สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ หารือเรื่องปัญหาการจัดการขยะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขอเสนอแนะในการจัดการขยะในพื้นที่มรดกโลกและเมืองท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างวัฒนธรรมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถมีวินัยในการจัดการขยะ

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคก้าวไกล จากชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและบางบาลครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ร่วมอภิปรายถึงปัญหา และข้อเสนอแนะในการจัดการขยะในพื้นที่มรดกโลกและเมืองท่องเที่ยวครับ ในฐานะคนที่เกิด และโตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมืองมรดกโลกที่เราภูมิใจนักภูมิใจหนา ก็เห็นได้ชัดครับว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สำคัญ ปลายปีที่แล้วจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรามีงานเทศกาลใหญ่ ประจำปีที่ใช้งบประมาณมหาศาล แต่เชื่อหรือไม่ครับท่านประธาน การจัดการขยะนั้น ถูกหลงลืมไปเสียหมด ขอภาพประกอบด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ภาพนี้เห็น ไหมครับว่าคือภาพขยะเกลื่อนเมืองมรดกโลกที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผมครับ กลายเป็นภาพชินตาที่ไม่ควรชินหลังจากการจบงานเทศกาลทุกปีครับ พี่น้องประชาชน ต่างบ่นและร้องเรียนมาว่าภายในงานนั้นจุดทิ้งขยะน้อยมากจนเหมือนไม่มีครับ และที่สำคัญ คือไม่มีการคัดแยกขยะ เมื่อสิ้นสุดงานสิ่งที่หลงเหลือไว้แทนที่จะเป็นความประทับใจกลับ กลายเป็นกองขยะหลากหลายรูปแบบที่คัดแยกได้ยากเย็นเหลือเกิน หากท่านประธานได้มี โอกาสไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านผม สิ่งที่ท่านจะประทับใจอย่างแรกอาจไม่ใช่ โบราณสถานที่ทรงคุณค่า แต่เป็นเศษขยะและกองสิ่งปฏิกูลที่เรียงรายและกลาดเกลื่อน ไปทั่วลานจอดรถบัส ลานจอดรถยนต์ ริมถนน และทางเดินโดยรอบพื้นที่มรดกโลก ในภาพนี้ จุดที่ ๗ คือศาลหลักเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ตอนนี้กำลังดังเลยนะครับ แล้วดูขยะสิครับ ภาพนี้ถ่ายเมื่อวาน สมกับเป็นศาลหลักเมืองหรือไม่ครับ หากว่าการจัดการขยะของเมืองมรดกโลก เมืองท่องเที่ยว แล้วทุกเมืองในประเทศไทย ยังคงเป็นแบบนี้ พวกเราจะมีแต่เพียงมรดกบาปสุดสกปรกที่ทิ้งไว้ให้ลูกหลานเราต้องมา ตามล้างตามเช็ด ก็ลองดูภาพที่อาสาสมัครไปเก็บขยะมาสิครับ แต่การจัดการและบริหารขยะ ทั้งหมดนั้น ต้องย้ำว่าเราจะผลักภาระและโยนมรดกบาปนี้ไปให้เพียงแต่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะการสร้างวัฒนธรรมการคัดแยก ขยะที่ต้นทาง สร้างการอำนวยความสะดวกต่อการทิ้งและเอื้อให้ประชาชนสามารถมีวินัยได้ เป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลที่ต้องฝากท่านประธานไปถึงนะครับ ผมขอขยายความเพิ่มเติม ไปถึงปัญหาขยะที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมืองท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกที่ชาวต่างชาตินั้นใฝ่ฝัน อยากจะมาเยือน แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องพบ คือขยะพลาสติกขยะที่ย่อยสลายได้ยาก มากมาย แบบนี้เราเป็นเจ้าบ้านเราไม่รู้สึกเขินอายบ้างหรือครับ กลับมายกตัวอย่างที่เมือง ท่องเที่ยวอย่างเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใจกลางมรดกโลกที่มีโบราณสถาน ที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยตั้งอยู่ สถานที่แห่งนี้ที่มีขยะจากหลากหลายแหล่งกำเนิด มารวมตัวกัน ประกอบไปด้วย ๔ ส่วนด้วยกัน

ส่วนที่ ๑ คือขยะจากสถานศึกษา สถานศึกษาโดยรอบพื้นที่มรดกโลกคงไม่มี เวลาเพียงพอให้กับวิชาที่เกี่ยวข้องกับการคัดแยกขยะ ทำให้น้อง ๆ นักเรียนอาจไม่เข้าใจว่า ขยะแบบไหนต้องทิ้งแบบใด

