ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายเกี่ยวกับปัญหาข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ทำให้การแก้ไขเป็นไปได้ยาก จนเกิดอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย และสนับสนุนกระบวนการจัดตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างรอบด้าน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและยอมถอยเพื่อผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน กระผมขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายในรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดทำ ข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและแนวทางการทำงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการ เลือกตั้งของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ดังนี้ ท่านประธานที่เคารพ รายงานฉบับนี้ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องที่มาของ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดว่าจะดีหรือไม่ เหมาะสมมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ถ้าเปรียบเทียบมันก็เหมือนหนังสามก๊กครับ ที่เรียกว่าเป็นค่ายกลแปดทวาร กุญแจทอง ที่ขงเบ้งใช้ทำศึกกับสุมาอี้ ถ้าเราดูหนังจีนอยู่ตามช่องทีวีก็คือมังกรหยกครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปรียบเทียบก็ค่ายกล ๗ ดาวครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ คณะผู้ร่างที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช. ทำการยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทิ้ง แล้วก็ มายกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นกฎกติกาที่วางหมากเกมให้กับตัวเอง เปรียบเทียบทางการเมือง สืบทอดอำนาจ รักษาอำนาจของคนทำปฏิวัติครับ แล้วยังวางกลไกซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่ให้ ใครแก้ไขอะไรได้โดยง่ายด้วย แล้วตลอดระยะเวลาที่เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๙ ปี ๑๐ ปี ก็พบว่าเกิดปัญหาการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก แล้วถ้าเรายอมปล่อยปละ ละเลยตามเลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ปัญหาก็จะงอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น ซึ่งทั้งเพื่อน สส. และพี่น้องประชาชนทุกคนต่างมีความต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กัน ทั้งนั้นครับ ทุกคนต่างมีความต้องการอยากจะสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องราวที่ผ่านมาให้ดีกว่าเดิม ทุกคนต้องการวางโครงสร้างทางการเมือง สถาบันการเมืองที่ตอบโจทย์ให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นประชาธิปไตยได้มากยิ่งขึ้น ดูจากสภา ชุดที่แล้วครับท่านประธาน อยู่กันเกือบ ๔ ปีเต็ม เคยมีการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตั้ง ๒๕-๒๖ ฉบับ แต่ปรากฏว่าเพียงแค่ ๑ ร่างเท่านั้นเอง ก็แก้เพียง ๒ มาตราเท่านั้น คือแก้ไขระบบการเลือกตั้งจากบัตร ๑ ใบมาเป็นบัตร ๒ ใบเท่านั้นเอง ส่วนร่างที่เหลือ มีความพยายามจากเพื่อน สส. ชุดที่แล้ว และไม่ว่าจะเกิดความต้องการประชาธิปไตยให้แก่ พี่น้องประชาชนอย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ นี่คือปัญหาของมันครับ ของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการ ท่านประธานเห็นหรือไม่ ครับว่าคณะผู้ร่างเขาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้แทบจะแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ไม่ได้เลย แล้วก็ไม่ใช่ เรื่องง่ายเลย ถึงขนาดที่ผู้มีส่วนร่วมในการยกร่างฉบับนี้บางคนเคยเปรย ๆ ว่าจะแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สู้ให้ปฏิวัติแล้วมาเริ่มต้นแก้ใหม่ยังดีกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือ ปัญหาของมัน เพราะการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่พวกเราทุกคน ก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหามากมายเหลือเกินรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ จะแก้ไม่ได้เลยถ้าหาก ไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา และทุก พรรคการเมือง องค์กรอิสระอีกเยอะแยะ และประเด็นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมจะต้องได้รับความเห็นชอบเอกฉันท์จากทุกฝ่าย กระผมมองว่าเงื่อนไขที่จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องประนีประนอมร่วมกัน จะเอา ทั้งหมดก็คงจะไม่ได้ จะหาวดาวให้ดาว จะหาวเดือนได้เดือนอย่างที่พวกเราตั้งใจมันคงยาก ที่พูดนี้ไม่ได้กลัวนะ กลัวมันทางตัน ทุกฝ่ายจะต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกันในการ ให้มันตกผลึกครับท่านประธาน อย่างรัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ พิจารณาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นแตกต่างของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจ ประเด็นใดพอที่จะพูดคุยกันได้ ก็พูดคุยกัน ประเด็นใดที่พอจะยอมถอยคนละก้าว ๒ ก้าวก็คุยกันเพื่อให้เดินหน้าต่อไปในทาง ที่ดี เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ต่างฝ่ายต่างก็ยอมถอยคนละก้าว ๒ ก้าว ทั้งหมดนี้คือ การแก้ค่ายกล ๗ ดาวของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งในแง่เนื้อหาและวิธีการครับท่านประธาน ท่านประธานลองย้อนมองรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สิครับ เราบอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด เราไม่ได้มีกระบวนการในการแก้ไขยากเท่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย ทั้งไม่มีการกำหนดให้มี การประชามติ แล้วอย่างตอนรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๓๔ ก็มีการแก้ไข ก็มาจากการยึดอำนาจ แล้วก็มาตั้งรัฐธรรมนูญนี้ แล้วก็แก้ไข ๖ ครั้ง ทำให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ได้ไม่ยาก คือเขาแก้ได้ไม่ยาก และไม่ซับซ้อนเท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธาน การที่ รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบ ที่รัฐบาลเขาตั้ง เขามีมติตั้งแต่เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว คณะเราก็โอเค ก็ว่ากันไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ก็มีบางคนก็ด้อยค่าว่าเป็นการถ่วงเวลาบ้าง กระผมอยากจะให้ลองนึกคิดดี ๆ ว่าผลพวง จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีพรรคไหนได้รับผลกระทบมากที่สุดครับ ก็คือพรรคเพื่อไทยของ กระผม แล้วพรรคใดได้ประโยชน์จากรายงานฉบับนี้ เมื่อปี ๒๕๖๒ เลือกตั้ง มันก็มี ทั้งส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนดีส่วนอะไร แต่มันมาจากกากเดนเผด็จการทั้งนั้นที่เราไม่ค่อยชอบ บางทีบางสิ่งบางอย่างก็ดี กระผมอยากจะให้ทุกคนลองมองย้อนดูการเลือกตั้ง สส. ปี ๒๕๖๒ สิครับว่าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งระบบเขตมากที่สุด ๑๓๖ เขตทั่วประเทศด้วยวิธีการ คำนวณ สส. พึงมีพึงได้ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นสูตรคำนวณที่แปลกประหลาด ใช้เพียง ประเทศเดียวในโลกครับท่านประธานที่เคารพ สร้างมาเพื่อสกัดทำลายพรรคเพื่อไทยโดย วิธีการคิดคำนวณเล่นแร่แปรธาตุชนิดที่ว่าผู้คิดคำนวณในครั้งนั้น บัตรเขย่งเป็นอย่างไรครับ ภาษาอีสานเขาบอกบัตรตู้ดรูดครับ แล้วแต่จะทำแล้วแต่จะคิดครับ พอมาถึงจุดนี้เราก็ต้อง ถามตัวเองว่าเราจะยอมแค่วิจารณ์อยู่เฉย ๆ หรือเราจะมาร่วมกันในกระบวนการแก้ไขให้มัน สำเร็จครับ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น และอะไรดีกว่ากันครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อโดยสุจริตว่าพวกเรา สส. ทุกพรรคการเมือง พี่น้องประชาชน ทุกคน ภาคประชาชนต่างมีความต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เหมือนกันทุกคน เพียงแต่ วิธีการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจมีความแตกต่างในรายละเอียดว่า สสร. จะมีกี่คน หรือวิธีการจะได้มาซึ่ง สสร. เป็นอย่างไร ตัวกระผมเป็นห่วงเรื่องนี้ครับท่านประธาน พวกเรา พูดคุยกัน ตกลงเจรจา ถอยกันคนละก้าวเพื่อให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เถอะครับ ผมใจร้อนนะครับ เพราะกว่าจะไปประชาพิจารณ์ กว่าจะไปเลือกตั้ง สสร. มันกี่ปีแล้วครับ อนาคตค่อยว่ากัน การที่เราจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ขั้นตอนที่เราจะเจอ เงื่อนไขที่จะต้องมี คือทุกฝ่ายต้องเห็นชอบ สว. ๘๔ คน จะต้องได้รับเสียงฝ่ายค้านอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่าน ใจร้อน เร่งรีบ ไม่รับฟังความเห็นของใคร ไม่ฟัง ผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพัง ตั้งแต่ตอนแรกครับท่านประธาน อาจจะถูกปิดตายและปิดประตูก็ได้ เพราะว่าคราวที่แล้ว ไม่ยกเว้น หรือเรื่องการให้แก้ไขทั้งฉบับโดยไม่ยกเว้นการแก้ไขหมวด ๑ และหมวด ๒ นี่ก็เป็น ประเด็นที่ละเอียดอ่อน ละเอียดอ่อนกว่าการเสนอกฎหมาย มาตรา ๑๑๒ เสียอีก ถ้าเรา ไม่พูดคุยเจรจากันดี ๆ ไม่รอบคอบก็อาจจะสร้างประเด็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ขึ้นมาในสังคม บ้านเราอีก ถ้าความขัดแย้งเกิดขึ้นพี่น้องประชาชน