ชุติมา เสนอแก้กฎหมายประมง เสริมส่งออก-เปิดตลาดต่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ชุติมา คชพันธ์ หารือการแก้ไขกฎหมายประมง โดยเสนอให้ตัดคำจำกัดความที่กระทบต่อการส่งออกและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาขนาดเล็กในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายเพื่อไม่กีดกันผู้ประกอบการรายย่อย และผลักดันให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนชาวประมงในช่วงห้ามทำการจับปลา ทั้งการจัดประชุมคณะกรรมการประมงบ่อยขึ้น การส่งเสริมอาชีพเสริม และการเพิ่มการประชาสัมพันธ์รวมถึงการอบรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชาวประมงเข้าใจกฎหมายและสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้ค่ะ บ้านเกิดของดิฉันคือจังหวัดพัทลุงนะคะ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ทำประมงน้ำจืด แต่ด้วยความที่ ดิฉันได้เดินทางไปทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะเข้าใจวิถีชีวิต ดิฉันสัมผัส วิถีชีวิตของชาวประมงทั้งน้ำจืด น้ำเค็มนะคะ ก่อนอื่นเลยค่ะดิฉันต้องบอกว่าดิฉันได้อ่าน รายงานเล่มนี้ที่ท่านทำมา ดิฉันก็ชื่นชมนะคะ เพราะว่าท่านเหมือนนั่งอยู่ในใจดิฉันเลย เหมือนรู้เลยว่าดิฉันต้องการจะให้แก้ปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งดิฉันอ่านแล้วดิฉันก็เชื่อค่ะว่า รายงานฉบับนี้จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการประมง และกิจการประมงทั้งระบบจริง ๆ แต่ถึงแม้ว่าจะมีบางอย่างที่ถูกใจดิฉันอยู่แล้ว แล้วทางผู้ชี้แจงบางท่านได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้ วันนี้ดิฉันเลยขอพูดสั้น ๆ ในบางประเด็นที่ยังไม่ซ้ำและคิดว่าดิฉันกังวลอยู่นะคะ

อันดับแรก เรื่องนี้ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันดีใจมากที่ในหน้า ๔๖ ดิฉันเห็นท่าน แก้ข้อความที่บอกว่าตัดคำว่า สัตว์น้ำ หรือ นำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็ก ออก อันนี้ดิฉันอยากให้ เร่งแก้ไขโดยเร็ว แก้กฎหมายโดยเร็ว เพราะว่าจังหวัดพัทลุงของดิฉันเรามีปลาที่เราเรียกกันว่า ปลาลูกเบร่ หรือถ้าคนใต้ก็จะมีปลาอีกชนิดหนึ่งที่เรากินกันบ่อยก็คือปลาจิ้งจั้ง ถ้าท่านเคยได้กิน ปลาตัวเล็ก ๆ นี่ไม่ใช่ตัวอ่อนนะคะ มันคือตัวเต็มวัยแต่มันตัวเล็ก ปลาลูกเบร่คือตัวเล็ก จริง ๆ เลย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยังมีศักยภาพอีกมาก ยังสามารถที่จะส่งออก ยังสามารถแปรรูป ทำอะไรได้อีกเยอะแยะ การแก้กฎหมายนี้จะช่วยปลดล็อกตรงนี้ได้ ซึ่งดิฉันก็ได้รับฟังปัญหา จากประชาชน จากชาวประมงมา อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันถูกใจมาก ๆ เลยค่ะ

แต่ในส่วนที่ดิฉันกังวลนะคะ ดิฉันอ่านหน้า ๓๐ ดิฉันก็กังวล คือดิฉันอยากจะ รู้ว่าในแง่ของการส่งออก การตลาด การนำเข้าสินค้าประมงเป็นอย่างไร แต่ว่ารู้สึกจะมีน้อย เหลือเกิน น้อยเกินไป ก็มองได้ ๒ แบบนะคะ คือว่าการที่ท่านพูดถึงประเด็นนี้น้อยเกินไป เป็นเพราะว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือจริง ๆ แล้วไม่ได้มีปัญหามากมายก็เลยไม่ได้พูดถึง มากมายนัก ก็มองได้ ๒ แบบ แต่ดิฉันอยากจะฝากไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบันท่านเจรจาตกลงการค้าเรื่องนี้ไปแล้ว ๑๘ ประเทศ ประเทศนี้มีเป็นร้อย ๆ ประเทศเลยนะคะ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ เป็นไปได้ไหมที่เราจะเจรจาให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ ๑๘ ประเทศ สินค้าประมงไทยเรา ทั้งภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอันดามัน หรือภาคตะวันออกก็ตาม ๒๒ จังหวัด ดิฉันเชื่อมั่นว่าเรา มีศักยภาพที่จะส่งออกได้มากกว่านี้ เรามีผลิตภัณฑ์ที่จะแปรรูปทำได้มากกว่านี้ เพราะฉะนั้น อันนี้อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วถ้าเป็นไปได้ถ้ามีการศึกษาในอนาคตอยากให้ ช่วยกันศึกษาลงรายละเอียดในเรื่องนี้มากขึ้น

อีกประการหนึ่งที่ดิฉันกังวลนะคะ โดยข้อกฎหมายที่มีอยู่ดิฉันไม่แน่ใจว่า ข้อกฎหมายนี้จะยังคงเป็นการกีดกันผู้ประกอบการ หรือชาวประมงพาณิชย์รายย่อย อยู่หรือไม่ เพราะว่าดูหลาย ๆ ข้อก็จะเหมือนได้ประโยชน์ คือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ แต่ว่าพาณิชย์ขนาดเล็กก็อาจจะยังไม่ได้ประโยชน์ในบางข้อมากมายนัก ก็อยากจะฝาก ประเด็นนี้ไว้นะคะ

