เทียบจุฑา สนับสนุนแก้กฎหมายประมง เน้นเป็นธรรม-ฟื้นฟูชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

เทียบจุฑา ขาวขำ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายประมงที่ไม่เป็นธรรม โดยชี้ว่ากฎหมายที่ประกาศใช้โดย คสช. ขาดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชาวประมงรายย่อยกว่า 600,000 คน ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง มีความเป็นธรรม และสนับสนุนการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เน้นการฟื้นฟูทรัพยากรน้ำจืด การกระจายอำนาจให้ชุมชน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมวัชพืช และการส่งเสริมการลงทะเบียนเรือเพื่อความมั่นคงในอาชีพของชาวประมงพื้นบ้าน

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนรายงานการพิจารณาศึกษาและ เสนอแนะการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมง ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม กับผู้ประกอบการประมงและกิจการประมงทั้งระบบนะคะ วันนี้ดิฉันรับฟังจากชาวประมง พื้นบ้านเขาก็มีความคาดหวัง มีความหวังที่จะแก้กฎหมายฉบับนี้ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานให้ทราบว่าประเทศไทยเราเคยถูกจัดอันดับอยู่ ๑ ใน ๑๐ ที่เป็นผู้ส่งออก ในการค้าขายอาหารทะเลออกไปสู่ต่างประเทศ แล้วก็ในพื้นที่ประเทศไทยเรานี้มีพี่น้อง ประมาณ ๒๕ จังหวัด ๑๔๒ อำเภอ ๘๓๗ ตำบล ที่ประกอบการประมงพื้นบ้านด้วย แล้วก็ เพาะสัตว์เลี้ยงรายย่อยมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน นี่ล่ะค่ะเป็นอาชีพหลักของพี่น้องประชาชน คนไทย โดยเฉพาะทางภาคอีสานเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีน้ำทะเล แต่จะเน้นไปในเรื่องของประมง พื้นบ้านนะคะ จากการอ่านรายงานก็ได้ทราบถึงผลการศึกษารายงานว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นต้นเหตุที่ทำให้ภาคการประมงหรือพี่น้องชาวประมง รวมถึงผู้ประกอบการหรือ Supply Chain ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการประมงได้รับผลกระทบกันทั้งนั้นเลย เพราะมาจากกฎหมาย ประมงฉบับนี้ เพราะกฎหมายประมงฉบับนี้ได้ออกกฎหมายโดย คสช. ซึ่งไม่ได้ตรวจสอบ ความคิดเห็นหรือสอบถามกับพี่น้อง ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนเลย ก็ถือว่า ขาดความรอบคอบก็ว่าได้นะคะท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ จากรายงานฉบับนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ชาวประมง แล้วก็ผู้ประกอบการ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย พอจะยกเป็นตัวอย่าง พอจะสรุปได้ว่า ๑. เกี่ยวกับเรื่องการออกพระราชกำหนดการประมง ปี ๒๕๕๘ และกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายที่เร่งรีบเกินไป ซึ่งไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีการศึกษาอย่างรอบคอบ ดังนั้นมันทำให้ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ของการประมงไทยค่ะท่านประธาน ๒. กฎหมายมีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอน ใบอนุญาตเรือ การกักเรือ ซึ่งเรื่องพวกนี้กระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของชาวประมง ทำให้ พี่น้องชาวประมงไม่สามารถที่จะออกเดินเรือในการประกอบอาชีพได้ เขาก็ขาดรายได้นะคะ และอีกอย่างหนึ่งจากรายงานฉบับนี้จะเห็นว่ากฎหมายมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดเกินไป ก็เป็นเหตุ การกำหนดโทษอาญาสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด อันนี้มีทั้งโทษจำและโทษปรับสูง แล้วรายงานฉบับนี้ก็กล่าวถึงการกระทำผิดด้านการประมง เข้าข่ายความผิดอย่างร้ายแรง ในมาตรา ๑๑๔ ซึ่งดิฉันเห็นว่ามันก็ร้ายแรงเกินไป เช่น การลืมเอกสาร การไม่พกพา ใบอนุญาต พวกนี้มีการปรับเป็นแสน ๆ บาทนะคะ แล้วก็อย่างข้อที่ ๕ เรื่องการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ไม่มีความเป็นธรรม เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายอื่น โดยเฉพาะความผิด เกี่ยวกับแรงงานภาคการประมงจะมีโทษสูงกว่าภาคแรงงานอื่น ๆ ทั้งที่มีฐานความผิด อันเดียวกัน ดังนั้นการจะต้องปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับนโยบายการประมงทะเล และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนชาวประมงให้ดีขึ้น แล้วก็ให้มีอาชีพที่มั่นคง แล้วควรจะให้การช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมและเป็นระบบ

อีกประเด็นหนึ่งค่ะท่านประธาน ในระหว่างที่จะต้องดำเนินการยกร่างกฎหมาย ประมงฉบับใหม่ หรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายประมงฉบับเดิม ดิฉันขออนุญาตเสนอแนะ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงควบคู่กันไปนะคะ เช่น การพิจารณาศึกษาแนวทางด้านการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืด ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เหมือนในอดีต ดั่งคำพูดว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ให้มีความสมบูรณ์ เพื่อพี่น้องชาวประมงจะได้ไม่ต้องอพยพไปทำงานที่ต่างประเทศหรือต่างถิ่น โดยเฉพาะ ภาคอีสานจะต้องไปทำงานในจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดภูเก็ต แล้วก็ไปอิสราเอล ไปไต้หวัน ไปเกาหลี

ข้อเสนอแนะประเด็นที่ ๒ การพิจารณาศึกษาขอให้กระจายอำนาจการจัดการ ทรัพยากรประมงน้ำจืดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนประมงพื้นบ้านให้มากขึ้น เช่น การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์และรายได้จากทรัพยากร การตั้งงบประมาณอุดหนุน ให้ชุมชน เพื่อนำไปจัดการบำรุง อนุรักษ์ ฟื้นฟูให้มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น

ข้อเสนอแนะประเด็นที่ ๓ ขอนำเสนอว่าในเรื่องของการกำจัดและแพร่พันธุ์ ของผักตบชวา จอกหูหนูยักษ์ วัชพืชนี้สำคัญมากในแหล่งน้ำที่จะประกอบอาชีพชาวประมงนี้ อย่างจังหวัดอุดรธานีของดิฉันจอกหูหนูยักษ์มากเยอะที่สุด เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง อ่างเก็บน้ำห้วยทรายเป็นปัญหาอุปสรรคทำให้เกิดน้ำเน่า เกิดเป็นปัญหาอุปสรรค การเจริญเติบโตของปลาในแหล่งน้ำ ดังนั้นดิฉันจึงขอให้เป็นการศึกษาและพิจารณาเป็น วาระเร่งด่วนในการดำเนินการควบคู่ไปกับการยกร่างกฎหมายประมงฉบับนี้

สุดท้ายนี้ดิฉันก็ขอฝากพี่น้องประมงว่า วันนี้กรมประมงเปิดให้พี่น้องชาวประมง ขอรับไปลงทะเบียนกับกรมเจ้าท่าภายใน ๙๐ วัน ก็เป็นข่าวดีเพื่อเป็นการสร้างอาชีพ อย่างถูกต้อง ก็คาดว่าการนำประโยชน์เป็นการช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ได้รับประโยชน์สูงสุด ดิฉันก็ขอขอบคุณรายงานฉบับนี้ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและชาวประมงทั่วไป ขอบพระคุณค่ะ