรายเสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจากทุกกลุ่มในสังคม โดยผลักดันให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตราอย่างเสรีและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน เขตสาทรและเขตราชเทวี พรรคก้าวไกลค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันมาอภิปรายรายงานผล การพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและแนวทางการทำงานของ สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาสำเร็จแล้วค่ะ ถ้าหลังคา ยังรั่วอยู่ ผู้อยู่จะสุขใจได้อย่างไร ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร คสช. ที่เราทราบกันโดยดีว่ามีแกนนำปฏิวัติที่ตั้งตน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ปฏิวัติเอง เป็นนายกรัฐมนตรีเอง คนแรกของประเทศไทย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในเรื่องความเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นที่มาของตัวธรรมนูญ หรือเนื้อหาภายในที่ยังถูกจัดว่าอยู่ใน Hybrid Constitution หรือรัฐธรรมนูญกึ่งผสม จาก Economic Intelligent ไม่ว่าจะเป็นตัวของ รัฐธรรมนูญ กระบวนการ หรือเนื้อหาเอง ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ถูกนำมาถกเถียงว่าจะมีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่ขณะนี้ เพื่อให้เป็นการเปิดกว้างในการถกเถียง ในหลาย ๆ ความคิดเห็นของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามเพื่อให้มีการมีส่วนร่วม ในการร่างธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ดิฉันหวังว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่เป็นรัฐธรรมนูญ ของประชาชนค่ะ เราผ่านการรัฐประหารมา ๑๓ ครั้ง ทุกครั้งมีการฉีกรัฐธรรมนูญทุกครั้ง นี่เป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒๐ กว่าแล้วนะคะท่านประธาน เพื่อระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยสูงสุดอยู่ที่ประชาชนค่ะ การมีส่วนร่วมดังกล่าวหากนำมาสู่ เรื่องกระบวนการนั้น คือการร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือที่เราเรียกโดยย่อ ๆ ว่า สสร. ที่ควรจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน และดิฉันยังยืนยันในหลักการว่า สสร. ต้องมาจาก การเลือกตั้ง และต้องมีความยึดโยงกับประชาชนเท่านั้นค่ะ แม้บางฝ่ายอาจจะไม่เห็นด้วย ในประเด็นนี้ ด้วยข้อกังวลต่าง ๆ อาทิเช่น ความกังวลที่จะไม่มีพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามี ส่วนร่วม หรือความกังวลที่ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีตัวแทนที่มีความหลากหลายทางสังคม หรือข้อกังวลอื่น ๆ แต่ดิฉันคิดว่าภายใต้กระบวนการเลือกตั้งนั้นสามารถออกแบบระบบ เลือกตั้งที่เหมาะสมต่อความกังวลเหล่านี้ได้ค่ะ จึงควรมองไปที่หมุดหมายหลัก คือ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งทางตรงโดยพี่น้องประชาชน หรือยึดโยงกับประชาชนทั้งหมด เสียก่อน เฉกเช่นเดียวกันกับที่อนุกรรมาธิการนี้อ้างอิงจากรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ หน้า ๖ ย่อหน้าที่ ๖ ทางอนุกรรมาธิการมองว่ากรอบคิดหลักหรือ Framework ในการ ออกแบบ สสร. ควรเริ่มต้นด้วยการมองว่า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นไม่จำเป็นต้องมี สสร. ประเภทเดียว แต่อาจประกอบด้วย สสร. ที่เป็นหลายประเภทที่ล้วนมาจาก การเลือกตั้ง คล้ายกับ สส. ปัจจุบันที่มีการแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท เช่น สส. บัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต ซึ่งอาจจะต้องมีการแยกย่อของประเภท สสร. ในประเภทต่าง ๆ ตามความ เหมาะสม แต่ต้องอยู่ในกระบวนการที่มีความยึดโยงกับพี่น้องประชาชนเท่านั้น ไม่ควรมี องค์กรที่คัดสรรหรือเลือก สสร. แทนพี่น้องประชาชน หรือกระบวนการที่พิสดาร พิลึกพิลั่น อย่างที่ผ่านมาที่ตั้งกันเอง ตั้งพี่น้องกันเองมาเป็นผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญ และมาเป็นตัวแทน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังคามันรั่วมานานแล้วทำให้เจ้าของบ้านซึ่งก็คือพี่น้อง ประชาชนเป็นผู้เลือกเถอะค่ะ ท่าน ๆ ทั้งหลายทราบดีว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยคือต้องอำนาจสูงสุดอยู่ที่พี่น้อง ประชาชน เขาสามารถที่จะตัดสินใจได้ว่าต้องการให้ระบอบการปกครองของประเทศนี้ เป็นอย่างไรค่ะ ตัวอย่างของประเทศ สสร. ในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมาที่ใช้ระบบเลือกตั้ง โดยประชาชน ตัวอย่างแรกคือประเทศชิลีที่ได้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นทั่วประเทศเมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา โดย สสร. ทั้งหมดจะมี ๑๕๕ คน โดยประเทศชิลีจะแบ่ง สสร. เป็น ๒ ประเภท ประเภท ก คือเป็นตัวแทนในพื้นที่ จำนวน ๑๓๘ คน หรือคิดเป็น ๘๙ เปอร์เซ็นต์ และประเภท ค คือที่นั่งสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นไปตามบริบทความเหมาะสมของประเทศชิลีที่มี ๑๗ คน หรือ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็น ตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศเขา ซึ่งทั้งหมดใน ๑๗ คนนี้แต่ละคนจะถูก คัดเลือกจากกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเอง และในประเทศชิลียังให้สิทธิในการกำหนดสัดส่วน เพศชายหญิงที่เท่ากันในทุกเขตเลือกตั้ง หรืออย่างประเทศไอซ์แลนด์มีการเลือกตั้ง สสร. เมื่อปี ๒๕๕๓ ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ซึ่งมี สสร. ทั้งหมด ๒๕ คน โดยประเภท ก หรือ ตัวแทนพื้นที่ทั้งหมดต้องมีสัดส่วนให้ สสร. มีผู้แทนที่เป็นผู้หญิง ๔๐ เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด อันนี้เป็นตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการเลือกตั้ง สสร. ในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีการออกแบบให้เปิดพื้นที่ให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญค่ะ แม้ว่าในประเทศไทยที่ผ่านมายังไม่มีกระบวนการ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในโลกนี้นะคะ ซึ่งดิฉันสนับสนุนว่า กระบวนการออกแบบที่มาของ สสร. ต้องผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชนหรือมีการยึดโยงกับ ประชาชนทั้งหมด โดยจะแบ่งประเภท สสร. เป็นประเภทต่าง ๆ อาทิเช่น นักวิชาการหรือ กลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนพี่น้องชาติพันธุ์ ตัวแทนสาขาวิชาชีพอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้สามารถ ไปออกแบบได้ในระบบเลือกตั้งของ สสร.
ประเด็นต่อมาดิฉันเห็นว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมอยู่ตลอดและเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการฟังความคิดเห็นโดยทุกกลุ่ม ทุกความแตกต่างค่ะ เพราะนั่นคือ รัฐธรรมนูญของพวกเขาทุกคนที่ไม่ควรมีใครถูกปิดกั้นในการแสดงความคิดเห็น
ประเด็นสุดท้าย ดิฉันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ไขได้ ทั้งฉบับ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้อย่างบริสุทธิ์ใจจริง ไม่มีการปิดกั้นบางหมวดหรือมาตราใด ๆ รวมถึงหมวด ๑ หมวด ๒ พวกเราเชื่อว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ
สรุป ประเด็นแรก ดิฉันสนับสนุนให้ที่มาของ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตรงผ่านประชาชนหรือมีการยึดโยงกับประชาชน ประเด็นที่ ๒ กระบวนการรัฐธรรมนูญ ของ สสร. ต้องมีความยึดโยงกับประชาชน ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วน และประเด็นสุดท้าย ร่างรัฐธรรมนูญนี้สามารถแก้ไขได้ทุกหมวด ทุกมาตรา เจ้าของบ้านต้องเป็นผู้ตัดสินใจเองค่ะในการซ่อมหลังคาบ้าน เขามีสิทธิที่จะซ่อม ในจุดไหนก็ได้ในบ้านของเขา ใครจะไปห้ามประชาชนมิได้ ขอบพระคุณค่ะ