พูนศักดิ์ จันทร์จำปี หารือปัญหาการจัดการขยะที่สะสมมานาน โดยวิเคราะห์ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเชิงระบบ รวมถึงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) และการจัดเก็บขยะที่ยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและขยะอุตสาหกรรมที่ถูกลักลอบทิ้ง
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณท่านที่นำญัตติเรื่องการบริหารจัดการขยะ ซึ่งเป็นปัญหาที่ หมักหมมและ อยู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลา ๓๐-๕๐ ปี ได้นำมาศึกษาเพื่อที่เราจะได้เตรียมการที่จะรับมือ แล้วก็แก้ปัญหานี้ในอนาคต ซึ่งปัญหาของการจัดการขยะผมคิดว่าเรามีปัญหามาหลาย รูปแบบ แล้วก็มีการแก้ไขมาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้เราจะเหมือนเดินย่ำอยู่ กับที่ บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเหมือนเราเดินถอยหลังด้วย ผมก็เลยลองวิเคราะห์ถึงปัญหา ที่เกิดขึ้นว่าเกิดขึ้นจากอะไร แล้วเราจะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ซึ่งในการ จัดการขยะถ้าเรามองดูการจัดการ ๓ ลำดับขั้น เริ่มที่ต้นทาง กลางทาง แล้วก็ปลายทาง ซึ่งต้นทางนี้ก็คือเป็นเรื่องของเกี่ยวกับกระบวนการในการลดการเกิดขยะ กลางทางก็คือ การเก็บขนและรวบรวม สุดท้ายปลายทางก็คือพื้นที่ในการกำจัดหรือบำบัดขยะ ทีนี้ผมจะ ค่อย ๆ ไล่ไปทีละ Step เพื่อที่จะให้ท่านจะได้เข้าใจว่าปัญหาของมันเกิดขึ้นนี้เป็นปัญหา ที่เหมือนกับเป็นมะเร็ง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วเรายังไม่ยอมที่จะแก้ไขตัดเนื้อร้ายตรงนี้ออกไป หรือว่า แก้ไขในการให้คีโมกันมันก็จะอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดท้ายสิ่งแวดล้อมก็ได้รับไม่ไหว ก็ถ้าคิดเป็นเหมือนคนก็คือต้องตายในที่สุดนะครับ เรากลับไปดูที่ต้นทาง ต้นทางอันดับแรก เรารู้ดีว่าเราต้องลดการเกิดขยะที่ต้นทาง ซึ่งปัญหานี้อย่างที่ท่าน สส. มัลลิกาได้อภิปราย ไปเมื่อสักครู่ เราลดขยะต้นทางส่งเสริมการแยกขยะที่ต้นทางแล้วปรากฏว่าเรายังรวมขยะที่ลด แล้วก็ส่งไปกำจัดที่ปลายทางกันอยู่เหมือนเดิมแล้วเราจะแยกไปทำไม มันสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบในการบริหารจัดการของเรายังขาดรูปแบบในการที่จะบริหารจัดการให้ครบวงจรอยู่ ผมยกตัวอย่างเช่น การลดขยะที่ตัวต้นทาง การแยกขยะอินทรีย์ พอแยกเสร็จแล้วจะไป ดำเนินการจัดการด้วยวิธีการอะไรจะไปหมักปุ๋ย จะไปทำการหมักเพื่อให้ได้แก๊สมีเทนหรือว่า เป็น Biogas เราต้องคิดก่อนแล้วก็ต้องศึกษาว่างบประมาณที่ใช้มีมากน้อยเพียงไร แล้วเราถึง ค่อยดำเนินการเดินระบบตรงนั้น มันต้องผ่านกระบวนการคิด หลาย ๆ รูปแบบ ซึ่งการลดขยะที่ตัวต้นทางนี้มันอาจจะมีกลไก หลาย ๆ อย่างประกอบกันไป ผมยกตัวอย่างในหลาย ๆ ประเทศเขาเริ่มแล้วที่จะมีการนำ ระบบในการบริหารจัดการโดยการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ถึงกับประกาศเป็นกฎหมายขึ้นมาโดยเฉพาะในเขต