มานพ คีรีภูวดล ให้ความเห็นต่อญัตติเรื่องการปรับปีงบประมาณให้สอดคล้องกับฤดูกาล เพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยชี้ว่ากรอบงบประมาณปัจจุบันไม่เหมาะสม พร้อมเสนอให้กระจายอำนาจในการบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้รับเหมาและหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกรณีการพัฒนาถนนหนทาง อาคาร และโครงการพลังงานสะอาด เช่น โซลาเซลล์ ที่ประสบปัญหาการขนส่งอุปกรณ์ในช่วงหน้าฝน
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยากจะให้ความเห็นต่อกรณี ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงปีงบประมาณให้เหมาะสมแก่ฤดูกาล เพื่อการแก้ไขปัญหา สังคม การลงทุน และการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของ ท่านทรงยศ รามสูต ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมอยากจะให้ความเห็นที่มันเป็นข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งท่านสมาชิก ผู้เสนอญัตติก็ได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะลงรายละเอียดในแง่ของฤดูกาลกับงบประมาณ ที่ลงไปในพื้นที่ มันมีปัญหาสู่ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างกรณีอย่างนี้ครับท่านประธาน เอาให้ใกล้ที่สุดใกล้กับเราที่จะเกิดขึ้น ในเดือนหน้านี้ครับท่านประธาน เรื่องงบประมาณไฟป่าและหมอกควัน อันนี้เป็นสิ่งที่ เราถกเถียงกันมาตลอดว่างบประมาณมันไม่สอดรับกับข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา ขององค์กรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน องค์กรของประชาชนต่าง ๆ ที่จะต้องได้รับงบสนับสนุนจากข้าราชการ งบประมาณที่ลงไปไม่ว่าจะเป็นงบสนับสนุน งบอาหาร งบอุปกรณ์ งบดำเนินการ งบจัดเตรียมอะไรต่าง ๆ งบประมาณที่ลงไป พอมันลงมา ฤดูกาลของไฟป่า หมอกควัน หมดไปแล้ว อันนี้คือข้อเท็จจริงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เราพยายามเสนอในที่ประชุมเครือข่ายขององค์กรต่าง ๆ ว่าปัญหาทั้งหมดมันเป็นเรื่องของ กรอบงบประมาณที่อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ว่างบประมาณจะใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมสมมุติว่า ปีนี้ครับ แล้วก็จะจบในกันยายนในปีถัดไป เพราะฉะนั้นความไม่สอดรับในกรณีอย่างนี้ กรณีไฟป่า ผมคิดว่าเห็นได้ชัดเจน แล้วก็หน่วยงานราชการที่เป็นผู้รับงบประมาณที่จะต้องไป ดำเนินการกับพี่น้องประชาชนก็จะเจออุปสรรค หัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ต้องไปทำงานกับพี่น้องประชาชนจะต้องเอาเงินสำรองของตัวเอง หรือว่าบางที ก็ไปกู้ไปยืมมานะครับท่านประธาน อันนี้ก็สร้างอุปสรรคปัญหาให้กับการดำเนินงาน ที่มันไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามฤดูกาลในพื้นที่
