รวี เล็กอุทัย หารือปัญหาขยะในประเทศไทยที่ยังมีการจัดการไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบและเร่งแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวจากข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับปริมาณขยะและการกำจัดที่ยังต่ำ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นาย รวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับจากการที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ลงชื่อเสนอญัตติและอภิปราย เกี่ยวกับการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะภายในประเทศไทยของเรานั้น ทำให้เราเห็น ถึงความสำคัญและควรตระหนักถึงปัญหาของเรื่องนี้ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วย ว่าเรา ทุกคนควรต้องให้ความสำคัญกับการจัดการขยะ เพราะปัญหาของเรื่องนี้นั้นเกี่ยวข้องและมี จุดเริ่มต้นมาจากพวกเราทุกคน ดังนั้นปัญหาหรือผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่พวก เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ จากการที่ผมได้ศึกษาข้อมูลของสถานการณ์ขยะ ของประเทศไทยต้องเรียนตรง ๆ ครับท่านประธานว่าเป็นสิ่งที่น่าตกใจและน่ากังวลเป็น อย่างมาก อะไรนั้นเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ จากข้อมูลของกรมควบคุม มลพิษในปี ๒๕๖๕ เรามีปริมาณขยะมูลฝอยกว่า ๒๕.๗ ล้านตัน หรือ ๗๐,๐๐๐ ตันต่อวัน หากถัวเฉลี่ยคิดเป็นต่อคนนะครับ คน ๑ คนจะก่อให้เกิดขยะ ๑.๐๗ กิโลกรัมต่อวัน และจาก แนวโน้มหากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากยิ่งขึ้น ผลที่ตามมาปริมาณขยะก็ย่อมจะเพิ่มมากขึ้น ตามไปด้วยเช่นกัน ต่อมาสถิติที่ผมอยากจะแสดงให้ทุกท่านได้เห็น นั่นก็คือสัดส่วนของ การจัดการขยะ โดยส่วนแรกนั่นคือการจัดการกันเองโดยครัวเรือนและชุมชนคิดเป็น ๗ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑.๗ ล้านตัน และมีการคัดแยกใช้ประโยชน์จากกระบวนการซาเล้ง หรือเจ้าของขยะนำไปขาย ราว ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรือ ๔ ล้านตัน โดยทั้ง ๒ ส่วนนี้จะคิดเป็น สัดส่วน ๒๒ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณขยะทั้งหมด
ถัดมาคือส่วนที่ใหญ่ที่สุด ๗๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ ล้านตันนั้น จะถูกจัดการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายในการคัดแยกหรือกำจัดขยะ ซึ่งในส่วนของ ๒๐ ล้านตันนี้จะถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน นั่นก็คือส่วนที่ ๑ การคัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔.๘ ล้านตัน ส่วนที่ ๒ เป็นขยะที่ต้องดำเนินการ กำจัด ๕๙ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๕.๒ ล้านตัน ท่านประธานครับ เมื่อเราพิจารณาไปในส่วนที่ ๒ หรือในส่วนของขยะที่ต้องดำเนินการกำจัดนี้กลับพบว่ามีที่ดำเนินการกำจัดอย่างถูกต้อง โดยการฝังกลบก็ดี หรือนำไปเผาผลิตเป็นพลังงานและการทำปุ๋ยหมักก็ดี เพียง ๙.๘ ล้านตัน หรือคิดเป็น ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณขยะทั้งหมดเท่านั้น ในขณะที่มีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง โดยวิธีการเทกอง เผากลางแจ้ง และเผาในเตาขนาดเล็กปริมาณกว่า ๕.๔ ล้านตัน หรือ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณขยะทั้งหมด และในข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ จะพบว่ามีการกำจัดที่ไม่ถูกต้องอยู่ในช่วง ๒๘-๓๓ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณขยะ ทั้งหมดในประเทศ ทีนี้เราลองมาพูดถึงเรื่องของสถานที่กำจัดขยะกันบ้าง จะพบว่าประเทศ ไทยเรามีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่เปิดดำเนินการอยู่รวม ๒,๐๗๔ แห่ง โดยในจำนวน ดังกล่าวนี้ดำเนินการโดย อปท. ๑,๙๙๐ แห่ง หรือคิดเป็น ๙๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ในจำนวนนี้ กลับพบว่ามีการดำเนินการกำจัดอย่างถูกต้องเพียงแค่ ๘๑ แห่งเท่านั้น ที่เหลืออีกกว่า ๑,๙๐๙ แห่ง กลับมีการดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง ขณะที่ในส่วนความรับผิดชอบของ ภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายในการดำเนินการจัดการขยะหรือกำจัดขยะรวม ๘๔ แห่ง ก็มี การจัดการได้อย่างถูกต้องเพียงแค่ ๓๐ แห่ง หรือ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อีก ๕๔ แห่งนั้นมี การกำจัดที่ไม่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าทั้งประเทศเรามีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยภายใต้ การกำกับดูแลของ อปท. และเอกชนที่มีการกำจัดอย่างถูกวิธีเพียงแค่ ๑๑๑ แห่งเท่านั้น ในขณะที่อีก ๑,๙๖๓ แห่ง ยังมีการกำจัดขยะมูลฝอยที่ผิดวิธีอยู่ เมื่อมาถึงจุดนี้ครับท่านประธาน เราจะพบว่าปริมาณขยะที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะถูกจัดเก็บ โดยกลไกของการจัดทำบริการสาธารณะซึ่งมีผู้รับผิดชอบหลัก ก็คือองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น แต่จากสถิติทั้งหมดที่ผมได้นำเสนอไป กลับเป็นสิ่งที่เราต้องกังวลว่าการจัดการขยะ ที่ไม่ถูกต้องนั้นยังมีอยู่ในสัดส่วนที่มากเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้นต้องอย่าลืมว่าเมื่อเทียบสัดส่วน ของจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศที่มีอยู่ ๗,๘๕๐ แห่ง กลับมีสถานที่ กำจัดขยะที่ดำเนินการโดย อปท. อยู่เพียงแค่ ๑,๙๙๐ แห่งเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่ายังมี อปท. อีกจำนวนมากที่น่าจะยังขาดสถานที่กำจัดขยะอยู่ ณ ปัจจุบัน ท่านประธานครับ ที่ผมเป็นกังวลอีกเรื่อง นั่นก็คือเมื่อพิจารณาไปในส่วนของสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ๒,๐๗๔ แห่งนั้น โดยถ้าแบ่งตามกรรมสิทธิ์จะพบว่ามีสถานที่กำจัดขยะที่อยู่ในเขตป่า หรือป่าสงวน รวมกว่า ๔๒๗ แห่ง หรือเป็น ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ที่เปิดดำเนินการอยู่ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูจะพบว่ามีสถานที่กำจัดขยะที่ดำเนินการ อย่างถูกต้องที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่ามีรวมกันแล้วอยู่เพียงแค่ ๑๑๑ แห่งเท่านั้น ดังนั้น ผมจึงกังวลถึงผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบที่จะมีต่อพื้นที่ป่าต้นน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นในจำนวน ๑๑๑ แห่ง ที่ดำเนินการจะกำจัดขยะอย่างถูกต้องนี้ทั้งประเทศ ของเรามีเพียงกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา จังหวัด สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาครเพียง ๖ จังหวัดเท่านั้นที่สามารถจัดการได้อย่าง ถูกต้องทั้งหมด และมีอีกหลายจังหวัดที่ไม่มีการกำจัดขยะที่ถูกต้องเลย ยกตัวอย่างเช่น ในจังหวัดอุตรดิตถ์ของผมเองครับท่านประธาน ทั้งจังหวัดเรามีสถานที่กำจัดขยะที่ดำเนินการ ถูกต้องอยู่เพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้นจากทั้งหมด ๓๙ แห่ง
โดยสรุปครับท่านประธาน ผมเห็นถึงความสำคัญของญัตติการจัดการขยะ ของเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทั้งในเรื่องของการจัดการขยะในชุมชน การจัดทำบริการสาธารณะ โดย อปท. ผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว เพราะจากข้อมูลที่ผมอภิปรายไป ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าขยะซึ่งเราทุกคนมีส่วนที่ทำให้เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบไปยังมิติ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง ของการศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของเรื่องนี้อย่างจริงจัง และทำให้มันมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วย สุดท้ายนี้ผมขอฝากความหวังและกำลังใจ ในการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะนี้ไปถึงคณะทำงานและภาครัฐที่มีส่วนกำกับดูแล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย รวมไปถึงภาคประชาชนหรือตัวพวกเราเองที่ต้องตื่นตัวและ เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น อย่าปล่อยให้ถึงวันที่เรื่องของขยะ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งความเจริญของประเทศไทยของเราไว้เลยครับ ขอบพระคุณครับ