อีกประเด็นหนึ่งคือดิฉันเป็นห่วง เมื่อเราพูดถึงเรื่องปากท้องแล้วนะคะ ดิฉัน ไปจังหวัดสงขลา ดิฉันได้รับร้องเรียนจากชาวประมงก็คือว่าเวลาหน้ามรสุม และในเล่มนี้ก็ตาม ท่านก็มีระบุไว้แล้วว่าบางช่วงเวลาที่ห้าม ห้ามทำประมง คำถามก็คือว่าช่วงเวลาที่ห้ามเขา ทำประมงจะให้เขาทำอาชีพอะไร สิ่งนี้ดิฉันเข้าใจว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้โดยตรง แต่ว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟังอยู่ ดิฉันคิดว่าเราต้องบูรณาการร่วมกัน และในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องคิดร่วมกันว่า เราจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร เพราะเราห้ามเขาทำประมงในบางช่วงเวลา แล้วเขา จะทำอะไร กินอะไรคะ

ทีนี้ในส่วนของเวลาที่มีมรสุมก็เช่นเดียวกัน บางช่วงมีพายุเข้าภาคใต้บ่อยมากเลย พายุเข้าบ่อยมากเลยโดยเฉพาะปลายปี ช่วงนั้นล่ะค่ะเขาไม่สามารถออกเรือไปทำประมงได้ เราจะช่วยเหลือเขาอย่างไร ให้เขาทำอาชีพอื่น ๆ เป็นอาชีพเสริมหรือไม่ กรมพัฒนาชุมชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องนี้อยู่จะมาช่วยได้อย่างไรหรือไม่ หรือกระทรวงพาณิชย์ หรือทางพาณิชย์จังหวัดก็ตามจะช่วยได้อย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากไว้นะคะ

ต่อมาที่ท่านบอกว่าในคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ให้มีการประชุมกัน ปีละ ๔ ครั้ง อันนี้ดิฉันเห็นด้วย เพราะดูว่ามีการประชุมกันบ่อย แต่ขออีกนิดหนึ่งค่ะ ในกรณีที่ บางจังหวัดที่มีปัญหาเยอะ ดิฉันขอเพิ่มได้ไหมคะ คือให้ประชุมกันถี่ขึ้นอาจจะทุกเดือนก็ได้ อย่างบางพื้นที่มีปัญหาบ่อย ๆ แล้ว ๔ ครั้งต่อปีคงไม่พอ ควรจะมีมากกว่านั้น จังหวัดไหน ที่ไม่ค่อยมีปัญหา ก็โอเคค่ะ ตามข้อกำหนดเดิมคือ ๔ ครั้ง ต่อ ๑ ปีไป

ประการสุดท้ายที่ดิฉันเป็นห่วงนะคะ ไม่ว่าเราจะทำเล่มนี้ดีแค่ไหน เราจะแก้ กฎหมายช่วยเหลือประชาชนดีแค่ไหนก็ตาม แต่หากขาดการประชาสัมพันธ์ ชาวประมงเขาก็ ไม่ทราบ ดิฉันไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวประมงเล่าให้ดิฉันฟัง แทบจะเล่าทั้งน้ำตาเลย เป็นผู้ชายแต่เขาก็อึดอัดคับข้องใจมาก เขาบอกดิฉันว่าเขาเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือ แต่เขาไม่รู้ กฎเกณฑ์บางอย่าง เพราะเขาไม่รู้จะถามใคร ไปถามประมงจังหวัดบางทีก็เหมือนกับว่า ไม่เต็มใจตอบ ก็ไม่รู้จะถามอย่างไรดี เขาก็แบบชาวบ้านก็ไม่กล้าถามลงรายละเอียดเยอะ กลัวโดนดุอะไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาคิดนะคะ มันกลายเป็นว่าพอเขา เปลี่ยนเครื่องยนต์อีกประเภทไปเป็นอีกประเภท แล้วทางสำนักงานบอกว่าให้เขาไปถ่ายรูป ย้อนหลัง เขาก็ถามดิฉันว่าแล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมเปลี่ยนไปแล้ว แล้วผมจะเอารูป จากไหนย้อนหลัง แล้วนี่คือปัญหาอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่าเราคงจะไปว่าประชาชน ไม่ได้หรอกค่ะ ว่าทำไมคุณศึกษา คุณไม่ดู โอเคหน้าที่ส่วนหนึ่งเป็นของเขา แต่ต้องย้อนกลับมา มองในภาครัฐด้วยนะคะว่าเราได้ช่วยเหลือเขาเต็มที่หรือยัง เราได้ประชาสัมพันธ์ เราได้จัด หลักสูตรอบรมหรืออะไรก็ตามที่เราจะทำได้ภายใต้หน้าที่ของพวกเรา หรือว่าภายใต้หน้าที่ ของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ดิฉันก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ

สุดท้ายนี้ดิฉันเชื่อว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ และจะสามารถช่วยเหลือ พี่น้องชาวประมงของเราทั้ง ๒๒ จังหวัดได้อย่างแท้จริง ก็ขอชื่นชมและเห็นด้วยกับรายงาน ฉบับนี้ ขอบคุณค่ะ