วิทยา แก้วภราดัย ยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอย่างบูรณาการ โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาขยะขยายตัวจากอดีตสู่ปัจจุบันเนื่องจากความหนาแน่นของเมืองและการกระจายอำนาจ ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพัง จึงเสนอให้หลายกระทรวงและหน่วยงานต้องร่วมมือกัน และเรียกร้องให้สภาฯ จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขแทนการใช้คณะเดิมที่มีอยู่ซึ่งไม่ครอบคลุมเพียงพอ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมและคณะ มีคุณจุติ ไกรฤกษ์ คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ได้ร่วมกันยื่นญัตติไว้ รายละเอียดปรากฏตาม ญัตติที่ได้ยื่นแล้วก็แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิก ญัตตินี้เป็นญัตติทำนองเดียวกับเพื่อนที่ได้ อภิปรายไปแล้วทั้ง ๓ ท่าน เป็นการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะในประเทศอย่างบูรณาการ ที่จริงปัญหาเรื่อง ขยะเรามีการพูดกันในสภานี้มาทุกยุคทุกสมัย มันเริ่มเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา ๒๐ กว่าปี ช่วงหลัง แต่ถ้าย้อนไปรุ่นเก่า ๆ รุ่นท่านประธาน เราไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องขยะมูลฝอย ความเป็นเมืองมันยังไม่หนาแน่น ความเป็นชนบทมาก เพราะฉะนั้นการกำจัดขยะกำจัดตาม วิถีชนบท คนวันนี้คงนึกไม่ถึงว่าที่ดินแดง สามแยก สี่แยกดินแดงเราขณะนี้ ซึ่งขึ้นเป็นแฟลต ขึ้นเป็นหมู่บ้านเต็มไปหมด เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วคือที่กองขยะดี ๆ ของคนกรุงเทพมหานคร แล้วทั้งหมดมันก็เริ่มขยายตัวออกไปต่างจังหวัด เมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้วครับ บ้านท่านประธาน บ้านผมไม่มีกองขยะ ทุกคนกำจัดขยะเองด้วยระบบในครัวเรือน แต่ช่วงหลังจากที่เราเริ่ม กระจายอำนาจ ความเป็นเมืองเริ่มขยายขึ้นมา กรุงเทพมหานครก็กลายเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้น ๆ กองขยะก็เริ่มมีปัญหา กรุงเทพมหานครก็เริ่มขนย้ายขยะออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้าย บางพื้นที่เราไปทิ้งถึงจังหวัดนครปฐม แล้วก็มีหลาย ๆ จุดเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันทุกจังหวัด ของประเทศไทยก็จะมีที่ทิ้งขยะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของท้องถิ่น ถ้าเทศบาลขนาดใหญ่ก็จะมี ที่ทิ้งขยะของเทศบาล ถ้าเมืองขนาดใหญ่อาจจะมีที่ทิ้งขยะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หลังจากที่เราสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับตำบลขึ้นมา เราสร้าง อบต. ขึ้นมา ทุก อบต. ก็เริ่มมีการจัดเก็บขยะของตัวเอง และมีที่กองขยะของตัวเอง วันนี้ท่านประธานครับ ค่อนประเทศที่เป็นที่ทิ้งขยะระดับจังหวัด มีปัญหาหมดครับท่านประธาน บางจังหวัดที่เป็นท้องถิ่นดูแลเองก็ขยับขยายไม่ทัน กำลัง ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะรับมือได้อยู่มา ๑๐ กว่าปีที่แล้วก็เกิดวิวัฒนาการในการกำจัดขยะ จนบางกระทรวงถือเป็นคำขวัญว่า ขยะคือทองคำ คือคิดถึงการเอาขยะมากำจัด แล้วก็สร้าง เป็นพลังงาน แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงการขออนุญาตตั้งโรงเผาขยะเพื่อแปลงเป็นพลังงาน ไฟฟ้า ขยะเลยถูกตีค่าเป็นทองคำ ตื่นตระหนกกันในตลาดหลักทรัพย์ไปหมดครับ ๑๐ กว่าปี ที่ผ่านมาท่านประธานจะได้ยินข่าวที่โน่นก็อยากตั้งโรงไฟฟ้าขยะ ที่นี่อยากตั้งโรงไฟฟ้าขยะ แต่ปัญหาขยะก็ยังไม่จบครับ เพราะฉะนั้นเป็นปัญหาที่ถูกซุกไว้แล้วก็ไม่มีทางที่จะแก้ไข เราจะปล่อยให้ อบจ. ปล่อยให้เทศบาล ปล่อย อบต. รับมือแต่ลำพังไม่ไหวหรอกครับ จะปล่อยให้กระทรวงอุตสาหกรรมลงไปดูแล จะปล่อยให้มหาดไทยเป็นคนเซ็นใบอนุญาต เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จะปล่อยอยู่อย่างนี้มันคงไปได้ยากครับท่านประธาน บางจังหวัด อย่างจังหวัดบ้านผมจังหวัดนครศรีธรรมราชมีกองขยะทิ้งไว้ ๒ ล้านตัน เป็นกองขยะมหึมา แล้วก็ยังไปไม่ถูกว่าจะไปทางไหน มีการประมูลทิ้งไว้ เสร็จแล้วการประมูลทิ้งไว้ก็ไม่สามารถ ส่งมอบพื้นที่ได้ รวมทั้งโรงขยะคนที่ประมูลได้ก็ไม่รู้อยู่ตรงไหน จริง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องให้ หลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมบูรณาการ ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพในการดูแล ท้องถิ่นทั้งหมด ตั้งแต่กระทรวงอุตสาหกรรมที่จะดูแลเรื่องการแปรรูป การสร้างเขต อุตสาหกรรมขึ้นในกองขยะ ตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสุดท้าย กระทรวงพลังงาน ซึ่งจะต้องเป็นคนเอาพลังงานจากการเผาขยะนี้ไปใช้ในการบริหาร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจะมอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งดูแลคงยากแล้ว มีทางเดียว ต้องหาทางบูรณาการ ถ้าวันนี้เราไม่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาว่านะครับ ซึ่งผมก็เห็นใจครับ วันนี้สภาผู้แทนราษฎร เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาหลายคณะ จนไล่ประชุมกันไม่ทัน แต่ถ้าจะส่งให้ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคณะเดียวมันก็ไม่จบครับ ท่านประธาน ส่งให้คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ คณะเดียวก็คงไปไม่รอดครับ จะส่งคณะกรรมาธิการ การอุตสาหกรรมคณะเดียวก็ไม่ได้ครับ หรือจะส่งคณะกรรมาธิการการพลังงานอย่างเดียว ก็คงยาก เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราในสภาต้องช่วยกันคิด ถ้าไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาเราจะกระจายความรับผิดชอบเรื่องขยะในประเทศนี้ให้กับคณะกรรมาธิการ ชุดใดบ้างในการช่วยกันดูแล เพราะอย่างที่ผมเรียนท่านประธานครับ จะใช้ท้องถิ่นรับมือ มันโครงการต้องลงทุนในการกำจัดขยะเยอะมาก ใช้งบประมาณมหาศาล หลาย ๆ จังหวัด ขนาด อบต. ไม่มีกำลังกำจัดขยะเลย ก็ต้องขนจาก อบต. มาทิ้งไว้กับที่เทศบาลใหญ่ ๆ และเทศบาลก็คิดสตางค์เขา แล้วเทศบาลก็ล้น ระดับจังหวัดก็อย่างนี้เหมือนกันครับ ทุกอำเภอก็ขนมาเทกองไว้ในจังหวัด จังหวัดนครศรีธรรมราชขนมาจาก ๒๓ อำเภอ มาเทกอง อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ล้นเป็นปัญหา คราวนี้ไม่ว่าที่ไหน ถามเพื่อน ๆ เราทุกคน อย่างใกล้ ๆ หาดใหญ่ ตั้งโรงงานขยะกัน ๒ รอบ ๓ รอบ วันนี้ยัง ไม่จบ จังหวัดไหนก็ตาม ท่านชี้มาได้เลย ผมก็เลยเป็นปัญหาครับว่า นอกจากแก้ปัญหาขยะ แก้ปัญหากับคำว่า ขยะทองคำ เป็นทองคำ จนสร้างโรงงานไฟฟ้าขยะ ออกใบอนุญาตไปสรุป ดูให้ได้ครับว่าทั้งหมดทั้งประเทศนี้ออกใบอนุญาตสร้างโรงงานไฟฟ้าขยะไปกี่โรงแล้ว แล้วมัน เสร็จจริง ๆ กี่โรง หรือเอาไปปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ได้ใบอนุญาตโรงงานขยะ ก็หมายความว่าตลาดหลักทรัพย์ก็รับบริษัทตัวเองเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็ขายหุ้น ขายหุ้น เสร็จก็เลิกกันไป ใบอนุญาตที่ค้างอยู่ทั้งหมดเท่าไร ผมก็คิดว่ามันต้องระดมคิดครับ ท่านประธาน คือถ้าไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยความเกรงใจว่ามันล้นสภาแล้ว ส่งคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ก็อาจจะต้องแนบท้ายเลยไปว่าอย่างน้อยคณะกรรมาธิการ ๔ คณะที่จะต้องทำงานร่วมกัน แล้วก็หาทางออกให้กับประเทศ ผมก็เลยขอเสนอญัตตินี้ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ และไม่ติดใจที่จะตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ ส่งให้คณะกรรมาธิการ ก็ได้ ที่มีอยู่ ๓๐ กว่าคณะนี้ เลือกคณะที่เขาต้องเข้ามาดูแล และเป็นการทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันระดับสภา โดยไม่ต้องผ่านไปทางรัฐบาล สภาได้แนวทางที่บูรณาการโดยความคิด ของ สส. ของเราเองแล้ว อย่างนี้ค่อยสรุปส่งสภาครับ ส่งกับรัฐบาลอีกทีครับ ก็เลยขออนุญาต ท่านประธานสภารายงานปัญหาเรื่องขยะที่เกิดขึ้นเหมือน ๆ กับเพื่อนสมาชิกทั้งหมด และหาแนวทางในการใช้กระบวนการของสภาเราในการแก้ปัญหา เพื่อสรุปให้รัฐบาลเข้าไป บูรณาการกับหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหานี้ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน