ภูริวรรธก์ ใจสำราญ หารือปัญหามลพิษและขยะล้นจากศูนย์กำจัดขยะท่าแร้ง-สายไหมที่ก่อความเดือดร้อนให้ชุมชนมานานกว่า 10 ปี โดยเน้นย้ำถึงปัญหากลิ่นเหม็น ขยะล้น และอุบัติเหตุบนถนนจากกระบวนการขนถ่าย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงระบบจัดการขยะ กำกับดูแลผู้รับเหมาอย่างเข้มงวด และดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบเพื่อยุติปัญหาที่รุนแรงและต่อเนื่องนี้
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางเขน เขตสายไหม เขตลาดพร้าว พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ท่านเคยพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านขมคอ ไหมครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วก่อนหน้านี้ทางผมและคณะต้องลงไปดูโรงขยะท่าแร้ง- สายไหม มีการร้องเรียนติดอันดับ เพราะว่าชาวบ้านเจอปัญหาแบบนี้มาเป็น ๑๐ ปีแล้ว
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
หลายครั้งที่เราแบกเอา ปัญหาปรึกษาไปที่สำนักงานเขต แล้วก็จนกระทั่งมาปรึกษาในสภา ตั้งกระทู้ถามตอบสุดท้าย ปัญหาด้านกลิ่นหรืออุบัติเหตุจากการขนถ่ายนั้นก็ยังวนเวียนอยู่ที่จุดเดิมตลอดนะครับ ท่านประธานครับ สถานที่กำจัดและขนถ่ายขยะมูลฝอยแห่งนี้รับเอาขยะจากเขตรอบด้านถึง ๑๖ เขต ตั้งแต่กรุงเทพมหานครตอนกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานครเหนือ ท่านลองนึกภาพดู ว่าเอาขยะกว่า ๒,๓๐๐ ตันต่อวัน ยิ่งในช่วงหนึ่งที่โรงขยะอ่อนนุชปิดไป ๑ โรง ก็ทำให้ขยะ มหาศาลต้องถูกส่งมาที่บริเวณแห่งนี้ เมื่อจำนวนขยะมากเกินกว่าจำนวนที่เราลดก็เกิดขยะ ตกค้างส่งกลิ่นเหม็นต่อเนื่อง ดีหน่อยที่ทุกวันนี้แนวโน้มของจำนวนขยะลดลงมา แต่กลิ่นก็ยัง ไม่หมดไป พอมันไม่มีการแก้ไข เราก็เลยอยากรู้ว่าใครมาดูแล ก็เลยกลับมาดูสัญญาที่ทำไว้ กับผู้ประกอบการจ้างเหมาเอกชน มี ๒ กิจกรรมที่ต้องไปดูครับ โครงการหนึ่งคือโครงการ จ้างเหมาเอกชน ขนและฝังกลบ มีมูลค่ากว่า ๑,๐๔๒ ล้านบาท สัญญา ๔ ปี อีกโครงการหนึ่งเป็นจ้างเหมาเอกชนขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่คัดแยกและกำจัด มีมูลค่ากว่า ๔,๗๔๑ ล้านบาท สัญญา ๒๐ ปี โรงแรกกำลังจะหมดอายุปีหน้า แต่ว่าเงินงบประมาณนั้น กำลังจะหมดลงแล้ว ส่วนโรงที่ ๒ นั้นเพิ่งทำสัญญาไปปี ๒๕๖๕ และกว่าจะหมด ปี ๒๕๘๕ อีก ๒๐ ปีครับท่านประธานที่ชาวบ้านอาจจะต้องทนนะครับ และเมื่อเราขึ้นไปดูโรงขยะทั้ง ๒ โรงแบบนี้ถึงเข้าใจว่าขมคอเป็นอย่างไร ขนาดใส่หน้ากากยังเอาไม่อยู่ ทั้ง ๒ โรงมันเปิดโล่ง ท่านลองดูบานเกล็ดต่าง ๆ กลิ่นออกไปได้หมด ในขณะที่เรายืนอยู่นั้นก็มองไปรอบ ๆ เห็นบ้านเรือนก็เข้าใจหัวอกของชาวบ้านโดยรอบว่าจะต้องทนกลิ่นและดมกลิ่นทุกวันเหล่านี้ เป็นอย่างไร ถามว่าข้อกำหนด TOR เป็นอย่างไร มีหลายภารกิจที่ถูกระบุไว้ว่าการทำ โรงขนถ่ายให้อยู่ในมาตรฐานสากลที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อมทั้งจากตัวอาคารแล้วก็ ตัวระบบขนส่ง แต่โรงขยะแห่งนี้ผู้ประกอบการยังบกพร่องอยู่หลายอย่าง จนมีการร้องเรียน จำนวนมากแล้วก็ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กลับไปดูเงินทุนมีหรือเปล่าที่จะทำ เราก็ลองไปดู Website ของบริษัท เขาบอกว่าเขามีมาตรฐานในการทำโรงงาน ธุรกิจเจริญเติบโตได้ดี ชำระทุนจดทะเบียนจำนวนมากได้ด้วย แต่ก็ไม่มีการปรับปรุงศูนย์แห่งนี้ให้สมบูรณ์แต่อย่างใด หากท่านจะทำ CSR หรือการคืนกำไรสู่สังคมนั้นก็ควรที่จะเริ่มจากจุดนี้ ทำระบบปิดแบบ ที่โรงงานอื่นเขาทำได้ จะมีตัวอย่างบางโรงงานให้ดูนะครับ สไลด์ต่อไปจะเป็นระบบปิดเป็น ระบบปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขอเพียงเท่านี้กลิ่นก็จะลดลงไปได้ ท่านประธานครับ ยังดีหน่อย ที่โรงงานแห่งนี้อาจจะขนถ่ายขยะออกไปให้หมดในแต่ละวัน แต่ถ้าคุณขับรถอยู่บนทางด่วน แล้วมองลงมาจากทางด่วนก็จะเห็นขยะกองโต มองจากด้านบนลงมาจะเห็นขยะกองพะเนิน เทินทึก โดยเฉพาะรอบของสถานีขยะแห่งนี้เรียงรายไปด้วยโรงรับซื้อขยะของเอกชน ขยะจำนวนมากถูกกองรวมกันอยู่อย่างมากมายแล้วก็ไม่ได้จัดการให้จบ จริงอยู่ที่ผังเมืองเปิด โอกาสให้มีการประกอบกิจการเหล่านี้ แต่ขั้นตอนก็คือว่าผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจาก สำนักงานเขต แต่เชื่อเถอะครับว่าส่วนใหญ่แล้วถ้าเราลงไปดูนั้นไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง แล้วก็ผิดกันทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงภาพของการควบคุมแล้วก็การปล่อยปละละเลย โรงขยะแห่งนี้ไม่ได้สร้างปัญหาอยู่ที่บริเวณจุดเดียว แต่ว่าถนนที่ใช้เป็นทางหลักในการขนถ่าย ก็เช่นกัน ซึ่งเราก็จะพบว่ามีการปล่อยน้ำบดขยะจากถังลงมาบนพื้น คงมีคำถามว่าระบบหรือ อุปกรณ์เสียหายหรือไม่ จากที่ผมกับคณะได้ไปสำรวจดูตัวถัง วัสดุก็ยากแก่การผุ แต่ที่เกิดขึ้น ก็คือการปล่อยน้ำขยะออกมาบนถนนโดยเจ้าหน้าที่ขนขยะ ขั้นตอนจริง ๆ แล้วรถขยะเหล่านี้ ต้องมาในจุดที่กำหนดให้ปล่อยน้ำครับ แต่ว่าระยะเวลาในการปล่อยถ่ายน้ำนั้นใช้เวลาเป็น ๑๐ นาที พนักงานขนขยะเหล่านี้จึงปล่อยน้ำขยะออกมาระหว่างที่เดินทางมาที่โรงขยะแห่งนี้ รวมถึงการล้างล้อรถออกจากสถานีขนถ่ายก็ไม่ได้รอจนให้น้ำมันสะเด็ดแห้ง น้ำขยะก็หยดบน ถนนโดยทั้งขามาและขากลับ การล้างพื้นมีความจำเป็น แต่ว่าการฉีดน้ำปกติทั่วไปไม่ได้ช่วย อะไร ต้องใช้แบบแรงดันสูง ซึ่งรถฉีดน้ำแรงดันสูงนั้นก็ไม่ได้มีเยอะมากในแต่ละเขต โดยเฉพาะพื้นถนนที่เป็นแอสฟัลต์น้ำขยะจะเข้าไปในช่องอากาศของพื้นถนน ทำให้เกิด การขังหมักหมม ส่งกลิ่นเหม็น และที่สำคัญคือถนนลื่น มอเตอร์ไซค์เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก ในจุดนี้ มีการออกมาแจ้งกับภาครัฐว่าถ้าล้มแล้วก็สามารถเข้าโรงพยาบาลรัฐได้ รัฐดูแล ค่ารักษาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา การแก้ปัญหาก็คือไปจัดการที่ต้นตอ หยุดการปล่อยน้ำขยะลงบนถนนของรถ เราเข้าใจดีครับว่าพี่ ๆ เหนื่อยกันมากกับการกำจัด แต่ละวัน เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอด้วย รวมถึงเขาต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมของกลิ่น และสารต่าง ๆ Lysate ต่าง ๆ ในการระเหยก็มีผลกระทบต่อร่างกายอยู่แล้ว การจัดการระบบ โรงขยะที่ถูกต้อง รวมถึงการรับผิดชอบน้ำจากรถขยะก็สามารถลดปัญหาต่าง ๆ ให้กับตัวเขาเอง ดีต่อตัวเองและดีต่อรอบด้านด้วย ในอนาคตทราบว่าจะมีงบประมาณในการทำโครงการ กำจัดมูลฝอยระบบเตาเผา ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งยังไม่ได้ แล้วก็อาจจะลำบาก ด้วย เพราะว่าผู้ประมูลนั้นต้องลงทุนเองทั้งระบบ ทั้ง Build Operate แล้วก็ Transfer สิ่งที่ต้องคำนึงต่อมาก็คือเรื่องของการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับจากการเผา เพราะโรงงาน แบบนี้นี้คือแบบ Waste to Energy ที่ต้องคำนึงถึงมากไปกว่านั้นก็คือเรื่องของมวลสารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ระบบแล้วก็ออกจากระบบ เช่น เถ้าวัสดุที่ต้องคัดแยก ปริมาณก๊าซที่ระบายออกมา จากปล่องของโรงเตาเผาเหล่านั้น เพราะขณะที่ผ่านมายังถูกปล่อยปละละเลยขนาดนี้ แต่ถ้ามีเตาเผานั้นต้องมีมาตรการมากขึ้นแล้วมันจะถูกละเลยขนาดไหน สุดท้ายประชาชน มีส่วนร่วมในการดูแลหรือเปล่า ผมเชื่อว่าการประเมินผลต่อสิ่งแวดล้อมหรือ IEE นั้นมีเฉพาะ ช่วงแรกครับ และหลังจากนั้นทุก ๒ ปีถัดมาก็เป็นการเขียนรายงานในแบบทิศทางที่ต้องการ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เรามีกฎหมายหลายฉบับ ตั้งแต่ผังเมืองที่ผมพูดไป พ.ร.บ. สาธารณสุข พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. รักษาความสะอาด ประกาศกฎกระทรวงข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร รวมแล้ว ๔๐ ฉบับ สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจการดูแล การบังคับกฎหมาย ของหลายหน่วยงาน จะเอาผิดด้านใดด้านหนึ่งก็ต้องวิ่งไปหน่วยหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ จะเป็นการซ้ำซ้อน ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วนี่คือเหตุผลว่าทำไมการจัดการจะต้องเริ่ม จากท้องถิ่นการเข้าใจสภาพปัญหาบวกกับมาตรฐานสากลที่มาจากส่วนกลาง สามารถที่จะ แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ การมีกฎหมายเกี่ยวกับขยะถึง ๔๐ ฉบับนั้นก็ควรจะต้องเอามาพิจารณา ว่ามันไปคนละทางกันหรือเปล่า หรือสามารถนำมาจัดการใหม่ได้ให้ไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นมีการตรวจสอบได้ดีขึ้น งบประมาณ ในการจัดได้อย่างเหมาะสม ผมจึงขอสนับสนุนหลักการในญัตตินี้ครับ ขอบคุณครับ