ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายการเปลี่ยนปีงบประมาณให้สอดคล้องกับปีปฏิทินสากล โดยเสนอให้พิจารณาผลกระทบต่อการรายงานทางการเงิน การค้าต่างประเทศ และการลงทุนอย่างรอบด้าน พร้อมแนะนำให้ศึกษาแนวทางจากประเทศอื่นเพื่อรองรับความสะดวกในการดำเนินงานของทั้งภาครัฐและเอกชน
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคก้าวไกลครับ ขอร่วมอภิปรายในญัตติการเปลี่ยนปีปฏิทินงบประมาณว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง แล้วก็ปัจจัยอะไรที่เราควรคำนึงถึง เวลาเราจะส่งมตินี้ไปให้มติ ครม. ดูว่าจะมีวิธีการ ที่จะเปลี่ยนปีปฏิทินงบประมาณอย่างไร
ประเด็นแรก ก็ต้องศึกษาว่าในทั่วโลกเขาทำกันอย่างไร เราไม่ได้อยู่คนเดียว ในโลกใบนี้ เรามีค้าขายกับต่างประเทศมีการนำเข้าส่งออก ๒. หน่วยงานต่าง ๆ ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของ Financial Reporting ก็คือการรายงานผลทางการเงินงบดุล ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ก็จะเป็น ๑ มกราคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ตามปีปฏิทินปกติ อันนี้ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ความจริงมีสไลด์นะครับ ฝ่ายโสตสามารถเอาขึ้นได้เลย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
กับเรื่องฤดูกาลนะครับ แต่ฤดูกาลก็แตกต่างกันไปบนโลกใบนี้ ถ้าเผื่อไปดูประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จะเป็นการเก็บเกี่ยว พืชผล เก็บเกี่ยวเสร็จฤดูไหนไม่มีอะไรทำ ก็เป็นการเก็บส่วย เก็บภาษี นำรายได้เข้ารัฐ กับการวางนโยบายภาครัฐ ก็จะมีผลในการวางแผน ติดตาม จัดเก็บต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็น ปัจจัยที่ส่งผลต่าง ๆ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเราต้องคำนึงนะครับ ไม่ใช่แค่ภาครัฐหรือผู้ปฏิบัติ อย่างเดียว ภาคเอกชนที่จะต้องนำส่งภาษีให้กับทางภาครัฐ ประชาชนที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. ๙๐ ภ.ง.ด. ๙๑ รวมถึงต่างประเทศที่ผมได้พูดไปแล้วในเรื่องของการค้าขาย จัดเก็บงบประมาณส่วนใหญ่จะเป็นอย่างไร ตามปีปฏิทิน Cycle ปกติจะเป็นการทบทวน วางแผน อย่างสมมุติล่าสุดของปีปฏิทินนี้อาจจะล่าช้าไป แต่จริง ๆ ปกติก็จะเป็นการทบทวน วางแผนในช่วงตุลาคมถึงธันวาคม จัดทำในช่วงมกราคมถึงพฤษภาคม แล้วก็อนุมัติให้เสร็จ ก่อนสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งอันนี้ต้องมาดูว่าปกติ Cash Cycle หรือว่า Cash Inflow Outflow มันจะประมาณไหน คือจัดเก็บมาเพื่อให้มีเงินเอาไปลงทุนใช่ไหมครับ นอกเหนือจากต้องไป กู้เงินมา จัดเก็บส่วนใหญ่เราจะยื่นภาษีกันภายใน ๒-๓ เดือนแรก ถ้าเป็นบริษัทเอกชน อาจจะปิดงบเร็วหน่อย แต่ถ้าเผื่อเป็นบุคคลธรรมดาก็ ๙๐ วัน ต้องยื่นภาษีภายในมีนาคม ช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมรัฐก็จะเริ่มจัดเก็บรายได้ได้แล้ว ก็มีเงินเอาไปใช้ ซึ่งหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนใหญ่ไปใช้ในหน้าฝนตั้งแต่พฤษภาคมจนถึงกันยายน ซึ่งก็จะมีปัญหาในเรื่องของโยธาเวลาไปสร้าง แต่แน่นอนโยธาก็ไม่ใช่งบประมาณส่วนหนึ่ง ของการลงทุน มีงบครุภัณฑ์ งบอบรม สัมมนา งบอย่างอื่นอีกด้วย แต่อันนี้ก็เป็นปัจจัย ที่เราต้องคำนึงถึง ข้อดี ข้อเสีย แบบใหม่ ถ้าเผื่อเราเปลี่ยนแน่นอนเราก็จะเลี่ยงฤดูฝนได้ ถ้าเผื่อเราขยับออกไปอีก ๓ เดือน ถ้าเผื่อเริ่มเป็น ๑ มกราคม เข้าใจง่ายตามหลักปฏิทินสากล ก็ Link กับพวกงบดุลของบริษัทเอกชน ธนาคารต่าง ๆ อันนี้เราก็คุยกับภาษาสากลได้ว่า ปิดงบวันไหน ไม่ต้องมาทำเหลื่อมปีกันนะครับ สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ก็มีหลายประเทศ เดี๋ยวจะมีในหน้าถัดไปว่าเขามีการปิดปีงบประมาณอย่างไรบ้าง ลดความซับซ้อนในการ ประสานงานต่างประเทศ ปรับตัวให้เข้ากับภาคธุรกิจ แล้วก็การลงทุนของต่างชาติ แต่แน่นอนเวลาเปลี่ยนทีมันก็มีข้อที่ต้องพึงระวัง ความท้าทายในการปรับเปลี่ยนอาจจะ ทำให้เกิดการสับสน ต้องใช้เวลาในการปรับตัว คือมันก็วุ่นวายในเชิงเอกสารต้องทำผลกระทบ รายงานทางการเงินกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องมา Comply กับแบบใหม่ ความท้าทาย ในการปรับตัวภาคธุรกิจ แต่ปัจจุบันก็มี Software มีการ Link สูตรได้ ก็สามารถทำให้ มันกระทบยอดกับปีปฏิทินแบบใหม่ได้ ไม่มีปัญหานะครับ รายงานทางการเงินซึ่งอาจจะต้อง มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เรื่องการ Report ให้กับทางหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงาน ภาครัฐเองก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบรายงาน แล้วก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม มีเพื่อน สส. อภิปรายจะต้องมีการปรับ เพื่อในช่วงระหว่าง Transition Period ระหว่างปี หรือ ๒-๓ ปีนี้ ก็จะต้องมีการปรับเพื่อให้มันเข้ากับตัวปีงบประมาณใหม่ รวมถึงการวางแผนทางการเมือง และนโยบายก็จะต้องมีการทำรอบใหม่ขยับไปอีก ๓ เดือน การจัดเก็บภาษี ขอบเขตวัน ระยะเวลา อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง การใช้เงินงบประมาณก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม มาดูกันว่าที่เหลือในโลกนี้เขาทำวิธีไหนกันบ้าง มีประเทศใหญ่ ๆ เราก็ต้องคำนึงถึงประเทศ ที่เป็นคู่ค้าหลัก ประเทศที่เรามีมูลค่าการส่งออกนำเข้าเป็นคู่ค้าหลักของเราด้วย รวมถึง ประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศที่มีลักษณะฤดูกาลใกล้เคียงกับเรา มีลักษณะเศรษฐกิจ ใกล้เคียงกับเรา อย่าง ๑ ตุลาคม ถึง ๓๐ กันยายน ปัจจุบันนี้ ประเทศใหญ่ก็คือสหรัฐอเมริกา ๑ เมษายน ถึง ๓๐ มีนาคม ก็ยังมีสิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินเดีย ฮ่องกง แต่ส่วนใหญ่จากรายงาน ที่ทางฝ่ายวิชาการสรุปเมื่อเช้าเป็นรูปเล่ม ประมาณกึ่งหนึ่งใช้ตามปีปฏิทินสากลแล้ว ๑ มกราคม ถึง ๓๐ ธันวาคม ก็จะมีประเทศจีน เกาหลีใต้ ประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน เวียดนาม ฝรั่งเศส ซึ่งก็ถือว่าประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ในโลกนี้ ปัจจุบันใช้ปีงบประมาณตามปีปฏิทินก็อยากจะให้พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน แล้วก็ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ Stakeholder หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ขอบคุณมากครับ