ส่วนที่ ๒ คือขยะจากการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีกลุ่มคนทำธุรกิจท่องเที่ยว จำนวนมากที่ไม่คิดถึงส่วนรวม นำขยะที่อยู่บนรถทัวร์บ้าง รถนำเที่ยวบ้าง หรือรถส่วนตัวบ้าง ทิ้งลงที่ตัวเองจอด ว่าง่าย ๆ คือจอดตรงไหนก็เขวี้ยงทิ้งตรงนั้น

ส่วนที่ ๓ คือขยะจากร้านหาบเร่แผงลอย เมื่อไม่มีกฎระเบียบที่เข้มงวด ไม่มี ผังเมืองเพื่อคนเท่ากันและไม่มีระบบการจัดการคัดแยกขยะ ร้านค้าเหล่านี้ก็ทำได้เพียง จอดตรงไหน ขายตรงไหน ก็ทิ้งตรงนั้นอีกแล้วครับ แต่ขยะที่น่าจับตาคือขยะอินทรีย์ที่เป็น เศษอาหารและน้ำมันจากการประกอบอาหาร ซึ่งมักจะเทลงท่อและส่งผลระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่บนพื้นผิว แต่เมื่อไหลลงไปสู่ท่อระบายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจะกลายเป็น ปัญหาใหญ่ในอนาคต

ขยะส่วนสุดท้ายส่วนที่ ๔ ขยะจัดงานเทศกาล เท่าที่ทราบและมีข้อมูล แล้วอยากจะยกกรณีศึกษามาเป็นตัวอย่าง คือที่ถนนคนเดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทีนี้มีจุด ทิ้งขยะและจุดแยกขยะที่เห็นได้ชัดเจนจำนวนเพียงพอ และมีถังขยะมากกว่า ๓ ประเภท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่คอยอำนวยความสะดวก คอยบอกว่าขยะแบบไหนทิ้งแบบใด ทำให้ต้องนึกย้อนไปถึงประเทศญี่ปุ่นที่ว่าเมื่อมีเทศกาลของเมืองเมื่อไร จุดคัดแยกขยะในงาน ก็พร้อมจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนเสมอ ท่านประธานครับ ผมและพรรคก้าวไกล เรามาพร้อมกับข้อเสนอแนะเสมอ ทางรอดเดียวที่เราเหลืออยู่ คือการคัดแยกขยะที่ต้นทาง แม้จะบอกว่าการสร้างวินัยในการคัดแยกขยะนั้นยาก ที่จริงแล้วต้องบอกว่าเราไม่จริงจัง ต่างหาก ผมขอเสนอให้หลักสูตรการเรียนที่บางวิชานั้นไม่ทันต่อยุคต่อสมัยแล้ว เปลี่ยนมา เป็นหลักสูตรการคัดแยกขยะเป็นวิชาขั้นพื้นฐานที่สามารถนำมาทดแทนได้ทันที เช่น ที่ประเทศญี่ปุ่นที่ไม่เพียงแต่หลักสูตรด้านการคัดแยกขยะ แต่ยังมีสื่อการเรียนการสอน มากมาย ป้ายสัญลักษณ์ที่ออกแบบมาอย่างดีน่าสนใจ บอกประเภทขยะที่ชัดเจนและ ตัวอย่างดี ๆ จากผู้ใหญ่ จนเกิดเป็นวินัยและวัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน เราจะให้พี่น้องเรา คัดแยกขยะได้อย่างไร หากว่าในเมืองของเรายังมีถังขยะอยู่เพียงสีเดียว เราจะให้พี่น้องเรา คัดแยกขยะได้อย่างไร หากเรายังไม่มีตารางเก็บขยะที่แบ่งตามประเภทขยะ เราจะให้พี่น้อง เราคัดแยกขยะได้อย่างไร หากเรายังไม่มีภาษีการเก็บขยะที่เป็นธรรม เราจะให้พี่น้องคัดแยก ขยะได้อย่างไรครับ หากเรายังมีแต่รถขยะที่ล้าสมัยเก็บได้น้อยและมีแต่น้ำขยะที่ไหลเรี่ยราด ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วเมือง อีกอย่างที่สำคัญ แล้วเราจะให้พี่น้องเราคัดแยกขยะได้อย่างไรครับ ท่านประธาน หากว่าเรายังมีแต่บ่อขยะที่เอื้อแต่กลุ่มทุนใหญ่กลายเป็นที่เรียกรับผลประโยชน์ จากภูเขาขยะ ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าวัฒนธรรมการคัดแยกขยะที่ต้นทางสามารถสร้าง ได้โดยรัฐบาล ผมจึงขอเห็นด้วยกับญัตตินี้และส่งต่อแก่คณะกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาขยะ เกลื่อนเมืองมรดกโลก โดยมีประโยชน์สูงสุดของพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ ชาวไทยทุกคนเป็นหมุดหมายสำคัญ ขอบคุณท่านประธานครับ