EU ซึ่งเขาประกาศมาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ประกาศไปในกฎหมายเลยนะครับ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตหรือผมจะเรียกว่า EPR ย่อมาจาก Extended Producer Responsibility ซึ่งตัวนี้จะช่วยในการลดการเกิดขยะ ที่ต้นทาง และมีการรวบรวมเก็บขนไปสู่ปลายทางอย่างถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างตัวขยะที่เป็นขยะอันตรายตัวหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบ สิ่งแวดล้อมมากมาย ก็คือตัวขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันนี้เรารู้กันดีอยู่ว่า ๒ จังหวัดใหญ่ ๆ ที่รับจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของบ้านเราก็คือที่จังหวัดกาฬสินธุ์และที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่ง ๒ แหล่งนี้ก็เอาขยะอิเล็กทรอนิกส์นี้ไปทำการคัดแยกที่บ้าน ส่วนที่มีมูลค่าก็ดึงไป ส่วนที่ไม่มีมูลค่าก็ทิ้งไปกับหลุมฝังกลบของขยะชุมชน สายไฟก็เผาทิ้ง พวกนี้ก็ก่อให้เกิด มลพิษที่เกิดขึ้นนะครับ แต่หลักการ EPR ที่ผมกำลังนำเสนอนี้ก็คือว่าเรากำลังจะขยายความ รับผิดชอบของผู้ผลิต ให้ผู้ผลิตคิดว่าเดิมเขาคิดแค่ว่าเขาผลิตของแล้วเขาก็ขาย นั่นคือ ความรับผิดชอบของผู้ผลิตในอดีต ตอนนี้เรากำลังขยายไปว่าต่อไปนี้คุณขายอย่างเดียว ไม่ได้แล้ว พอมีซากเกิดขึ้นคุณต้องคิดด้วยว่าคุณจะเก็บซากตรงนั้นมาจัดการอย่างไร ดังนั้น ในกระบวนการนี้ที่เกิดขึ้นก็คือผู้ผลิตก็จะต้องนำซากที่เกิดขึ้นจากสังคมที่ผ่านการใช้งานมานี้ กลับมาเพื่อนำมา Recycle หรือเพื่อนำมาใช้ใหม่ เอามาซ่อมแซมต่าง ๆ อันนี้คือหลักการ ที่ผมคิดว่าเราคงจะต้องคิดแล้วก็ช่วยกันหาทางในการดำเนินการ ทีนี้มาดูที่ตัวกลางทางบ้าง ตอนนี้ขยะเรายังไม่ได้รับการจัดเก็บถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวจะมีเพื่อน สส. มาอภิปราย แล้วก็แสดงให้เห็นว่าโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ขยะหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ อปท. มีการทิ้งสู่ ลำรางสาธารณะ มีการทิ้งสู่แหล่งน้ำหรือว่าโดยเฉพาะลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ขยะเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เก็บได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ จากข้อมูลของ World Bank ก็เห็นได้ชัดว่าประมาณ ๓ ล้านตันทั่วประเทศยังไม่ได้รับการจัดเก็บและจัดการ ในขณะเดียวกันขยะเราเริ่มมองถึงเรื่องของขยะชุมชน ในขณะเดียวกันก็จะมีขยะของ อุตสาหกรรม มีขยะติดเชื้อ ซึ่งพวกนี้ก็ควรจะต้องได้รับการศึกษาเช่นกันว่าทำไมการลักลอบ ทิ้งของตัวขยะอุตสาหกรรมถึงเกิดขึ้นมากมายจนกระทั่งเป็นภาระขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในขณะเดียวกันขยะติดเชื้อ Capacity ที่มีอยู่ ณ ตอนนี้เพียงพอหรือไม่ การที่วิ่ง จากทั่วประเทศเพื่อมาจัดการอยู่ที่แห่งเดียว อย่างเช่นที่จังหวัดนครสวรรค์ มีความคุ้มค่า ในเชิงเศรษฐศาสตร์หรือคุ้มค่าในเรื่องของการลดการปล่อยคาร์บอนหรือไม่ พวกนี้เราต้อง นำมาคิดแล้วก็นำมาประมวลร่วมกัน งบประมาณก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง งบประมาณในการ เก็บขนขยะส่วนใหญ่ยังไม่มีการถ่ายโอนให้ไปกับท้องถิ่นอย่างชัดเจน ท้องถิ่นโดยเฉพาะเมือง ท่องเที่ยวจะประสบปัญหามากในเรื่องของการจัดการเก็บขนขยะโดยเฉพาะในช่วงฤดู ท่องเที่ยว ซึ่งพอขยะมีปริมาณมากขึ้นจากช่วงปกติประมาณ ๒ เท่า รถที่มีอยู่ในมือ ไม่เพียงพอ การจัดสรรงบประมาณเราก็ต้องควรที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับบริบทของ แต่ละท้องถิ่นด้วยเช่นกัน มาถึงที่ปลายทางนะครับ ตอนนี้เราพบหลุมฝังกลบหรือว่าเตาเผา ขยะที่ไม่มีระบบบำบัดร่วมกันกว่า ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศนะครับ ท่านมองเห็นปัญหาไหมครับ ทำไมเราถึงปล่อยให้เกิดจำนวนหลุมฝังกลบหรือว่าเตาเผาขยะที่ไม่มีโรงบำบัดหลุมฝังกลบ ที่ไม่ได้มาตรฐานถึง ๒,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศได้ อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ต้อง มาร่วมกันหาแนวทางหรือว่ามาตรการในการแก้ไขกัน เรายังเจอปัญหามูลฝอยตกค้าง ซึ่งตอนนี้จากข้อมูลปี ๒๕๖๕ นี้มีถึงประมาณ ๑๐ ล้านตัน ในเวลาแค่ ๓ ปีเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า นี่ก็เป็นอีก ๑ ปัญหาว่านอกจากเรามีระบบในการจัดการ ที่ไม่ดีแล้ว มูลฝอยเดิมเราจะทำอย่างไรกับมัน ซึ่งมีปริมาณที่ตกค้างเป็นจำนวนมากกว่า ๑๐ ล้านตัน เทคโนโลยีก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง หลายท่านพูดกันมากว่าเราจะเลือกเทคโนโลยี อะไรในการจัดการขยะ ยกตัวอย่างเช่นบางคนบอกว่าก็เอาขยะที่เกิดขึ้นไปร่อน แล้วก็ทำเป็น เชื้อเพลิง แล้วก็ส่งเข้าเตาเผา กับอีกอันหนึ่งก็คือว่าทำไมเราไม่เผาตรงเลย อีกอันหนึ่งก็บอก ว่าเตาเผามีมลพิษเยอะก็เอาไปทิ้งที่หลุมฝังกลบเหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางสภาเรา ควรที่จะต้องมาร่วมกันศึกษาเพื่อที่จะให้เกิดเป็นแนวทางรูปแบบในการบริหารจัดการ ที่ครบถ้วนถูกต้อง ถูกหลักวิศวกรรม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการบริหารจัดการขยะ และอันดับสุดท้าย พื้นที่ที่มีการปนเปื้อน โดยเฉพาะหลุมฝังกลบเดิม ซึ่งพบว่ามีการปล่อยน้ำชะขยะทิ้งลงสู่ แหล่งน้ำ โดยที่ไม่ได้มีการบำบัด จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อดินและน้ำใต้ดินสิ่งเหล่านี้เราจะ ดำเนินการอย่างไรกับมัน งบประมาณที่ใช้มีปริมาณเท่าไร รัฐบาลจะต้องตระหนัก แล้วก็หวัง ว่าในปีงบประมาณหน้าก็คงจะต้องนำเรื่องของการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับพื้นที่ หรือว่าบริเวณที่มีการปนเปื้อนอย่างเหมาะสมแล้วก็ทันที ซึ่งภาพรวมทั้งหมดนี้ผมคิดว่า รัฐสภาคงจะต้องนำประเด็นนี้มาศึกษา เพื่อที่จะหารูปแบบแนวทางในการบริหารจัดการ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน