กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายเหตุผลความจำเป็นในการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมเสนอโมเดล CDC ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ และความหลากหลายทางสังคม เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม โดยชี้ปัญหาขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญที่ซับซ้อน ต้นทุนสูง และขาดความเสมอภาคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ ขอร่วมอภิปรายเรื่องที่มาของ สสร. แล้วก็อำนาจ คือสาเหตุว่าทำไมเราต้องคุยกัน หรือต้อง มีการตั้งคณะกรรมการ สสร. ชุดนี้ขึ้นมา เพราะว่าเราเองก็มีรัฐธรรมนูญ ๒๐ ฉบับแล้ว ถ้าเฉลี่ยต่อฉบับตั้งแต่เรามีเรื่องของประชาธิปไตยตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ก็ประมาณ ๔-๖ ปี ต่อ ๑ ฉบับ นี่คือสาเหตุทำไมต้องมี และทำไมฉบับล่าสุด ปี ๒๕๖๐ ถึงยังต้องมีการเปลี่ยนกัน อีก ถ้าเกิดยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่ยังคง เข้ายาก แล้วก็ยังมีความล่าช้า สาเหตุที่ ๒ ที่เราจำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็คือเรื่อง ของการที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่มีปัญหาด้านกฎหมาย จะต้องเป็นผู้ที่ยากไร้ ผู้ที่เรียกว่า ยากจน ถึงจะได้รับสิทธิของการที่จะเข้าช่วยเหลือ ทำไมประชาชนทุกคนถึงไม่มีสิทธิ ที่จะได้รับสิทธิในการดูแลด้านกฎหมาย นี่คือ ๒ ประเด็น ง่าย ๆ และอีกประเด็นหนึ่ง สมมุติ ว่ามีการถูกกักขังที่ไม่ชอบธรรม สิทธิในการที่จะเรียกร้องสิทธิในการที่จะอุทธรณ์ต่าง ๆ นี้ ก็ยากจริง ๆ แล้วนี่คือสาเหตุแบบง่าย ๆ ที่สุดที่ อ.เอท ยกให้ ทีนี้ในการอภิปรายครั้งนี้ในการ ที่จะเป็นการตั้งคณะ สสร. ซึ่ง สสร. Model อ.เอท ก็มีครับ เราจะไม่ทิ้ง Model นะครับ สสร. ในที่นี้ Model คือ CDC CDC ย่อมาจากอะไร CDC ก็คือ Constitution Drafting Committee ก็คือเรื่องของการไปตั้งสภาที่จะมาตั้งคณะกรรมการที่จะออกแบบกฎหมาย รัฐธรรมนูญสูงสุดของเรา ย่อว่า CDC C ตัวแรก ขออนุญาตลงที่คำว่า Constitution เลย ก็คือ รัฐธรรมนูญ เมื่อสักครู่นี้ อ.เอท เพิ่งบอกไปใช่ไหมครับ มันก็มีความหลากหลาย มีการตั้งมา มีการเขียนมาหลายฉบับเหลือเกิน ทีนี้จะแก้ถูกไหมครับ เรามีการคุยกันเยอะว่า จะแก้ต้องมี ๑. เสนอโดยคณะรัฐมนตรี สส. ๑๐๐ คน สส. กับ สว. อีก ๑๕๐ คน หรือ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน ต้องมีการเสนอ เสนอเสร็จต้องผ่านทีละวาระ วาระแรกก็ยกมือกัน ๓๗๖ คน โดยที่มี สว. ต้อง ๑ ใน ๓ ก็คือประมาณ ๘๖ คน วาระ ๒ แก้ไปทีละมาตรา ก็อีก ๓๗๖ คน วาระ ๓ ก็อีก ๓๗๖ คน ต้องมีฝ่ายค้าน ๒๐ คน ก็คือประมาณสัก ๔๐ คน ตอนนี้ เรามีอยู่สัดส่วนประมาณ ๒๐๐ คน และรวมไปถึงคนที่ต้องเป็น สว. ก็อีก ๘๖ คน การจะแก้นี่ยากจริง ๆ ไม่พอครับ ต้องมีการถาม Referendum ก็คือประชามติอีกไม่ต่ำกว่า ๒ ครั้ง ไม่ ๒ ก็ ๓ ตอนนี้เรากำลังวิเคราะห์กันอยู่ว่าจะทำ ๒ ครั้งดี หรือ ๓ ครั้งดี แต่ไม่ว่า จะเป็น ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง เราก็ถามแบบเดิม ๆ คือ ๑. ถามกับประชาชนว่าจะเอาใหม่ ทั้งฉบับไหม ๒. เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๕๖ ไหม แน่นอนถ้าเราอยาก ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ที่มาตรา ๒๕๖ และคำถามสุดท้าย เมื่อมีสภาร่างออกมาแล้ว เมื่อยกร่างแล้ว คำว่า ยกร่าง ก็คือเมื่อเขียนเสร็จแล้ว เมื่อทำเสร็จ ประชาชนจะยอมรับกับ ร่างนี้ไหม จะเป็นกฎหมายใหม่ไหม นี่คือการทำ Referendum หรือประชามติ ที่เราทำ ๓ ครั้งครับ งบประมาณอีกเป็นพันล้าน นี่คือสิ่งที่เราต้องเจอตลอดเวลากว่า ๒๐ ครั้ง ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นก็เลยอยากที่จะบอกว่า C ตัวแรกนี้เราน่าจะมีปัญหากับตัวนี้จริง ๆ จริง ๆ หลาย ๆ ประเทศรัฐธรรมนูญเขาก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร มีไม่กี่แผ่น แต่ของเราทำไม ถึงเยอะ แล้วทำไมถึงมีปัญหา หลายท่านน่าจะทราบดี ต่อมาตัวที่ ๒ อยากที่จะสนับสนุนทาง คณะที่ทำร่างของ สสร. นี้ขึ้นมาก็คือตัว D D ในที่นี้คือคำว่า Drafting แปลว่า การที่จะเลือก คนหรือเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนพวกเรา เมื่อสักครู่นี้ท่านจุลพงศ์ก็บอกแล้ว นักการเมืองไหม จริง ๆ แล้ว อ.เอท ก็เห็นว่าอย่างนี้ว่าควรจะมีทั้ง ๓ ภาคส่วน ตรงกับที่ท่านนำเสนอขึ้นมา ภาคส่วนแรกก็คือคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรานี่ละครับ ภาคส่วนที่ ๒ นักเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจจะแบ่งเป็นมาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือจะเลือกแบบ Party List เอาทั้งประเทศเป็น ตัวแทน เป็นกลุ่ม Party List ก็ดี และกลุ่มที่ ๓ ชัดเจนมาก ก็คือความหลากหลาย ไม่ว่าจะ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอื่น ๆ ที่ต้องมีส่วนร่วมในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นของ ประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือตัว D ที่ ๒ และ C สุดท้ายครับ Model อ.เอท วันนี้คือ C D C ตัว C สุดท้ายคือคำว่า Change ประเทศถึงเวลาแล้วที่มีการเปลี่ยนแปลง เราอยู่กับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งที่มาที่ไปทุกคนทราบดีว่ามาจากไหน เราถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนใหม่ ถามว่าการจะเปลี่ยนแปลงได้มันมีปัจจัยอะไรบ้างที่จะเปลี่ยนได้ การที่เราจะเปลี่ยนได้ การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเอาชนะความต้านทาน ถามว่าตอนนี้เรามีอะไรที่ต้านอยู่ ตอบครับ สิ่งแรก อำนาจเดิม ๆ ที่ต้านความเปลี่ยนแปลงอยู่ ๒. เรื่องของการเสียผลประโยชน์ที่ ไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลง ๓. ท่านอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญพอที่จะเจอกับการ เปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ๓ Factor นี้ หรือ ๓ ปัจจัยนี้คือปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ประเทศของเรา กฎหมายของเรายังไม่เข้มแข็งสักที ฉะนั้นวันนี้ อ.เอท อยากที่จะเห็นเหลือเกินว่าถ้าเรามี การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ เริ่มที่กฎหมายสูงสุดของประเทศ มันจะดีแค่ไหนถ้าเราทำ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องทุกคนอย่างแท้จริง ทำเพื่ออำนาจที่สูงสุดที่เป็นของประชาชน อย่างแท้จริง สุดท้ายนี้สิ่งที่ อ.เอท อยากจะเห็น คืออยากจะเห็นการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ Respect