มานพ ชี้ปัญหาค่าไฟแพงจากผูกขาด สนับสนุนผลิตไฟฟ้าชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาค่าไฟฟ้าแพงที่เกิดจากการผูกขาดในระบบพลังงาน โดยชี้ให้เห็นความล้มเหลวของกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขและผลักดันการกระจายอำนาจด้านพลังงานให้ท้องถิ่นสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากครัวเรือนทั่วประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและบรรเทาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ญัตติเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา และแก้ไขปัญหากรณีค่าไฟแพง ท่านประธานครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการเรื่ององค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ ในสภาชุดที่ ๒๕ ก็ได้มีการสอบถามเรื่องนี้ครับท่านประธาน ผมตั้งสมมุติฐาน อย่างนี้ครับ ทำไมค่าไฟถึงแพง ที่มันแพงเพราะว่ามันมีระบบการผลิตที่ผูกขาด เดี๋ยวผม จะลงรายละเอียด ในความเป็นจริงญัตติของคุณธิษะณา ชุณหะวัณ ระบุไว้ชัดเจนว่า ไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ ในมาตรา ๕๖ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก แต่กระบวนการที่ทำให้ค่าไฟมันแพงมันไปเกี่ยวข้องกับ ตัวละครอยู่หลายตัวที่ทำให้กระบวนการผลิต หรือกระบวนการดำเนินการมันไปผูกขาดครับ

ตัวละครแรกก็คือกระทรวงพลังงานครับท่านประธาน ประเด็นที่ผมพยายาม สืบข้อมูลมา ณ วันนี้กระทรวงพลังงานเป็นคนควบคุมดูแลเกือบทั้งหมดในการออกนโยบาย ปัญหาที่มันแพงวันนี้ ตอนนี้เรามีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในข้อเท็จจริง เราใช้อยู่ที่ประมาณ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มันแพงเพราะว่าเราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใน การผลิต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดครับท่านประธาน อาจจะออกมาเป็นค่า FT ผมเคย สอบถามแล้ว FT มันคือค่าอะไร เขาบอกว่าเป็นค่าดำเนินการที่ไม่อาจจะลงรายละเอียดได้ มันหมายถึงค่าอะไรบ้าง ก็ไม่รู้ครับท่านประธาน โดยรวมแล้วคือเราผลิตไฟฟ้าในประเทศนี้ ทุกระบบเลย๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราใช้เพียงแค่ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นผู้ใช้จะต้องรับผิดชอบค่าไฟที่ผลิตทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มันแพงครับ เพราะฉะนั้นมันเกี่ยวข้องกับตัวละครที่ผมว่าก็คือกระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงานเป็นคนดูแลนโยบายเรื่องนี้ครับ

ตัวละครที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผมเคยถาม ในที่ประชุม ๒ องค์กร ก็จะตีปิงปองกันไปกันมาว่าใครมีอำนาจ ใครไม่มีอำนาจ ตัวละคร ตรงนี้ทั้งหมดนี้ถ้าจะส่งให้กรรมาธิการพลังงานผมคิดว่าถ้าไม่คุยถึงกลไกตัวละครที่ผมว่านี้ เป็นไปยากมากที่จะแก้ปัญหา

ตัวละครที่ ๓ ก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคอันนี้ก็ไม่เบาครับท่านประธาน ที่ผ่านมาอาจจะมีอำนาจเยอะ แต่วันนี้คือ มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและมีกระทรวงพลังงาน และบอร์ดของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน ท่านประธานลองไปดูครับ ไม่มีรัฐวิสาหกิจอยู่ตรงนั้น เป็นบุคคล ภายนอกที่บอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราไปถอดรหัสดูจริง ๆ เป็นกลุ่มผู้ประกอบการด้านพลังงาน ซึ่งหมายความว่าเขาจะผลิตเท่าไรก็ได้ ตามนโยบายของเขา แล้วก็ให้ประชาชนเป็นผู้รับซื้อ จะใช้หมด ไม่หมด ไม่เป็นอะไร บางโรงไฟฟ้ายังไม่เดินเครื่องเลยครับ แต่วันนี้ประชาชนต้อง รับผิดชอบค่าลงทุนทั้งหมด อันนี้มันเป็นกระบวนการผูกขาดในการผลิตทำให้ประชาชน ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตัวนี้เป็นสาเหตุใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเสนอให้กับ ท่านประธานในวันนี้ โอเค ถ้าไม่มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะไปอยู่ในกรรมาธิการพลังงาน หรือจะมีอนุกรรมาธิการหรือมีคณะกรรมการ ถ้าไม่ไปดู ๓ องค์กรที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ในวันนี้ อำนาจและดาบที่เขามีอยู่เขากำหนดเลยถ้าไม่ไปแก้เรื่องนี้อย่างไรก็ไม่จบครับ ประชาชน ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ภาษีประชาชนต่าง ๆ ก็ต้องไปจ่ายลงที่นั่นนะครับ ท่านประธานก็ทราบอยู่แล้วมีบางบริษัทใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ ปี ๑๕ ปี เป็นเจ้าสัวเป็นคนที่ รวยที่สุดในประเทศไทยก็มาจากตรงนี้ ตรงพลังงานตรงนี้ครับ ทั้งหมดนี้ก็คือใช้เงื่อนไข เครื่องมืออะไรครับ ก็ใช้เครื่องมือในแง่ของกฎหมายพลังงานคณะคณะกรรมการตรงนี้ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก คนที่จะเข้าไปดำเนินการในกรรมาธิการพลังงาน ที่จะเป็นอนุกรรมาธิการก็ดี จะเป็นอะไรก็ดี ท่านต้องไปดูตรงนี้นะครับ เรื่องอื่นมันเป็น เรื่องจิ๊บจ้อยครับท่านประธาน เป็นเรื่องปลีกย่อย ถ้าไม่ดูตรงนี้อย่างไรมันแก้ไม่ได้ครับ เพราะหัวหลักจริง ๆ ตัวที่ทำให้เรื่องที่ไฟมันแพงโดยการผูกขาดด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ มันอยู่ตรงนี้ครับ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเทศไทย เรามีทางเลือกเยอะแยะ ผมเคยอภิปรายในห้องประชุมแห่งนี้มาโดยตลอด แล้วผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญและเกี่ยวข้องกับกระแสของโลก เราพูดถึงเรื่องคาร์บอนเครดิต เราพูดถึงเรื่อง การใช้พลังงานสะอาด แต่วันนี้ผมคิดว่านโยบายตรงนี้กระทรวงพลังงานแล้วก็คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน ไม่มีความชัดเจนพอครับ ประเทศไทยมีอยู่ ๒๒ ล้านครัวเรือน ๒๒ ล้านครัวเรือนนี้ สามารถที่จะเป็นผู้ผลิตไฟได้ทั้งหมดเลย เราไม่มีปัญหา เราไม่มีความ ด้อยประสิทธิภาพเรื่องเทคโนโลยีและความรู้ วันนี้เรามีวิศวะ วันนี้เรามีเทคโนโลยี ผมเคย ทดลองครับ ท่านประธานไปดูผมก็ได้นะครับ ไฟฟ้าเราเก็บมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ เราก็ใช้ ถ้าไฟไม่พอเราก็ดึงของหลวงมา หมายความว่ามันจะมีระบบสวิตช์ปิด-เปิดอย่างนี้ ไม่ต้องขายคืนก็ได้ครับ สมัยนี้เราทำได้แล้วมันมีระบบ ทำไมเราไม่ส่งเสริมให้ครัวเรือน ๒๒ ล้านครัวเรือน เป็นผู้ผลิตไฟเอง ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมีแสงและมีศักยภาพในการผลิตเรื่องนี้ ทำไม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ทำไมกระทรวงพลังงาน ทำไม EGAT ไม่พูดถึงเรื่องนี้

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ วันนี้ผมคิดว่าบริการสาธารณะมันไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ระดับส่วนกลางจะต้องบริการเท่านั้น วันนี้ในกฎหมายท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล พูดถึงเรื่องของหน้าที่ของท้องถิ่นจะต้องบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้น คือเรื่องของไฟฟ้าท้องถิ่นไหนมีศักยภาพ ท้องถิ่นไหนที่จะผลิตไฟฟ้าได้เอง ไม่ว่าจะเป็น พลังงานน้ำ พลังงานลม หรือชีวมวลหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ขอให้ดำเนินการโดยภายใต้ กระบวนการผลิตที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะต้องกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ที่มีศักยภาพเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เอง ทั้งหมดที่ผมเสนอมานี้ครับท่านประธาน กรรมาธิการพลังงานจะต้องไปพิจารณา ถ้าหากว่าชุดที่ไปดำเนินการไม่พิจารณาในประเด็น ๓ ตัวละครที่ผมว่านี้ อย่างไรก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน