สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

อับดุลอายี สาแม็ง เสนอญัตติให้รัฐบาลจัดสรรเงิน 200,000 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงกำจัดขยะทั่วประเทศ และให้ท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ ผมอยากจะอภิปราย ญัตติการนำเสนอในเรื่องของการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็อยากจะให้ เหตุผลหนึ่งว่าวันนี้และหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาเราก็ได้มีการพูดถึงปัญหาเรื่องขยะทั้งประเทศไทย มาโดยตลอดหลายสิบปี แต่ก็ยังไม่มีแนวทางที่จะไปจัดการขยะให้มันหมดปัญหาไปเสียที หลายงบประมาณที่เราไปจัดการ ไปดูเรื่องงานที่นั่นที่นี่ ไปดูในเรื่องของการศึกษาดูงาน หลาย ๆ ประเทศที่เขาจัดการเรื่องขยะ เขาบอกว่าได้ดี ทีนี้อีกอย่างหนึ่งในขณะเดียวกัน คนภายในประเทศของเราก็มีสุขภาพไม่ได้ดีขึ้นจากบริเวณที่เราอยู่ใกล้กับบ่อขยะ ซึ่งมี การสะท้อนมาโดยตลอดว่าเราควรจะต้องแก้ไขให้สำเร็จเสียทีในเรื่องของขยะ ผมอยากจะ เสนออย่างนี้ ผมเห็นด้วยกับญัตตินี้ในการที่จะไปให้ท้องถิ่นจัดการ แต่ในขณะเดียวกัน ท้องถิ่นเองก็ทราบ ๆ อยู่แล้วว่าเราไม่มีงบประมาณมากพอที่จะไปทำเรื่องโรงกำจัดขยะหรือ จะทำการแก้ไขในเรื่องของขยะได้ อย่างเช่นครั้งที่ผ่านมาเรามีงบประมาณของท้องถิ่น ของบประมาณปี ๒๕๖๗ แค่ ๑ ล้านล้านบาท ในการที่จะไปเป็นงบประมาณของท้องถิ่น ซึ่งดูแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปแก้ไขตรงนั้นได้เลย จากงบประมาณ ๓ ล้านกว่าล้านบาท ในการ ที่จะไปเป็นงบประมาณของแผ่นดินนั้น ผมอยากจะนำเสนออย่างนี้นะครับว่า วิธีคิดใน การจัดการขยะ ถ้าเราคิดแบบ Social Welfare เหมือนทั่ว ๆ ไป เป็นเรื่องของสวัสดิการสังคมไปเลยนะครับ ถ้าเปรียบเสมือนหนึ่งว่าขยะนี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ณ ขณะนี้เขาบาดเจ็บ เขาป่วย เขาไม่สบาย เขามีกลิ่นเหม็น ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากมาย ที่เราพูดถึง ดังนั้นถ้าหากว่าเรารัฐ ไม่ต้องไปคิดอะไรมากนะครับ วันนี้ก็ฟังมาโดยตลอดว่า การลงทุนเรื่องขยะอาจจะไม่คุ้มทุน มีภาคเอกชนจะไปวิเคราะห์ วิจัย จะเอาขยะไปทำ โรงไฟฟ้า ถ้ามีขยะต่ำกว่า ๓๐๐ ตันต่อวันนี้ก็ไม่สามารถที่จะไปทำโรงไฟฟ้าได้ ถือว่าไม่คุ้มทุน เรายังคิดถึงทุนอยู่ เรายังคิดถึงกำไรอยู่ แต่ในขณะเดียวกันขยะก็เจ็บปวด คนก็เจ็บป่วย ถามว่าเราจะแก้ปัญหาเมื่อไรให้มันยั่งยืนกันต่อไป ผมก็คิดว่าอย่างเช่นวันนี้จากข้อมูล หลาย ๆ จุดที่ขยะในกรุงเทพมหานคร อย่างเช่นที่อ่อนนุชเขาบอกว่ามีขยะประมาณสัก ๑,๐๐๐ ตันต่อวัน ก็มีการนำเสนอให้ทำโรงกำจัดขยะประมาณสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เลยได้ ตัวเลขตัวนี้ว่าก็ไปดูในหลาย ๆ จังหวัด แล้วก็เฉลี่ยทั้งประเทศ ก็มีขยะจังหวัดละประมาณสัก ๕๐๐ ตัน ถ้าขยะประมาณสัก ๕๐๐ ตัน ถ้าเราลงทุนไปจังหวัดละประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ก็อาจจะต้องใช้งบประมาณเพียงแค่ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะมีโรงกำจัดขยะ ได้ทั้งประเทศ ทีนี้ถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเป็นปัญหา ที่รัฐบาลจะต้องมาคิดต่อร่วมกันว่าเราจะกู้เงินไหม เราจะกู้เงินเพิ่มไหม อย่างครั้งที่ผ่านมา ท้องถิ่นได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลไปเพียง ๑ ล้านล้านบาท ก็เพียง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน เราก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกประมาณ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ กว่าจะถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ดีไหมถ้าเราเอาส่วนนี้ขยับขึ้นไปสักนิดหนึ่ง ถือว่าให้กับท้องถิ่นไปเลย ให้ไป ก้อนเดียว ไปทำโรงกำจัดขยะ หรือแบบฝังกลบ หรืออะไรก็แล้วแต่ในแต่ละพื้นที่อาจจะมี ลักษณะที่แก้ปัญหาไม่เหมือนกัน แล้วก็โดยพื้นฐานอาจจะตั้งงบประมาณให้เขาเลย จังหวัดละ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ก็ใช้งบประมาณอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากู้เพิ่มเข้าไปเลย แล้วก็เบ็ดเสร็จทีเดียว ในเรื่องของการบริหารจัดการขยะ ชุมชนเป็นคนสร้างขยะ ท้องถิ่น เป็นคนเก็บบริหารจัดการขยะ แล้วก็ในขณะเดียวกันโรงกำจัดขยะก็เป็นรัฐบาลลงทุนให้ แล้วพอลงทุนเสร็จเรียบร้อยก็ยกให้ท้องถิ่นไป จัดเก็บรายได้ได้เท่าไร อะไรเท่าไรมาบริหาร จัดการเอา ไม่ใช่ว่าให้เขาไปลงทุน รอให้ท้องถิ่นไปลงทุนจนถึงวันนี้เห็นไม่กี่ท้องถิ่น แม้แต่ กรุงเทพมหานครก็ยังไม่สามารถที่จะไปทำได้ เพราะเรามัวแต่คิดว่า ขยะมันเป็นเรื่องที่ มันเป็นเศษเป็นเลย เป็นอะไรที่เป็นของสังคมไปเลย ไม่มีใครอยากได้ขยะหรอกครับ แต่ถ้าเราไม่เอาใจใส่กับเรื่องนี้ สุขภาพของพี่น้องประชาชนก็จะแย่ลงทุกวัน ดังนั้นผมคิดว่า จะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการเสียเลยว่าวันนี้ถ้าเราหาเงินอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างโรงกำจัดขยะโดยรัฐบาล แล้วก็ให้ท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการในอนาคตต่อไป มอบให้ เขาไปเลยนะครับ ไม่ต้องเสียดาย และไม่ต้องไปคิดว่าจะกำไรจะขาดทุนเท่าไร ก็ถือว่า เป็นลักษณะของ Social Welfare เราให้สวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้เราสร้างโรงพยาบาลมากมาย นั่นก็คือเป็นลักษณะหนึ่งในการที่จะไปให้รัฐสวัสดิการกับคน กับประชาชนในแผ่นดินนี้ ในขณะเดียวกันมองอีกด้านหนึ่ง ถ้าเราไปจัดการในเรื่องของขยะ ในลักษณะของ Social Welfare เหมือนกัน ผมคิดว่าการจัดการขยะก็คงจะได้ผลในระยะเร็ววัน ๖๐ ปีที่ผ่านมา เราก็พูดอย่างนี้ วันนี้เราก็ยังพูดแบบนี้ แล้ววันพรุ่งนี้มันจะเป็นอย่างไร และอีกกี่ปีข้างหน้า ถึงจะสำเร็จ แล้วเมื่อไรจะเกิดการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ไม่ต้องไป หรอกคิดครับ ผมว่าถ้าทำอย่างนี้อาจจะเป็น ๑ ในโลกก็ได้นะครับท่านประธาน เราอาจจะ เป็นที่ ๑ ของโลกก็ได้ในการจัดการขยะที่ดีที่สุดของโลก วันนี้ผมอาจจะต้องใช้เวลาไม่มาก ผมฝ่ายรัฐบาล ก็คนสุดท้ายแล้วนะครับ ไม่ต้องให้เสียเวลาคนอื่น ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสครับ