ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ อภิปรายเรื่องค่าไฟฟ้าที่แพงเกินสมควร โดยชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากระบบรับซื้อไฟฟ้าเกินความจำเป็นและค่าความพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชนที่ไม่ได้ผลิตเต็มศักยภาพ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอ อภิปรายสนับสนุนร่างของ สส. เพื่อนสมาชิก ธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านประธานครับ ผมขอย้อนเวลากลับไปเมื่อปีที่แล้วสมัยที่ผมยังหาเสียงนะครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับค่าไฟแพงมาโดยตลอด และผมเองยังเคยแสดงความเห็นใน Social Media อยู่หลายครั้งหลายคราว จนถึงตอนนี้เวลาผมลงพื้นที่ก็ยังได้ยินเสียงความเดือดร้อน จากประชาชนอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ของผมซึ่งเป็นเขตในเมืองชั้นในเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านการค้า ไม่ว่าจะเป็น Street Food Cafe โรงแรม ร้านอาหาร สถานบริการ สถานประกอบการ และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงประชาชนผู้พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนล้วนแต่ ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาส่งเสียงแทนประชาชนคนตัวเล็ก ตัวน้อยที่ส่งเสียงไปเท่าไร ก็ไม่เคยได้รับการตอบรับจากภาครัฐโดยเฉพาะพ่อค้า แม่ขาย ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย แทนที่จะขายของได้กำไรแล้วเอาไปส่งเสียดูแลครอบครัว เปล่าเลยครับ หามาได้เท่าไร เอามาจ่ายค่าไฟที่แพงแสนแพงท่านประธานลองมาดูร้านค้า ในเขตผมได้เลยครับ อย่าคิดว่าอยู่ในเมืองแล้วจะขายดีนะครับเจอวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้ ปิดตัวกันนับไม่ถ้วน แบกรับต้นทุนไม่ไหว ไหนจะค่าเช่า ค่าพนักงานและราคาไฟฟ้า ซึ่งเป็น ส่วนสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ผมไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมารัฐกำลังปิดหูปิดตา ไม่สนใจ รับฟังเสียงของประชาชนอยู่หรือไม่ ทำไมรัฐถึงปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานเพียงไม่กี่กลุ่ม กอบโกยกำไรบนความทุกข์ยากลำบากและสร้างภาระหนี้สินให้ประชาชนได้ขนาดนี้ ภาครัฐมี หน้าที่กำกับดูแลครับ ไม่ใช่มีหน้าที่เอื้อกลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ท่านประธานครับ พลังงานและไฟฟ้าเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการดำรงชีวิตของประชาชน ทุกคน ไม่มีเว้นใครคนใดคนหนึ่ง ผมต้องฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ช่วยเห็นใจประชาชนตาดำ ๆ หน่อยครับ อย่าให้พ่อค้า แม่ขาย หาเช้ากินค่ำเดือดร้อนและต้องแบกรับค่าไฟแพง ๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่เหมือนกลุ่ม นายทุนพลังงานไม่กี่ราย ประกาศกำไรทีไรตะลึงกันทุกรอบ รวยอู้ฟู่กันแบบใช้เงินอย่างไร ก็ไม่หมด ถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่รัฐบาลจะทำให้สังคมคนไทยได้เห็นว่ารัฐยืนอยู่ข้าง ผลประโยชน์ของประชาชน และไม่ใช่ข้างกลุ่มนายทุนพลังงาน วันนี้ผมจะมาพูดถึงหนึ่งใน สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไฟบ้านเราแพง ซึ่งก็คือการรับซื้อไฟฟ้าแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ Power Reserve หรือไฟฟ้าสำรองในประเทศไทยมีมากมหาศาลเกินความจำเป็นและเกิน ความต้องการ ผมขออ้างอิงข้อมูลจากมาตรฐานสากลขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency หรือ IEA ได้ระบุว่ากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสมอยู่ที่ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๑๕ ของความต้องการไฟฟ้าสูงสุด แต่ปัจจุบันประเทศเรามีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงถึงร้อยละ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๖ เรามีกำลังผลิตตามสัญญา จำนวน ๕๓,๗๐๐ ในขณะที่ Peak หรือความต้องการสูงสุด ในระบบทั้ง ๓ การไฟฟ้าอยู่ที่ ๓๔,๘๖๒ เมกะวัตต์ ณ วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ซึ่งมีปริมาณไฟฟ้าสำรองส่วนเกินเกือบ ๒๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ตัวเลขนี้ชี้ชัดได้เลยว่าเรามี ไฟฟ้าสำรองในระบบมากเกินความจำเป็นอย่างมหาศาล จึงไปสะท้อนสู่ค่าไฟฟ้าที่แพง มหาโหดใน Bill ค่าไฟของทุกท่าน นอกจากนี้ยังมีปัญหาของค่าความพร้อมจ่ายหรือ Availability Payment ไปให้กับประชาชนด้วย ปัจจุบันรัฐต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่าย ให้กับโรงไฟฟ้า ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าในลักษณะไม่ซื้อก็ต้องจ่ายหรือ Take or Pay ที่ผ่านมามีโรงไฟฟ้าเอกชนเกินความต้องการอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก เรามีโรงไฟฟ้า ขนาดใหญ่ ๘ จาก ๑๒ แห่ง ที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า หรือเดินเครื่องแบบไม่เต็มศักยภาพ โดยมีคาดการณ์ว่ารัฐต้องจ่ายเงินถึง ๔๙,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ให้กับโรงไฟฟ้าเหล่านี้ ด้วยปัญหาดังกล่าวที่ผมได้อภิปรายไปรัฐยังไม่จัดการอย่างจริงจัง จึงทำให้ราคาไฟฟ้าแพง แทนที่รัฐจะหยุดหรือลดการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนไปมากกว่านี้ แต่รัฐอย่าเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มทุนพลังงานเอกชนและธุรกิจพลังงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วเราก็เห็นกันอยู่ครับ บ่อยครั้งภาครัฐมักจะซื้อไฟฟ้า จากเอกชนรายเดิม ๆ ที่คุ้นหน้าคุณตา ผมต้องฝากไปยังรัฐบาลด้วยครับ แผนพัฒนากำลัง การผลิตไฟฟ้า หรือ Power Development Plan (PDP) ฉบับใหม่ ที่กำลังทบทวนอยู่ตอนนี้ และกำลังจะประกาศใช้ในปีนี้ ขอให้พิจารณาอย่างรัดกุม รอบคอบ มิใช่ทำแผนเพียงเพื่อ จะเอื้อประโยชน์เชิงนโยบาย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มทุนพลังงานหน้าเดิม ๆ ได้กอบโกยกำไรบนความทุกข์ยากลำบากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