ธีระชัย วิจารณ์กฎหมายประมง ชี้กระทบชาวประมงหนัก ต้องทบทวน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว หารือถึงผลกระทบจากกฎหมายประมงฉบับปี 2558 ที่ส่งผลรุนแรงต่อชุมชนประมงทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม จนเกิดวิกฤติอาชีพชาวประมงอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนกระบวนการจัดทำกฎหมายที่ขาดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะบทลงโทษที่รุนแรงเกินสมควรซึ่งอาจทำให้ชาวประมงล้มละลายและติดหนี้ข้ามรุ่น รวมถึงปัญหากฎหมายแรงงานที่กระทบต่อเยาวชนในครอบครัวประมง จึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและคืนความเป็นธรรมให้กับชาวประมงอย่างรอบด้าน

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายย้อนถึงความเป็นมาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายประมง เราได้มีการหารือ ใครที่เป็นชาวประมงมีความอดทนอย่างมาก จังหวัดอุดรธานีของผม ถึงแม้ว่าจะไม่มีประมงน้ำทะเลอยู่ห่างทะเล แต่ก็มีประมงน้ำจืด แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั่นล่ะครับ กฎหมายฉบับนี้ที่ออกเมื่อปี ๒๕๕๘ นี่เป็นตัวที่สำคัญเลยนะครับ ที่ทำให้พี่น้องชาวประมงแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ระเบียบต่าง ๆ ที่ออกนี้นับร้อย ๆ ฉบับ ซึ่งออกในยุค คสช. ต้องขออนุญาตนะครับ จริง ๆ ไม่อยาก ได้ยินหรอก คสช. เพราะมันก็ผ่านมาแล้ว แล้วก็ผ่านอนุมัติสภานิติบัญญัติ ซึ่งตั้งโดย คสช. คือกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติยึดอำนาจจากท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตอนนั้น รัฐบาล คสช. อ้างเหตุอ้างผลจำเป็นว่าสหภาพยุโรปจะต้องให้ใบแดง จะเลิกอุดหนุนสินค้า ประมงของชาวประมงไทย สินค้าประมงจะขายไม่ได้ต่าง ๆ นานา ผมจำได้สื่อมวลชนก็ออก การต่อต้านอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นเยอะแยะจากพี่น้องชาวประมง จนสุดท้ายผู้มีอำนาจ ในขณะนั้น ผมไม่อยากใช้คำว่า บ้าจี้ หรอกครับ ไม่รู้ว่าบ้าจี้หรือตาขาว แล้วก็ออกเป็น พระราชกำหนดประกาศว่าจะแก้ไขประมงให้ได้ไม่เกินตามที่มาตรฐานของสหภาพยุโรป ภายใน ๖ เดือน แล้วหลังจากนั้นนะครับท่านประธาน ฟังดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจ รวดเร็วทันใจ ในการแก้ไขปัญหาในขณะนั้นด้วยความฉับไว แต่อันนั้นคิดผิดอย่างรุนแรงครับท่านประธาน แล้วท่านก็ไม่รอบคอบนำไปสู่วิกฤติทางด้านการประมง ในขณะนั้นโดยแทบจะเรียกว่าอาชีพ จะสูญพันธุ์เลยครับ ผมไม่อยากจะฟื้นฝอย ถ้าไม่ฟื้นฝอยมันก็ไม่รู้ว่าวันนี้เราจะต้องมาแก้ไข เพราะฉะนั้นระยะเวลา ๖ เดือน อำนาจออกกฎหมายในการที่จะไม่ได้ฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชน ไม่ได้ทำอะไรเลย ใช้อำนาจตรงจุดนั้นเลยนะครับ ก็รู้อยู่เวลายึดอำนาจมา ก็ใช้อำนาจนั้นล่ะครับ แต่อำนาจมันก็ตกห้วยลงเหวไปหมด

