วิทวัส ชี้ปัญหาเข้าถึงไฟฟ้าชุมชนแออัด ขอปรับกฎเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

วิทวัส ติชะวาณิชย์ หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงไฟฟ้า โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนแออัดที่ไม่มีทะเบียนบ้านถาวร ทำให้ไม่สามารถติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าในอัตราปกติและต้องจ่ายค่าไฟสูงกว่าเกือบสองเท่า จึงเรียกร้องให้รัฐปรับกฎระเบียบเพื่อให้ผู้มีทะเบียนบ้านชั่วคราวสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ครับ วันนี้ครับท่านประธานผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันเสนอมาครับ โดยวันนี้ผมขออนุญาตไม่พูดถึงปัญหาโครงสร้างของค่าไฟฟ้า หรือทำไมค่าไฟฟ้าเราถึงแพง แสนแพงในยุคปัจจุบันนะครับ เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ทำการอภิปราย เรื่องโครงสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในวันนี้ครับท่านประธาน ผมขอเป็นตัวแทนในการ นำเสนอปัญหาความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ครับ ปัจจุบันนี้การเข้าถึงไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ อย่างเท่าเทียมกัน จากการลงพื้นที่ของผมและทีมงานพบว่าชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่ ประสบปัญหาที่ไม่สามารถทำการขอมิเตอร์ไฟฟ้าได้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น ไม่มีเลขที่บ้านหรือไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน จึงทำให้ภาระในการจ่ายค่าไฟฟ้า ที่แพงกว่าปกติ โดยบางชุมชนจะมีการใช้วิธีขอติดตั้งมิเตอร์ชั่วคราวแทน ซึ่งในกรณีดังกล่าว จะมีการเก็บค่าใช้ไฟฟ้าในราคาสูงกว่าปกติ ตามรูปนะครับ ฝั่งซ้ายคืออัตราการคิดค่าบริการ แบบปกติ โดยจะเริ่มคิดค่าไฟฟ้าหน่วยละ ๒.๓๐ บาท ไปจนถึง ๔.๔๐ บาท ส่วนด้านขวา ครับท่านประธาน คือการคิดค่าไฟฟ้าจากมิเตอร์ที่ขอมาชั่วคราว โดยจะเป็น Flat Rate หรือเป็น Rate เดียวที่ต้องทำการจ่ายคือหน่วยละ ๖.๘๐ บาทครับ ผมลองคำนวณ เปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างแบบปกติและแบบชั่วคราวให้ทุกท่านได้ดู โดยตั้งโจทย์ว่า หากบ้านทั้ง ๒ หลัง ใช้ไฟฟ้าเท่ากันอยู่ที่ ๑๐๐ หน่วยต่อเดือน แต่มิเตอร์ต่างกัน การคำนวณไฟฟ้าจะแตกต่างกันเท่าไร และนี่คือผลที่ได้ครับ หลังจากใช้มิเตอร์แบบปกติ จะจ่ายค่าไฟอยู่ที่ ๔๐๗ บาท ๖๔ สตางค์ แต่ในเมื่อใช้มิเตอร์แบบชั่วคราวหรือการขอมิเตอร์ แบบชั่วคราวจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าอยู่ที่ ๗๗๐ บาท ๓๗ สตางค์ จะเห็นได้ว่าบ้านหลังที่ใช้ มิเตอร์ชั่วคราวนั้นต้องจ่ายแพงกว่าเกือบ ๒ เท่าครับ ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเราก็ประสบปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน อย่างปัญหาชุมชนแออัดหรือผม ทราบดีครับว่าทะเบียนบ้านชั่วคราวนั้น เป็นทะเบียนบ้านที่ออกให้กับบ้านที่ปลูกสร้าง ในพื้นที่สาธารณะหรือโดยบุกรุกป่าสงวน โดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองก่อสร้างอาคารหรือตามกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งกฎต่าง ๆ เหล่านี้บีบให้พวกเขาทั้งหลาย ต้องหาวิธีอื่น ๆ ในการเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าครับ โดยชาวบ้านในชุมชนซึ่งแบ่งเป็น หลายหลังคาเรือนจะใช้วิธีโยงสายไฟฟ้าเข้าบ้านของตัวเอง และในแต่ละชุมชนจะมีการตกลง การคิดค่าบริการไฟฟ้าที่แตกต่างกันไปครับ เหตุการณ์ที่พบเจอ ๑. คิดค่าไฟฟ้าโดยการ ถัวเฉลี่ยเท่ากันทุกหลังคาเรือนที่มีการโยงไฟฟ้าไปใช้ เหตุการณ์ที่ ๒ คิดค่าไฟฟ้าจาก จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนนั้น ๆ ตาม Rate ของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท ที่กินไฟไม่เท่ากัน ตามมูลค่าที่แต่ละชุมชนกำหนด เหตุการณ์ที่ ๓ คือการคิดค่าไฟฟ้า ตามจำนวนผู้อยู่อาศัยในครัวเรือนนั้น ๆ ตาม Rate ต่อหน่วยต่อคนที่ชุมชนถัวเฉลี่ย จากยอดที่ถูกเรียกเก็บจากการไฟฟ้า อีกหนึ่งกรณีเป็นชุมชนที่ไม่มีบ้านเลขที่ครับ จึงจำเป็นต้องดึงไฟฟ้ามาใช้จากบ้านใกล้เคียงที่มีบ้านเลขที่ และตอนนี้จ่ายค่าไฟอยู่หน่วยละ ๑๑-๑๒ บาทครับ ทุกท่านครับ ลองจินตนาการตามภาพผมนะครับ ชาวบ้านบางราย ต้องจ่ายค่าไฟหน่วยละ ๑๒ บาท และค่าน้ำเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เนื่องจากพวกเขา ไม่มีทะเบียนบ้าน จึงไม่สามารถขอมิเตอร์ไฟ มิเตอร์น้ำได้ จึงทำให้พวกเขาเหล่านี้ ไม่มีทางเลือกต้องยอมทนจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูง และจำเป็นที่ต้องมีการเชื่อมต่อ การใช้ไฟฟ้าหรือเรียกง่าย ๆ ว่ามิเตอร์หม้อรวมครับ ที่ต้องต่อมาจากบ้านหลังอื่นในขณะที่ ค่าไฟฟ้า ณ ปัจจุบันที่สูงอยู่แล้วและสูงขึ้นไปอีก ยิ่งไปกว่านั้นบางครอบครัวมีอาชีพ และรายได้ที่ไม่แน่นอน หาเช้ากินค่ำ อาศัยเก็บของเก่าขายพอประทังชีวิตไปวัน ๆ บางครอบครัวมีผู้ป่วยติดเตียงที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา ทุกวันนี้ครับท่านประธาน ค่าแรงขั้นต่ำที่สุดอยู่ที่ประมาณ ๓๓๐ บาท ส่วนค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ รวมถึงการเกิดระบาดของโควิด-๑๙ และสถานการณ์ความขัดแย้งตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ในระยะยาวชาวบ้านเหล่านี้ไม่สามารถแบกรับภาระดังกล่าวได้ไหวอย่างแน่นอนครับ หากจะให้ขอมิเตอร์เป็นปกติ ก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากกฎระเบียบในการขอติดตั้งมิเตอร์ใหม่ มีเงื่อนไขหลายประการ และจะต้องใช้เงินในการขอรับการติดตั้งหรือวางมัดจำมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นจำนวนเงินค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประเทศไทยเรายังพอมีความหวังครับ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยมติ ครม. ว่าที่ประชุมได้มอบหมาย ให้กระทรวงมหาดไทยแก้ระเบียบให้คนมีทะเบียนบ้านชั่วคราวสามารถขอใช้ไฟฟ้า เช่นเดียวกันได้กับผู้ที่มีทะเบียนบ้านปกติในอัตราที่เท่ากัน แต่จะเริ่มนำร่องที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ แต่ผมอยากจะขอร้องไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ สามารถเร่งปลดล็อก ปรับ แก้ไข ระเบียบนี้ทั่วประเทศได้หรือไม่ เพื่อลดต้นทุนของพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันและปัญหาที่ผมได้กล่าว ก่อนหน้านี้ครับ ด้วยปัญหาหลายประการผมจึงอยากขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนสมาชิก ร่วมกันสนับสนุนญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญนี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ค่าไฟแพงและแนวทางการแก้ไขปัญหาของประชาชนต่อไป สุดท้ายนี้ผมอยากขอให้ทบทวน หรืออนุโลม กฎ ระเบียบ และการคิดค่าธรรมเนียม ในการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟชั่วคราว สำหรับบุคคลธรรมดาหรือบุคคลที่ยากจนอีกครั้งครับ เช่น หากเป็นชุมชนที่ถูกรับรอง ได้จัดตั้งเป็นชุมชนจากกรมการปกครองแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มีทะเบียนบ้านหรือทะเบียนชั่วคราว ก็สามารถขอสิทธิในการติดตั้งมิเตอร์ชั่วคราวได้ รวมถึงจ่ายค่าไฟในอัตราปกติเพื่อการ สนับสนุนการขึ้นทะเบียนการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ทั้งได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย ลดการเกิดอันตรายจากการพ่วงโยงสายไฟกันเอง เรื่องนี้สำคัญครับ เพราะจะไปช่วยลด ภาระค่าครองชีพให้กับชาวบ้านและเป็นการเคารพสิทธิมนุษยชนด้วย ขอบคุณครับ