พลากร พิมพะนิตย์ เสนอขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง โดยหารือเรื่องปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและเรียกร้องการสนับสนุนให้ปรับปรุงเครือข่ายไฟฟ้าและพัฒนาใช้พลังงานทดแทน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมลงชื่ออภิปรายขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง ท่านประธานครับ นอกจากปัจจัย ๔ เป็นสิ่งสำคัญ ในการดำรงชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนแล้ว ก็มีไฟฟ้านี่ละครับที่มนุษย์ทุกคนจะขาด ไม่ได้ ขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
จากสไลด์จะเป็นค่าไฟของ พี่น้องประชาชนที่ต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ปัจจุบันประเทศไทยในฐานะประเทศ ที่กำลังพัฒนา ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากครัวเรือนและภาคธุรกิจ จากข้อมูลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จากครัวเรือนและภาคธุรกิจ จากข้อมูลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแสดงให้เห็น ความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นในระหว่างปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๖ ครับท่านประธาน ผมเองก็เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่มีค่าไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องครับท่านประธาน ในส่วนนี้เป็นข้อมูลเมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๖ เป็นการเปรียบเทียบอัตราค่าไฟฟ้า ของประเทศในอาเซียนครับ จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยมีอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงเป็นอันดับ ๔ ของอาเซียน และอยู่ในระดับที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย และลาว ครับท่านประธาน ค่าไฟฟ้าที่ถูกเรียกเก็บกับประชาชน ในแต่ละเดือนประกอบด้วย ๔ ส่วนด้วยกัน คือค่าพลังงานไฟฟ้า ค่าบริการรายเดือน ค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม เหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญที่หากคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ถูกแต่งตั้งไป จำเป็นต้องเข้าไปศึกษาและพิจารณาสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้า และหาวิธีการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน นี่เป็นข้อมูลจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานครับท่านประธาน ที่แสดงถึงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ ในช่วงครึ่งปีแรก ปี ๒๕๖๖ จะเห็นได้เลยครับว่าประเทศไทยยังคงพึ่งพาการผลิตไฟฟ้า จากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นหลักถึงร้อยละ ๕๙ และมีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงาน หมุนเวียนเพียงร้อยละ ๙ ตรงนี้เองครับเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเด็นเรื่องค่าไฟฟ้า ในประเทศไทยที่มีราคาสูงขึ้น นอกเหนือจากค่า FT และค่าบริการต่าง ๆ ยังมีต้นทุนการผลิต ที่มาจากพลังงาน Fossil เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีราคาผันผวน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาวครับท่านประธาน เป็นเหตุให้ผมอยากเสนอว่าควรมี การพิจารณาศึกษา สนับสนุน และส่งเสริม การเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานทางเลือก ตัวอย่างเช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงาน Fossil ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่อนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืนครับท่านประธาน นอกจากนี้ อีกหนึ่งข้อของผมคือควรมีการพิจารณาศึกษา ปรับปรุง เครือข่ายไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสีย ในการจัดส่งกระจายพลังงาน การปรับปรุงเครือข่ายไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และ เพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าครับท่านประธาน การพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงาน ทดแทนควบคู่ไปกับการปรับปรุงเครือข่ายไฟฟ้า จะเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับ ระบบพลังงานที่ยั่งยืนครับท่านประธาน และเป็นการตอบสนองความต้องการของพลังงาน ที่เพิ่มขึ้นของประเทศ ทั้งยังสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยตัวผมเองเล็งถึงความสำคัญของประเด็นนี้มากจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะทั้งหมดนี้ คือหน้าที่โดยตรงของรัฐที่จะต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิตของประชาชน รวมถึงต้องไม่เรียกเก็บค่าไฟฟ้าที่เกินสมควรครับ วันนี้ พี่น้องประชาชนต้องทนอยู่กับปัญหานี้มานานมากแล้วครับท่านประธาน แสงสว่าง และพลังงานไม่ควรต้องตกเป็นภาระของใคร และไม่ควรเป็นสิ่งที่มีค่าที่คนมีเงินเท่านั้น ที่จะเข้าถึงได้ครับท่านประธาน เพียงแต่ควรเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ทุกคนพึงได้รับถึงแม้ ภายใต้การนำของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะมีมาตรการลดค่าไฟให้กับ พี่น้องประชาชนไปแล้ว แต่ผมคิดว่าก็ยังไม่เพียงพอครับ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเชื่อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการ หาแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงอย่างเป็นรูปธรรม จนนำไปสู่การปรับปรุงที่ยั่งยืน และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศได้ครับ ขอบคุณครับ