วิทยา แก้วภราดัย ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่าน สสร. โดยเน้นย้ำว่าต้องมีความชัดเจนในประเด็นที่ต้องการแก้ไข โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและหลักประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้กระบวนการมีความโปร่งใส มีการรับฟังเสียงประชาชน และไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนที่มานักการเมืองเพื่อยัดเยียดวาระของตนเอง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมนั่งฟัง รายงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ซึ่งเรื่องที่ท่านนำเสนอก็คือ เรื่อง การจัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้ง และแนวทางในการทำงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จริงผมก็ติดตาม เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอยู่นานพอสมควร ฟังอย่างชาวบ้าน รับรู้ไปเรื่อย พัฒนาไปเรื่อย ก็เพิ่งได้ข้อเท็จจริงว่าที่เราจำเป็นจะต้องตั้ง สสร. ส่วนวิธีการจะตั้งอย่างไรค่อยว่ากัน ตั้ง สสร. มาเพื่อจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะพวกเรารู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเก่า ที่มาไม่ชอบ เผด็จการเป็นคนเขียนให้ ส่วนทิศทางว่าจะแก้ไปทางไหนดี ผมคิดว่าผมนั่งดูสภา ชุดที่แล้วมา ๔ ปีครับท่าน สภาคิดแก้รัฐธรรมนูญได้เรื่องเดียว เรื่องบัตรใบเดียวกับบัตร ๒ ใบ แล้วก็จบไป สภาชุดหนึ่ง วันนี้เรามาพูดเรื่องเดิมอีกว่าคิดจะตั้ง สสร. เพื่อมาแก้ รัฐธรรมนูญที่มีที่มาซึ่งเราไม่ชอบ อยากจะได้ที่ชอบ ๆ แต่โดยสภาพความเป็นจริงครับ ท่านประธาน ท่านกับผมอยู่ตรงนี้ เราเป็นผลผลิตจากเรื่องที่เราไม่ชอบทั้งนั้น แต่เรายังคิด ไม่ออกครับว่านอกจากไม่ชอบที่มา เกลียดตัวแล้วยังกินไข่หรือเปล่า หรือคิดออกหรือยังครับ ว่าในรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่เราคิดจะเขียนใหม่ทั้งฉบับให้สวยหรู มีที่มาอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นคณะกรรมการมายกร่าง คิดออกหรือยัง มันมีปัญหาอะไร กี่เรื่อง ผมเห็นนั่งถก ๆ กัน ก็ยังตอบคำถามผมไม่ได้เลยครับว่าจะแก้เรื่องอะไรบ้าง คือแก้ทั้งฉบับ แล้วผมว่าทั้งฉบับ ถ้าคุณเขียนทั้งฉบับได้ สสร. แล้วเขียนเหมือนฉบับนี้ทั้งฉบับ อะไรครับ คือความพอใจ แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นบอกให้ได้ว่าจะเอาให้คนนอกไปแก้ อยากแก้เรื่องอะไร ที่มันเป็น ปัญหาที่มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน หัวใจหลักของรัฐธรรมนูญความเป็นประชาธิปไตย เรื่องเดียวครับ คือการค้ำประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในประเทศ ถ้าสิทธิเสรีภาพ ประชาชนละเมิดง่ายด้วยอำนาจ อันนั้นก็ไม่เป็นประชาธิปไตยครับ ส่วนกระบวนการที่ไปที่มา ของนักการเมืองแบบพวกเรามันมีเทคนิค จะเอาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลักไม่ได้ครับ
อันที่ ๒ คุณบอกว่าจะเลือก สสร. ผมว่าในใจพรรคการเมืองในทุกพรรคในนี้ ก็นั่งคิดครับว่าผมมีพรรคการเมือง อยู่ในพรรคการเมือง ผมก็ต้องคิดว่าผมต้องหาคนของผม มาเป็น สสร. ให้ได้มากที่สุด ทุกพรรคเลยครับ เหตุผลเพื่อจะได้เอาตามใจที่ผมคิด ตามใจ ที่พรรคผมคิด ท่านประธานครับ กระบวนการในการสรรหา ถ้าผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งหมด ไม่มีใครเชี่ยวชาญเท่ากับ ๕๐๐ คน พวกนักการเมืองในนี้ครับ เก่งทั้งนั้นในเรื่อง การเลือกตั้ง นักวิชาการอย่าสะเออะขึ้นมา อย่าคิดว่าจะโผล่ขึ้นมาได้ กระบวนการกรอง เป็นอย่างไรก็ตาม กระบวนการถ้าผ่านการเลือกตั้งเมื่อไร ๕๐๐ คนนี้ ฝีมือที่สุดแล้วในแผ่นดิน กกต. ก็ไล่ไม่ทัน กกต. ไล่ทันไหมครับ จนป่านนี้ประกาศใบแดงไม่ได้สักใบ ไม่มีทางครับ กลายเป็นทุกคนในที่นี้กลายเป็นคนขาวสะอาดท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบอบ ประชาธิปไตยเราก้าวไปสู่หายนะเมื่อประชาชนต้องการสตางค์แล้วก็ตัดสินใจง่าย เราเห็น การซื้อเสียงกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วเรียกหาอะไรกันครับ คราวนี้มาเรียกหาในการแก้ รัฐธรรมนูญ ผมนั่งมานานแล้วครับ ถ้าบอกได้ว่าอยากแก้เรื่องไหนมาก ๆ ผมก็จะเริ่มเห็นด้วย แต่บอกว่าเปลี่ยนเสื้อตัวนี้ให้คนอื่นมาตัดให้ใหม่ ตัดมาแล้วก็เหมือนเดิมอีก แล้วผมจะต้อง ชวนประชาชนไปหมดเป็นหมื่น ๆ ล้านเพื่อได้เสื้อตัวใหม่ซึ่งเหมือนกับเสื้อตัวเดิม ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นไม่มีหลักประกันในการเดินไปข้างหน้า หมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ กี่หมวดก็ตามครับ เขาเขียนไว้แล้วหมวดไหนกระทบไม่ได้ ถ้ากระทบ ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นตั้ง สสร. เพื่อเปิดด่านไปกระทบปัญหาในเรื่องที่ควรแก้ไม่ได้ ความมั่นคงของรัฐ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ๒ เรื่องนี้ครับ ที่จะเปิดประตูไม่ได้ถ้าไม่ตั้ง สสร. ก็บอกกันตรง ๆ สิครับ อยากเอาเรื่องไหน แต่คิดมาวิธีการ ผมรับได้ครับ วิธีการจะหา สสร. แต่ผมว่าผมไม่ค่อยเชื่อว่าเราจะได้ สสร. มาอย่างบริสุทธิ์เที่ยงธรรม อย่างเพื่อนสมาชิก จากอุดรธานีที่อภิปรายเมื่อสักครู่ แน่นอนครับ ได้สภาอย่างที่เราเคยเจอ ๆ ท่านประธาน ก็เคยเจอ ๆ มา อย่าวาดหวังไว้มากครับว่าได้ สสร. วิเศษวิโส แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะ เลิศเลอดีที่สุด ไม่มีที่ไหนในโลกเทียบเท่า ฝันไปเถอะครับ แล้วก็คิดว่าวิธีการอย่างนี้บอกกัน ให้ประชาชนรู้ครับว่า ที่เขาอยากแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนอยากแก้เรื่องอะไร เริ่มถาม กันก่อนสิครับ ถ้าถามกันก่อนประชาชนอยากแก้เรื่องอะไร คณะคนที่จะไปยกร่างแก้ก็ได้รู้ ครับว่าประชาชนเขาเดือดร้อนเรื่องนี้ ประชาชนเขาไม่พอใจเรื่องนี้ อย่างน้อยมีธงไว้ให้คนที่ จะยกร่างรัฐธรรมนูญไว้ ที่ฉบับนี้มีปัญหาไม่ใช่เพราะคนร่างเดิม ไม่ใช่เพราะที่มา เพราะเนื้อหาสาระเราสนใจรูปแบบมากกว่าสาระแล้ววันนี้ แต่ถ้าเราบอกว่าสาระตรงนี้ จำเป็นต้องแก้ ฟังจากประชาชนเสียก่อนแล้วค่อยก้าวไปทีละก้าว นี่เราก้าวข้ามเลยครับ แทนที่จะฟังประชาชน วันนี้นักการเมืองยัดเยียด ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้รัฐธรรมนูญ แก้ทั้ง ฉบับ ตั้ง สสร. ประชาชนทั้งประเทศผมว่าก็ยังสงสัยว่าคุณจะแก้ไขอย่างไร ใครจะเป็น สสร. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าใช้เวลาตรองสักนิด ให้คำตอบกับประชาชนทั้งประเทศ เราเป็นตัวแทน ชาวบ้านมา ฟังคำตอบจากชาวบ้านว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน แล้วมาช่วย กรองกัน อย่างน้อยตั้งเป็นธงจากสภา มาตั้ง ๕๐๐ คน มาจากทั้งประเทศครับ คิดไม่ออกว่า อยากแก้ตรงไหน คิดอย่างเดียวครับ เปลี่ยนเสื้อตัวนี้เพราะเสื้อตัวนี้มาไม่สวย ตัดไม่ดี คนตัด ไม่ใช่ช่าง เพราะฉะนั้นอย่าพาประเทศไปอย่างนั้นครับ ช่วยกันหาความคิดและขายความคิด ที่มาจากประชาชน มาสู่พวกผู้แทนเรา มาอภิปรายกันในสภา แล้วก็คุมตรงนี้เพื่อจะเขียน อะไรก็ตามใส่มือคนที่เรามอบอำนาจให้ทั้งหมดครับ อย่าเขียนเช็คเปล่าให้เขาครับ ผมไม่ เซ็นเช็คเปล่าเด็ดขาดครับ ถ้าไม่รู้ว่าจะพาบ้านเมืองไปทางไหนครับ