ประเด็นที่ ๒ ก็คือโดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน คือบ้านผมอยู่บนดอย ครับท่านประธาน บางพื้นที่ผมก็เห็นเวลาทำงบประมาณ ในการก่อสร้างทำถนนซ่อมก็ดี หรือว่าทำใหม่ก็ดี หรือว่ามีการปรับปรุงพื้นที่ไหล่ทางก็ดี ก็จะมาช่วงหน้าฝนครับ ท่านประธานลองนึกภาพว่าบนดอยเวลามีการขนปูน ขนทราย ขนอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไป ในการซ่อม เวลากองไว้ในพื้นที่ Slope ที่มันมีความลาดชันเกิน พอฝนมาพัด พาไปหมดเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็คือประสิทธิภาพที่จะใช้วัสดุ อุปกรณ์ ที่มันตาม Spec จริง ๆ หรือว่าผู้รับเหมาที่จะดำเนินการให้มีค่าใช้จ่ายในกรอบงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติในการ ก่อสร้างต่าง ๆก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น ก็จะนำไปสู่ประสิทธิภาพต่าง ๆ ในการทำงานของผู้รับเหมา แล้วก็ส่วนราชการมีปัญหามาก ๆ ซึ่งตัวโครงสร้างพื้นฐาน มันไม่ใช่เฉพาะถนนหนทางซอยเล็ก ๆ ครับท่านประธาน มันหมายถึงอาคาร มันหมายถึง ทุก ๆ อย่างนะครับ ล่าสุดนี้ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน น่าจะเป็นเป็นโครงการของ สำนักงานพลังงานจังหวัด ที่ได้งบประมาณจากกองทุนพลังงานจังหวัด จะไปให้พี่น้อง ที่อมก๋อยในการจะให้มีแสงสว่างมีไฟฟ้าใช้ โดยการใช้โครงการเรื่องของพลังงานสะอาดก็คือ โซลาเซลล์ ก็ใช้งบประมาณหลายสตางค์อยู่ แต่ช่วงที่งบดำเนินการช่วงฝนที่ผ่านมาจะต้องใช้ Four Wheel จะต้องใช้คนที่เยอะมากในการขนอุปกรณ์ ซึ่งมันเป็นรายละเอียดมากในทาง วิศวกรรมอันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับต้องขนอุปกรณ์ในช่วงหน้าฝน ซึ่งมันเป็นช่วงที่รถปกติ เดินทางไม่ได้คนก็ต้องเดินทางโดยการเดินเท้าหรือว่ามอเตอร์ไซค์ เพราะฉะนั้นก็คือเหตุผล ที่ฤดูกาลกับงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ อย่างกรณี ไฟป่า หมอกควัน และกรณีการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทุกประเภท ในภาคเหนือที่ผมสัมผัสมาตลอดชีวิตจะเจอปัญหาเรื่องนี้ทำให้ ประสิทธิภาพทำให้การดำเนินงานมีปัญหา บางพื้นที่ถ้ามีทางลูกรังเส้นเดียวครับท่านประธาน ผู้รับเหมาต้องขอให้ประชาชนในพื้นที่หยุด เป็นอาทิตย์เลยนะครับ ห้ามเข้าออก เนื่องจากว่าทำถนนมันไม่มีทางเบี่ยงอะไรเลย เพราะฉะนั้นก็คือว่าถ้าเราหาทางออก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะมีกรรมาธิการวิสามัญไหม หรือจะ ส่งไป ครม. ครับ ช่วยพิจารณาตรงนี้ว่าให้มันสอดคล้องกับพื้นที่จริง ๆ เพราะฉะนั้นก็มาสู่ ในประเด็นเป็นข้อเสนอครับท่านประธาน คือผมยังยืนยันเรื่องนี้ทั้งประเทศทั้งภาคเหนือ ถึงภาคใต้ ความยาวประมาณ ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรครับท่านประธาน ฤดูกาลก็ไม่เหมือนกัน ช่วงภาคเหนือเป็นอากาศหน้าหนาว ภาคใต้ฝนตก ทางออสเตรเลีย ทางอินโดนีเซีย ทางภาคใต้เป็นหน้าฝน เพราะฉะนั้นก็คือความไม่สอดคล้องกับในบริบทพื้นที่ทุกภูมิภาค จึงเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นความคิดเห็นส่วนตัวผมผมคิดว่าการกระจายอำนาจในการบริหาร จัดการในบางกรณี เช่น เรื่องไฟป่าหมอกควัน เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมันเกี่ยวข้อง กับเรื่องของภูมิอากาศ การจัดสรรงบประมาณมันจะนำไปสู่การทำให้มีประสิทธิภาพ โดยวิธีการกระจายอำนาจในบางพื้นที่อย่างนี้ได้หรือไม่ อันนี้เป็นข้อสังเกตข้อคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ญัตติมันมีประเด็นที่สอดคล้องกับเนื้อหาในญัตติ และสอดคล้องกับประเด็นในพื้นที่ ขอบคุณมากครับท่านประธาน