ชัชวาล แพทยาไทย หารือปัญหาขยะที่ทวีความรุนแรงจากเทคโนโลยีและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของท้องถิ่นที่มีอำนาจแต่ขาดทรัพยากร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกระจายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเร่งดำเนินการจัดการขยะอย่างเป็นระบบตามแผนพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การสร้างจิตสำนึก และการส่งเสริมธนาคารขยะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอให้มีการศึกษาผลกระทบและรับฟังความเห็นประชาชนก่อนดำเนินโครงการโรงเผาขยะไฟฟ้าในร้อยเอ็ด และสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาขยะอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ลูกอีสานดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ เมืองสรวง ท่านประธานที่เคารพครับ ขยะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างช้า นาน ในอดีตการจัดการขยะอาจจะง่าย เนื่องจากขยะส่วนมากเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายเอง แต่เมื่อสังคมมนุษย์เกิดการพัฒนา มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาการเกิดขึ้นของขยะที่ไม่สามารถ ย่อยสลายเองตามธรรมชาติได้ จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผนวกกับประชากรโลก มีอัตราสูงขึ้น จึงกลายเป็นปัญหาที่เรียกว่าขยะล้นเมือง เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้รับการรับรองจาก ๑๙๓ ประเทศสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ มีการบรรจุเป้าหมายว่าด้วยการลดปริมาณขยะ เข้าไปเป็นเป้าหมายที่สำคัญ อันจะนำมาสู่การพัฒนาโลกให้ดีขึ้นภายในปี ๒๕๗๓ กลายเป็น วาระเร่งด่วนของเวทีโลก ในขณะที่ทั่วโลกต่างขะมักเขม้นในการลดปริมาณขยะครับ ท่านประธาน รัฐไทยในหลายยุคที่ผ่านมามีความพยายามในการลดปริมาณขยะมาโดยตลอด จะเห็นได้ชัดท่านประธานครับ ในยุครัฐบาล คสช. มีการวาง Roadmap การแก้ไขปัญหา ขยะของไทย ที่สำคัญมีทั้งอำนาจตามมาตรา ๔๔ แต่เหตุใดถึงไม่สามารถแก้ไขปัญหา การจัดการขยะได้ ท้องถิ่นบางแห่ง ตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งถังขยะท่านประธานครับ ผมขอฝาก ประเด็นข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้น ๓ ประเด็น ดังนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ประเด็นที่ ๑ เรื่องอำนาจหน้าที่ เรื่องงบประมาณ หน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ตาม พ.ร.บ. รักษา ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ ๒) ปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามกฎหมายหน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจอย่างชัดเจน แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องงบประมาณที่ส่วนกลาง จัดสรรให้ หลายท้องถิ่น แม้แต่งบประมาณจะนำไปดูแลพี่น้องประชาชนในด้านที่สำคัญกว่า ยังไม่เพียงพอเลยครับ งบประมาณในการซื้อถังขยะ รถเก็บขยะ ยังลำบากหากจะบริหารจัดการอย่างถูกวิธียิ่งเป็น เรื่องยากครับ เพราะติดขัดที่งบประมาณ การที่ส่วนกลางไม่ยอมกระจายงบประมาณ ให้กับท้องถิ่นอย่างแท้จริงนี้ ท้องถิ่นต้องรับภาระเพียงลำพัง การจัดการปัญหาขยะทั้งที่ ปัญหาขยะล้นเมืองควรเป็นวาระเร่งด่วนของชาติ นี่จึงเป็นปมปัญหาหลัก หากยังปล่อยให้ ปัญหาขยะถูกแก้ไขแบบไร้ทิศทางอย่างนี้การจัดการขยะตามมีตามเกิด แบบที่เกิดขึ้นมา หลายปีก็ยังจะเป็นอย่างนี้ต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการรับรู้ความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ในการ มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกัน ที่ผ่านมาภาครัฐมีมาตรการต่าง ๆ ในการบริหารจัดการจัดเก็บ ทำลายขยะมากมายหลายแนวทาง ๑ ในนั้นคือการสร้างโรงเผาขยะไฟฟ้า ขึ้นชื่อว่าขยะ โรงขยะ ที่เก็บขยะ หรือโรงเผาขยะ หากไปตั้งอยู่ตรงไหนมันก็มักจะมีปัญหาตามมาตลอด นั่นก็คือการต่อต้านจากชุมชน หรือจากพื้นที่ใกล้เคียง ยกตัวอย่างในช่วงกลางปี ๒๕๖๖ ที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดบ้านผมครับ มีความพยายามจากหน่วยงานภาครัฐที่จะ ผลักดันโครงการก่อสร้างโรงเผาขยะไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเป็นการได้รับอนุญาตสัมปทานจาก ภาครัฐ วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาขยะที่ล้นเมืองและผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ โดยรองรับ ขยะจากหลายอำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด และใช้พื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิอันดับโลก เป็นตำแหน่งที่ตั้งโรงไฟฟ้า ขยะดังกล่าว ปัญหาที่ตามมาท่านประธานครับ เกิดการต่อต้านจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อย่างหนัก นำไปสู่การประท้วง จนหน่วยงานภาครัฐต้องยกเลิกโครงการ ถือว่าเป็นโชคดีของ พี่น้องในพื้นที่ ที่โครงการขนาดใหญ่สร้างความไม่สบายใจให้แก่พี่น้องประชาชนและอาจ สร้างผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพถูกระงับไป แต่ปัญหาของพี่น้อง นั่นก็คือปัญหาเรื่องขยะ ยังไม่ถูกแก้ไข ปัจจุบันหน่วยงานท้องถิ่นยังแก้ไขปัญหาขยะแบบเดิม นั่นก็คือนำขยะไปกองรวม ฝังกลบในพื้นที่สาธารณะ และนับวันก็จะเริ่มขยายพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ รุกล้ำพื้นที่ป่าชุมชน และอาจสร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรใต้ดินได้ เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน การบริหารจัดการขยะ การจัดเก็บ การทำลาย จำเป็นต้องดำเนินการ โรงขยะที่เก็บขยะหรือ โรงเผาขยะไฟฟ้าท้ายที่สุดก็ต้องเกิด แต่จะเกิดขึ้นต้องมีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางวิถีชีวิต สร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นอย่าง รอบด้าน แล้วค่อยกำหนดรูปแบบวิธีการการจัดการที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนใน พื้นที่เป็นหลัก เหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจปัญหาและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือใน การแก้ปัญหาร่วมกัน
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๓ ด้านการส่งเสริมและคัดแยกการนำขยะกลับมา ใช้ใหม่ การที่จะจัดการปัญหาขยะล้นเมืองได้อย่างยั่งยืนครับ ต้องมาดูที่ต้นทางด้วย นั่นก็คือ การสร้างจิตสำนึกของพี่น้องประชาชนและการวางแผนแนวนโยบายของภาครัฐ ซึ่งผม เห็นด้วยกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในการบริหารจัดการขยะที่จะต้องประสาน ความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนในการขับเคลื่อนร่วมกัน ท่านปลัดกระทรวง มหาดไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ มีแนวคิดในการขับเคลื่อนธนาคารขยะร่วมกับท้องถิ่น ๗,๗๗๓ แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมาย ๖๐ วัน ทุก อปท. ต้องมีธนาคารขยะอย่างน้อย ๑ แห่ง โครงการธนาคารขยะจะเป็นอีก ๑ ทางออก ให้กับวิกฤติขยะล้นเมือง ถือเป็นโครงการ ที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่าให้เป็นแค่ Event ทำแค่ฉาบฉวย ผักชีโรยหน้า ให้ทำจริงจังครับ ดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยประการ เหล่านี้ เพื่อการศึกษาแนวทางอันจะนำมาซึ่งวิธีในการแก้ปัญหาขยะ ผมขอสนับสนุน ญัตติ เรื่อง ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ยื่นเข้ามาในสภาแห่งนี้ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน