ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ หารือปัญหามลพิษจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุชที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตประชาชนในกว่า 100 หมู่บ้าน เน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขอย่างเป็นระบบด้วยการร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการบริหารจัดการขยะและแผนระยะยาวเพื่อคืนคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมเองขอร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการ จัดการขยะชุมชน ของ สส. พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลทั้งหมด ประมาณ ๓ ประการ ในการที่จะสนับสนุนในส่วนของญัตตินี้
เหตุผลประการแรก เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่หนักมาก อย่างที่เมื่อสักครู่ทาง สส. ปิยรัฐ จงเทพ ได้มีการอภิปรายไปแล้วเกี่ยวกับเรื่อง ของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากศูนย์ขยะอ่อนนุช หรือที่เราเรียกกันว่า โรงขยะอ่อนนุช
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมขออนุญาตเปิดภาพที่ ๑ ได้ไหมครับ นี่ครับท่านประธาน อันนี้ผมรวบรวมความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนที่เป็น การยืนยันว่าสิ่งที่ทาง สส. ปิยรัฐ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จริง ๆ นี่คือสิ่งที่ผมเองได้อ่าน Social Media ในทุก ๆ วัน ใน Facebook ใน Twitter ใน Platform ต่าง ๆ นานา มากมายท่านประธาน ทุก ๆ คนครับ ทางประชาชนต่าง ๆ เดือดร้อนมาก แล้วก็บ่นกันในเรื่องของปัญหากลิ่นเหม็นที่ได้รับผลกระทบกันทุกวี่ทุกวัน นี่คือสิ่งที่ผมเองได้อ่านในทุก ๆ วัน แล้วก็เป็นเรื่องที่ประชาชนเดือดร้อนหนักมากจริง ๆ แล้วต่อให้ประชาชนซื้อบ้านแพงแค่ไหนก็หนีไม่พ้น เนื่องจากว่ากลิ่นของโรงขยะนี้มันไกลแล้ว มันก็รุนแรงมาก ๆ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาในเรื่องของสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนนี้ ผมเองก็ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ผมเองเคยนำเรื่องนี้มาอภิปราย มาตั้งกระทู้ในสภาไป เรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการขอให้มีการแก้ไขปัญหาในเรื่องของกลิ่นเหม็นของโรงขยะ อ่อนนุชถึงทางท่านรัฐมนตรี ซึ่งวันนั้นทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ มาตอบกระทู้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในส่วนของการแก้ปัญหาในพื้นที่จริงส่วนใหญ่ก็ยัง เป็นเพียงการแก้ปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น ก็คือการแก้ปัญหาในลักษณะที่เป็นการฉีดพ่น น้ำยาดับกลิ่น หรือว่าการล้างถนนต่าง ๆ ซึ่งพี่น้องประชาชนแจ้ง Traffy Fondue แล้วแจ้ง Traffy Fondue อีก ท่านประธานก็ยังไม่ได้มีการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงอย่างเป็นระบบ เพราะว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากของพี่น้องประชาชน ผมเองเคยเก็บข้อมูล ในส่วนของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ซึ่งวันนั้นผมเองยังไม่ได้ ยืนอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมเองยังเป็นประชาชนที่อยู่ข้างนอกครับ แล้วก็มีการเก็บข้อมูลร่วมกับ พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านอิมพีเรียล พาร์ค แล้วก็หมู่บ้านอื่น ๆ ที่อยู่ ในพื้นที่ข้างเคียงว่า ในปัญหาเหล่านี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างไรและมากมายแค่ไหน อันนี้เป็นเพียงขั้นต่ำ ใน Scope ที่ผมได้เก็บเท่านั้น จะเห็นว่ารัศมี ๕ กิโลเมตรต่าง ๆ นี้เป็นรัศมีที่บริเวณที่พี่น้อง ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นประจำครับท่านประธาน จะเห็นว่าในรัศมีตรงนี้หมู่บ้านที่อยู่ ตรงนี้ ถ้าเกิดว่าแค่ที่ระบุในตัวแผนที่ท่านจะเห็นอยู่ประมาณสัก ๒๐ หมู่บ้าน แต่ความจริงแล้ว มันมากกว่านั้นมาก มันนับ ๑๐๐ หมู่บ้าน พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนมีนับหมื่นคน อันนี้คงจะ ไม่ต้องยืนยันขนาดที่ว่านี้ท่านจะเห็น อย่างที่ทาง สส. ปิยรัฐ ได้พูดว่าไปถึงบางนา-พระโขนง ท่านก็ลองคิดดูว่ามันไกลแค่ไหน
เหตุผลประการที่ ๒ ที่มีการสนับสนุนให้มีการตั้งญัตตินี้ เนื่องจากว่าในส่วน ของโรงขยะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้มันไม่ใช่เพียงแค่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อย่างเช่นผมยกตัวอย่าง ในส่วนของโครงการ กำจัดมูลฝอย มูลค่า ๘๐๐ ตันต่อวัน จำนวนปริมาณ ๘๐๐ ตันต่อวัน ที่ทาง สส. ปิยรัฐ ได้อภิปราย อันนี้ก็ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานไหนท่านประธาน ก็คือทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมครับ แล้วนอกจากนี้ยังมี ความเกี่ยวข้องกับเรื่องของสำนักงาน กกพ. ด้วย เนื่องจากว่ามีการผลิตไฟฟ้าเพื่อที่จะ จำหน่ายไฟฟ้า เท่านั้นไม่พอครับ ถ้าหากว่าท่านมองไปในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน เมื่อพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบแบบนี้มันก็ยังมีเรื่องของกรมควบคุมมลพิษที่จะต้องเข้า มาดูแล มันก็ยังมีเรื่องของกรมอนามัยที่จะต้องมาดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่มี ปัญหามาก ๆ ซึ่งหน่วยงานราชการในประเทศนี้ก็มักจะไม่ได้พูดคุยกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เวทีของคณะกรรมาธิการน่าจะเป็นเวทีที่ทำให้พวกเราได้มาพูดคุยหาทางออกร่วมกันในแต่ ละหน่วยงาน
เหตุผลที่ ๓ ผมคิดว่าสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งก็คงเป็นเรื่องของ ความเชี่ยวชาญของการที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยด้วย เนื่องจากว่า ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พวกเราผู้แทนราษฎรอาจจะไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในทุก ๆ เรื่อง ถ้าหากว่าท่านดูในภาพที่ ๓ ในตอนนั้นที่ผมเข้าไปผลักดันกับพี่น้องประชาชนในเรื่อง ของโรงกำจัดมูลฝอย ๘๐๐ ตันต่อวัน ตอนนั้นเรามีการถกเถียงกันมากว่าเราจะทำอย่างไร ให้คนเชื่อมั่น ให้คนเชื่อจริง ๆ ว่าเราได้รับความเดือดร้อนเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นผลกระทบ ทางกลิ่น เราไม่สามารถที่จะถ่ายภาพออกมาได้ว่ามันเหม็นแบบนี้แบบไหน ต้องพาคน เดินไปดม ทุก ๆ วัน ทุก ๆ ครั้งผมเองต้องพาสื่อมวลชนต่าง ๆ ลองเดินไปดมดูว่ามันเหม็น แค่ไหน แล้วก็วัดดวงเอาว่าวันนั้นมันจำเหม็น ไม่เหม็น วันนั้นก็โชคดีที่เรามีภาคประชาสังคม ที่เข้ามาช่วยในการที่จะผลักดัน ผมคงสามารถที่จะเอ่ยนามได้ไม่เสียหายนะครับ ก็เป็นทาง มูลนิธิบูรณะนิเวศ ก็อาจจะไม่ได้มีการผลักดันกับภาคการเมือง แต่ว่าไปช่วยพี่น้องประชาชน ในการที่จะเก็บข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์แล้วก็เป็นวิชาการ มีการเก็บข้อมูลว่าตรงนั้นมีน้ำเสีย อย่างไร ตรงนั้นส่งกลิ่นอย่างไร หรือว่าปล่อยค่า VOCs อย่างไรที่เป็นการก่อมลพิษต่าง ๆ มีสารก่อมะเร็งต่าง ๆ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราก็น่าจะต้องมีเวที ที่จะต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพวกเราในการ ที่จะแก้ไขปัญหานี้ และผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าในเรื่องของปัญหาขยะที่พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนในการที่จะดมขยะกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะซื้อบ้านในราคาแพงแค่ไหน ก็หนีไม่พ้น ก็เป็นเรื่องอากาศสะอาดที่พี่น้องประชาชนพร้อมอยู่แล้วที่จะลุกขึ้นมาทวงคืน สิทธิในอากาศบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังนั้นผมเองก็ต้องขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ แล้วก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าประชาชน พร้อมแล้วที่จะทวงสิทธิของตัวเองในการที่จะให้อากาศบริสุทธิ์ของเขากลับคืนมา ขอบคุณครับ