มานพ สนับสนุน สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ย้ำรวมเสียงทุกกลุ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเกิดจากการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเสนอให้มีตัวแทนจากทุกจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นธรรม พร้อมย้ำความสำคัญของระบบรัฐสภาและประชาธิปไตย เน้นว่าไม่ควรหวาดกลัวการเลือกตั้งหากยึดมั่นในหลักการและเคารพเจตจำนงของประชาชน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ต่อกรณีที่กรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เสนอรายงาน ต่อที่ประชุมสภา เรื่อง การจัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและแนวทางการทำงานของ สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง หรือ สสร. เบื้องต้นผมอยากจะบอกท่านประธาน ว่าผมเห็นด้วยกับระบบเลือกตั้ง สสร. ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมยืนยัน แล้วผม ก็อยากจะอธิบายเหตุผลประกอบต่อไป ท่านประธาน ผมได้ใช้ชีวิตในช่วงที่มีการร่าง รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ผมก็มีส่วนร่วมเล็ก ๆ ในการที่จะสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานจำได้ไหม ท่านอาจารย์อุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธาน ก่อนที่จะมาเป็นประธาน บรรยากาศการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมครับท่านประธาน ส่วนหนึ่งก็จะมีธงสีเขียวจำได้ ไหมครับ อีกส่วนหนึ่งก็จะอยู่ที่สนามหลวงธงสีเหลืองใช่ไหมครับ บรรยากาศแบบนี้ผมคิดว่า นี่ล่ะคือบรรยากาศของการมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าทำอย่างไรให้บรรยากาศการทำรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน มีวิธีเดียวครับท่านประธานก็คือการเลือกตั้งครับ ทำอย่างไรให้ระบบการร่างรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนจะได้รับรู้รับทราบและมีส่วนร่วมในระบบ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรามี สสร. อยู่ ๙๙ คน ตัวแทนเขตหรือมาจากการเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัด ณ เวลานั้น วันนี้เรามี ๗๗ จังหวัด แล้วก็มาจากสถาบันศึกษาเสนออีก ๒๓ แล้วก็มีกระบวนการ และวันนี้ผมก็ไม่ได้ บอกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในโลก แต่ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มี ข้อบกพร่องน้อยที่สุด แล้วผมรู้สึกว่าประชาชนได้ใช้สิทธิ ได้ใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย ได้มากที่สุด การมีพื้นที่ประชาธิปไตยของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมเติบโต ในช่วงนั้นผมสัมผัสได้ แล้วผมได้ใช้มัน แล้วสุดท้ายก็ถูกทำลายโดยระบบรัฐประหาร เพราะฉะนั้นที่ผมพูดว่าผมเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่มาจาก สสร. จากการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าผมได้ลิ้มลองบรรยากาศ รสชาติ ของประชาธิปไตยที่มาจาก ประชาชนในปี ๒๕๔๐ ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอท่านประธานต่อกรณี การศึกษาของคณะกรรมาธิการครับ คณะกรรมาธิการได้แบ่งเป็น ๓ ส่วน ผมคิดว่าก็โอเค ตัวแทนเขตหรือว่าตัวแทนจากพื้นที่ ตัวแทนจากการเลือกตั้งอะไรพวกนี้ ผมคิดว่าถ้าเอา หน่วยจังหวัดมาก็ได้ ซึ่งรายละเอียดค่อยว่ากัน จะคำนวณจำนวนประชากรด้วยหรือไม่ ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและตัวแทนกลุ่มความหลากหลาย เพราะฉะนั้นในสมอง ของผม ผมคิดอย่างนี้ทันทีเลยครับท่านประธาน แต่ละจังหวัดนี้ก็เป็นตัวแทนเขตไป ในส่วน ของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแล้วก็กลุ่มความหลากหลาย ผมลองยกตัวอย่างกลุ่มพี่น้อง ชาติพันธุ์ของผม วันนี้นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบอกว่าเรามีกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีความจำเป็นเฉพาะ หรือบางกลุ่มเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมมีอยู่ประมาณ ๖๐ กลุ่ม อยู่ในภาคใต้ อยู่ในภาคกลาง อยู่ในภาคเหนือ อยู่ในภาคอีสาน อยู่ในภาคตะวันออก มีหมดเลย เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะไปยืนอยู่ในพื้นที่ของตัวแทนเขต ตัวแทน พื้นที่ได้ครับท่านประธาน แต่เขาก็มีสิทธิที่จะเลือกพื้นที่ด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนที่ผมได้ เสนอนี้มันก็ไม่ต่างจากที่ว่าเราเลือกตั้ง สส. เขต แล้วก็เลือกตั้ง สส. เขตประเทศ สสร. ที่มา จากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความหลากหลายนี้ก็คือตัวแทนทั้งประเทศ ซึ่งหมายความว่า พี่น้องชาติพันธุ์ทั้งหมดมีประมาณ ๖ ล้านคน ๖๐ กว่าชาติพันธุ์กระจายอยู่ทั่วประเทศ เขาก็ มีสิทธิที่จะส่งตัวแทนเป็น สสร. ไหมในกระบวนการอย่างนี้ แต่ถ้าเอาเขตไปให้เขาแข่ง อย่างจังหวัดเชียงใหม่ผมมีอยู่ประมาณ ๑๖ กลุ่มชาติพันธุ์ และกระจายอยู่ทุกเขต ทุกอำเภอ เพราะฉะนั้นมันก็ลำบากอยู่ครับท่านประธาน ถ้าเราเปิดพื้นที่ ถ้าเรายึดในหลักการว่าตัวแทน สสร. ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งจะอยู่ในระบอบประชาธิปไตยนี้ต้องมาจัดระบบเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้งแบบกลาง ๆ ตัวแทนทั้งประเทศอย่างนี้ผมคิดว่าเหมาะกับพี่น้องที่มีกลุ่ม ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ตามข้อมูลทางวิชาการพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งประเทศมีจำนวน คือ ๖ ล้านคน ๖๐ กว่าชาติพันธุ์นี้มีตัวแทนสัก ๖ คนไหม สัก ๕ คนไหม ก็ส่งรายชื่อมาเลย ครับท่านประธาน เขาจะลงกี่กลุ่ม กี่ทีมก็ส่งมา แล้วก็ให้ประชาชนได้เลือกตั้ง แล้วเขาจะได้ ถูกเลือกตั้งโดยตรง พอเลือกตั้งโดยตรงเขาจะทำหน้าที่ และเขาจะเชื่อมโยงกับประชาชน ผมคิดว่าระบบนี้มันไม่มีอะไรซับซ้อน ตรงไปตรงมา ส่วนตัวแทนของเขตก็ว่าไป ตัวแทนของ เครือข่ายแล้วก็กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งประเทศ ผมคิดว่าระบบอย่างนี้จะทำให้ประชาชนตื่นรู้และมี ส่วนร่วม มีอารมณ์ร่วมที่จะสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นกติการ่วมกันทั้งประเทศครับท่านประธาน ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้ผมคิดว่ากระบวนการอย่างนี้ก็จำเป็น นักวิชาการ นักกฎหมายหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ลงสมัครระดับประเทศอย่างนี้ก็ลงสมัครเลยครับ แต่ไม่เป็นอะไรครับ เราก็ยังเผื่อพื้นที่ให้กับผู้เชี่ยวชาญที่อาจจะไม่ออกตัว ผมว่าอันนี้ ต้องไปคิด คือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ด้านกฎหมาย ด้านรัฐศาสตร์ ด้านประวัติศาสตร์ หรือด้านการต่างประเทศ หรือด้านอื่น ๆ ผมคิดว่าอันนี้ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่จำนวน สสร. ที่จะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผมคิดว่า สสร. มีอำนาจและมีสิทธิที่จะตั้ง ที่ปรึกษา จะมีตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานเต็มไปหมดครับท่านประธาน

สุดท้ายครับท่านประธาน ระบบรัฐสภาแห่งนี้ ระบบประชาธิปไตย อย่ากลัว เลยครับถ้าคุณเชื่อมั่น ถ้าคุณเคารพหลักการประชาธิปไตย เคารพพี่น้องประชาชน อย่ากลัว การเลือกตั้งครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