ท่านประธานครับ ต่อมารายงานฉบับนี้ผมต้องขอชื่นชม ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี และท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับว่าท่านได้ทำการศึกษาและได้มีการแก้ไขปัญหา กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการได้อย่างดีเยี่ยมครับ และมา ถูกทิศถูกทางแล้ว เพราะในรายงานฉบับนี้ท่านได้รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประมง ทั้งสมาคมประมง สมาคมพื้นบ้านและ หน่วยงานภาครัฐ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมแรงงาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศ ทุกหน่วยงานเข้ามา คุยกัน พอมาคุยกันมันก็ต้องได้อย่างดี ความเห็นที่ได้จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมารวมความ สรุปเป็นข้อเสนอแนะที่ของคณะกรรมการก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ปัญหาความ ไม่เป็นธรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับกฎหมาย เกิดขึ้นกับกฎหมายประมงที่บังคับใช้อยู่นั้นก็คือ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ กฎระเบียบต่าง ๆ ที่กระผมได้กล่าวมาในตอนต้นว่า อย่างบทที่ ๓ ครับท่านประธาน ผลการศึกษาผลกระทบจากการออกกฎหมายบังคับใช้ ทั้งหมด ๑๕ ข้อ ผมเห็นด้วยกับท่านทุกข้อเลยนะครับ เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ท่านประธานครับ ขอยกตัวอย่างบางข้อ บางตอน ซึ่งมันเป็นอุปสรรคต่าง ๆ นานาที่ฉุดรั้งของประมงสูญพันธุ์ไป จะทำให้พี่น้องชาวประมงสิ้นเนื้อประดาตัวเราเรียกกัน ง่าย ๆ ว่าทำลายวงการประมงไทยก็ว่าได้ อย่างเช่น ๓.๑.๓ รายงานระบุว่ากฎหมาย มีการบังคับใช้เข้มงวดเกินไป ใช่ครับท่าน ไม่ได้สัดส่วน มีบทลงโทษทางอาญาที่สูงเกินไป ทั้ง ๆ ที่มีโทษจำคุกมีโทษปรับแล้วก็ยึดเครื่องทำมาหากินของเขาที่เขาหามาทั้งชีวิต โหดมากครับ ท่านประธานครับ ท่านทราบหรือไม่ว่าประเทศเราเคยมีโทษปรับที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายประมงฉบับนี้สูงถึง ๑๐๐ ล้านบาทเลยทีเดียว แล้วยังมีเคสของพี่น้องชาวประมง อีกมากมายที่โดนโทษปรับและเป็นหลักล้านด้วย ท่านประธานครับ ทราบหรือไม่ครับว่า ถ้าเราไปทำการประมงหาปลาโดยไม่มีใบอนุญาต โทษปรับตามกำหนดนี้ ๓๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๓๐ ล้านบาทต่อเรือ ๑ ลำนะครับ แต่โทษปรับ ๓๐ ล้านบาทต่อ ๑ คนครับ หาทั้งปีทั้งชาติ ๒ ชาติ ก็ไม่ได้ ๓๐ ล้านบาท อยู่บนเรือแล้วเรือลำนั้นมีพ่อแม่ลูก ๕ คน เท่าไรครับ ถ้า ๕ คน ก็ ๑๕๐ ล้านบาทนะครับ นี่ผมขอถามว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เพียงกฎหมายกำหนดโทษ ที่มันสาหัสสากรรจ์หนักหนาอย่างนี้ ลำพังพี่น้องชาวประมงที่ต้องต่อสู้กับคลื่นลมทะเล เสี่ยงดวงกับการออกไปหาปลา ต้องเสียค่าแรง เสียค่าน้ำมัน เสียอะไรต่าง ๆ วันไหนได้ปลา ก็คุ้มค่าน้ำมัน วันไหนไม่ได้ปลาแล้วจะขาดทุนเท่าไร อุปสรรคอย่างนี้พี่น้องชาวประมงสู้ได้ ถ้าเรื่องธรรมชาติเขาสู้ได้ แต่เขาต้องมาต่อสู้กับกฎหมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สิ่งที่พวกเขาสู้ไม่ได้จริง ๆ ก็คือกฎหมายประเทศไทยในยุคนั้น กฎหมายที่แทนที่จะสร้าง ความเป็นธรรม สร้างความหวัง สร้างเงิน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้เขา กับคนที่เป็นอาชีพ ประมงในประเทศนี้ กลับเป็นกฎหมายที่กดหัวชาวบ้าน กดหัวอาชีพของเขา จับถ่วงน้ำ ทุกวันนี้ชีวิตพี่น้องชาวประมงปริ่ม ๆ อยู่แล้วครับท่านประธาน แต่ต้องมาสู้กับกฎหมาย ทั้งมีโทษอาญา โทษปรับ และยึดเรือ ยึดเบ็ด ยึดสะดุ้ง ยึดอะไรไปหมดครับ กฎหมาย โหดมากครับ เรียกได้ว่ากดให้เขาไม่มีอากาศหายใจเลยครับท่านประธาน บางกรณีเรียกว่า สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่พอครับ ยังติดหนี้รุ่นลูกรุ่นหลานจนถึงรุ่นต่าง ๆ ไป ไม่มีโอกาส ที่ได้เกิดขึ้น

ขออีกนิดเดียวครับใกล้แล้วล่ะครับ มันเป็นสิ่งที่ดีขอให้ผมได้มีโอกาส ได้เปิดเผยเรื่องนี้ เพราะอึดอัดใจแทนพี่น้องชาวประมง และมีอีกครับท่านประธาน ๓.๑.๕ ในรายงานยังพูดถึงปัญหาแรงงานครับ ปัญหาแรงงานของการประมง คือกฎหมายนี้จำกัด อายุของแรงงานว่าแรงงานอายุต้อง ๑๘ ปีขึ้นไป ส่งผลให้ลูกให้หลานของชาวประมง เกิดมา มันก็ชาวประมงอยู่แล้ว ไปกำหนด ๑๘ ปี ถ้าลูกหลานไม่ถึง ๑๘ ปี ก็ออกเรือหาปลากับ พ่อแม่หรือกับครอบครัวไม่ได้ ถูกจับครับ สุดท้ายเราจะหวังอนาคตรุ่นลูก รุ่นหลาน ได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นตัวจุดนี้มันควรแก้ไขเรื่องแรงงานของภาคประมง กรมจัดหางาน ก็มีความเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับการใช้กฎหมายเป็นอุปสรรคต่อประมงไทยหลายประการ เช่น กำหนดจำนวนครั้งที่เปิดให้นายจ้างลงทะเบียน เพื่อทำหนังสือประจำเกินกำหนดสมควร และยังกำหนดมาตรการผ่อนผันให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสำนักนายกรัฐมนตรี อันนั้นคือความเร่งรีบในการจัดการของกฎหมาย หรืออย่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีความเห็นว่าการคุ้มครองแรงงานในภาคประมง ซึ่งดูในอำนาจของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พบว่ากฎหมายประมงฉบับนี้ไม่ได้สร้าง ความสะดวก อำนวยความสะดวก ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตการทำประมงของประเทศไทย เช่น กำหนดกฎเกณฑ์อายุฝึกงานเรือประมง ไม่เหมาะกับการประกอบอาชีพของลูกหลาน ชาวประมงเลย และยังกำหนดกฎกติกาจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร อยู่ในทะเลนั้นยุ่งยากครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ การแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง และผมคาดว่าร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมงที่สมาชิกเราจะได้ร่วมกันเสนอ แล้วอยู่ ในระเบียบวาระแล้วและจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว เพื่อคืนความเป็นธรรมสร้างโอกาส สร้างอนาคต ให้กับพี่น้องชาวประมงต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน