มนพร เจริญศรี ชี้แจงแผนพัฒนาระบบคมนาคมและโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปรับปรุงทางลาดขึ้น-ลงเครื่องบินในท่าอากาศยาน 16 แห่งที่ไม่มีสะพานเทียบ ภายใต้หลักอารยสถาปัตย์เพื่อให้ผู้โดยสารทุกกลุ่มเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำความพร้อมของกระทรวงคมนาคมในการรองรับผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และมุ่งยกระดับมาตรฐานการท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลอย่างรอบด้าน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากวันนี้ที่กระทรวงคมนาคมมีการทำ Workshop ในกรอบงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ ปี ๒๕๖๘ ท่านจึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกท่านปวิตรานะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
จากคำถาม ของท่านสมาชิก ดิฉันขออนุญาตทวนคำถามอีกครั้งนะคะว่า กระทรวงคมนาคม มีแผนที่จะใช้ทางลาดขึ้นเครื่อง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานแทนบันไดตามหลักอารยสถาปัตย์ หรือว่า Universal Design ในสนามบินทุกแห่ง ทั้งสนามบินที่อยู่ภายใต้กรมท่าอากาศยาน และสนามบินที่อยู่ภายใต้ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) หรือว่า AOT โดยไม่ต้อง ร้องขอในกรณีพิเศษหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอตอบท่านสมาชิกดังนี้นะคะ
ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็นโยบาย ของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีแผนจะพัฒนาระบบการคมนาคม แล้วก็ Logistics ที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้โดยสารถึงที่หมายก่อนเวลาแล้วก็ปลอดภัย แล้วก็อยู่ในราคา ที่เหมาะสม แล้วก็ให้มีความสมบูรณ์ที่จะเชื่อมต่อกันอย่างครอบคลุมในทุกมิติ แล้วก็เรื่องของ การท่าอากาศยาน การใช้บริการสนามบินซึ่งเป็นประตูของการค้าแล้วก็การลงทุน แล้วก็ นโยบายเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของกระทรวงคมนาคม เราได้พัฒนา เน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานนะคะ ทั้งทางบก ทางน้ำ แล้วก็ทางอากาศ ทั้งทางราง โดยเฉพาะ การเพิ่มขีดความสามารถของการท่าอากาศยานตามาตรฐานขององค์กรการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ หรือว่า ICAO รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงระบบการขนส่งสาธารณะของ พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะใช้ทางลาดขึ้นเครื่อง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานแทนบันไดตามหลักอารยสถาปัตย์ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าการออกแบบ สภาพแวดล้อมให้เหมาะกับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนปกติ หรือว่าคนพิการ ซึ่งจะทำให้ไม่มีอุปสรรคในการใช้งาน และสร้างความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงพื้นที่ นอกจากนั้นการออกแบบ แล้วก็การบริการที่ดิฉันได้ขึ้นสไลด์ ก็จะให้ทุกคนได้ใช้บริการอย่าง เท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติ เป็นหลักการพัฒนาพื้นที่ให้สังคมของผู้ใช้บริการนี้มีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ระดับโลกที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัย ซึ่งเป็น มาตรฐานของ ICAO ที่ดิฉันกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะคะ ซึ่งประเทศไทยเองในฐานะสมาชิก ที่ต้องปฏิบัติตาม แล้วก็ต้องเป็นไปตามแผนของกระทรวงคมนาคม ซึ่งแต่ละสนามบิน ได้จัดการบริการให้ดังนี้ค่ะ ในหน่วยงานของกรมท่าอากาศยาน ก็ได้มีสะพานเทียบเครื่องบิน ให้บริการที่ท่าอากาศยานจำนวน ๘ แห่ง ดังที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงการจัดสรรงบประมาณ ที่ได้ใช้ไป รัฐบาลเดิมที่ได้จัดสรรงบประมาณ เขาก็ได้มีการจัดหาสะพาน ๘ แห่ง ได้แก่ การท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดพิษณุโลก อำเภอแม่สอด และจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนอยู่ใน ความรับผิดชอบของ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันการจอดแบบประชิด อาคารจะมีสะพานเทียบในการให้บริการทั้งหมด ๖ ท่าอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็แม่ฟ้าหลวงที่จังหวัดเชียงรายค่ะ
สำหรับการท่าอากาศยานในสังกัดของกรมท่าอากาศยานที่ไม่มีสะพานเทียบ เครื่องบิน จำนวน ๑๖ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดชุมพร อำเภอเบตง จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดน่าน จังหวัดเลย จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัด ร้อยเอ็ด จังหวัดนครพนม จังหวัดตรัง หัวหิน จังหวัดระนอง จังหวัดนราธิวาส เราก็ได้จัดให้มี ทางลาดลำเลียงขึ้นลงเครื่องบิน ซึ่งเป็นไปตามหลักของอารยสถาปัตย์เช่นเดียวกันค่ะ
สำหรับผู้โดยสารปกติ หรือผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ ท่านสมาชิกได้เอ่ยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่ได้เจ็บป่วยไม่สะดวกในการที่จะต้องขึ้น เครื่องบินและลากกระเป๋าหรือใช้รถเข็น เราก็ส่งเสริมให้ผู้โดยสารเหล่านี้สามารถร้องขอได้ ซึ่งจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้า อย่างไรก็ดีกระทรวงคมนาคมก็มีความพร้อมในการที่จะรองรับ ในการเดินทางให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารเหล่านี้เต็มที่ ซึ่งบางเที่ยวบินสำหรับผู้โดยสาร หรือว่าประเภทของอากาศยานในปัจจุบัน เราจะไม่สามารถทำได้ทั้งหมด ขอเรียนให้ทราบว่า จริง ๆ ข้อเท็จจริงก็ยังไม่มีท่าอากาศยานที่ประเทศใดทำ เพราะว่าขนาดของอากาศยานต่างกัน คือ Size ของเครื่องบินก็ต่างกัน และปริมาณเที่ยวบินต่อวันก็มีหลายร้อยเที่ยวบิน ซึ่งในทางปฏิบัติผู้โดยสารท่านใด เช่นต้นทางเราทราบว่าเราจะต้องใช้ผู้โดยสารที่ไม่สบาย ต้องใช้รถเข็น ต้องใช้คนยก ก็จะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ในสายการบินนั้น ๆ เพื่อเวลาทั้งตอนขึ้น แล้วก็ตอนที่จะลงจากเครื่องบินก็จะมีการลง เช่น สมาชิกได้โชว์ภาพผู้โดยสาร ๑ คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการบนเครื่องบินก็จะต้องให้ความสำคัญกับผู้โดยสารนั้นเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าท่านที่ขึ้นไปอาจจะไม่สบาย ไม่มีความพร้อมในเรื่องของสภาพร่างกาย และ ผู้โดยสารที่จะต้องขึ้นจะต้องแจ้งความจำนงในการเดินทาง หลายท่านจะเห็นว่าถ้าท่าน ไม่แจ้งความช่วยเหลือ ก็จะมีการตรวจ Check แม้กระทั่งบางท่านไม่สบายยังต้องมีการตรวจ Check อุณหภูมิ บางท่านที่สภาพร่างกายไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ของสายการบินนั้นก็ต้อง ตรวจ Check นะคะ เพราะว่าเราเกรงว่าถ้าเกิดขึ้นไปบนเครื่องแล้วเกิดอุบัติเหตุหรือเกิด เรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อผู้โดยสาร ฉะนั้นสายการบินนั้น ๆ ต้องรับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็ให้ มีการร้องขอผ่านสายการบิน
นอกจากนั้นในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ถามว่า นโยบายของรัฐบาลนั้นจะมุ่งเน้น ให้กับพี่น้องประชาชนสำหรับทุกกลุ่มหรือไม่ ทางกรมท่าอากาศยานมีความยินดีค่ะ แล้วก็ พยายามที่จะปรับปรุงการบริการให้เข้าถึงผู้โดยสารทุกกลุ่ม รวมทั้งนอกจากภารกิจของ การลำเลียงผู้โดยสารแล้ว เราก็จะเพิ่มความระมัดระวัง แล้วก็ความปลอดภัยสำหรับ ผู้โดยสารด้วยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำถามแรกค่ะ