วรภพ สนับสนุนแก้กฎหมายประมง เร่งทบทวนความเป็นธรรม-ซื้อเรือคืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗

วรภพ วิริยะโรจน์ สนับสนุนรายงานการแก้ไขปัญหาประมง โดยชี้ว่ากฎหมายเดิมส่งผลกระทบต่อชาวประมงมานานเกือบ 9 ปี จึงเรียกร้องให้เร่งปรับปรุง พ.ร.บ. ประมงอย่างทันท่วงทีเพื่อความเป็นธรรม พร้อมทวงถามความคืบหน้าการตั้งงบซื้อเรือคืน การแก้ไขกฎหมายลูก และการบริหารแรงงานต่างชาติอย่างเป็นระบบ รวมถึงเรียกร้องให้ทบทวนการกำหนดจำนวนวันทำการประมงที่ไม่เป็นธรรมสำหรับเรือที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อสร้างความเสมอภาคและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอเป็นหนึ่งคนที่อยากขออภิปรายสนับสนุนรายงานของกรรมาธิการแก้ไขปัญหาประมง ในครั้งนี้นะครับ แน่นอนครับ เหตุผลก็คือเราทราบกันดีว่าเป็นเวลาเกือบ ๙ ปีแล้วที่กฎหมาย ประมง พ.ร.ก. ประมงที่ออกมาโดยขาดความรอบคอบนี้ มันทำร้ายชีวิตชาวประมงขนาดไหน การศึกษาในรายงานฉบับนี้ก็เป็นที่คาดหวังของชาวประมงทั้งประเทศที่อยากจะเห็นให้เกิด การแก้ไข ประเด็นมันก็จะอยู่ที่ว่าแล้ว จากรายงานฉบับนี้มันจะไปสู่การดำเนินการได้สำเร็จ ตามที่มีการศึกษาไว้รวดเร็วแค่ไหน เพราะว่าแน่นอนครับหลายอย่างที่ทางสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็กำลังรอความคืบหน้าอยู่ ก็อย่างเช่นการแก้ไข พ.ร.บ. ประมง ซึ่งจริง ๆ ต้องบอกว่า ในวาระของสภาผู้แทนราษฎรเอง ก็มีร่างแก้ไขประมง ๕ ฉบับจ่อคิวอยู่แล้ว รอแค่ร่างของ ครม. ซึ่งเข้าใจว่ามติ ครม. เมื่อวานก็มีรับรองหลักการ แต่ต้องยืนยันตรงนี้ครับว่ายิ่งการแก้ไข พ.ร.บ. ประมงล่าช้าไปอีกนานเท่าไร ความเสียหายผลกระทบที่ชาวประมงได้รับมันก็ยิ่งยืดเยื้อ ออกไปนานขึ้น ฉะนั้นมันจึงมาเป็นประเด็นสำคัญว่า แล้วการแก้ไขตามรายงานนี้จะสำเร็จได้ รวดเร็วอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ เพราะถ้าเราไม่แก้ พ.ร.บ. ประมง ต่อให้เราแก้กฎหมายลูก ออกมาวางหลักประกันนะครับ หลักประกันก็จะเป็นจำนวนที่สูง เพราะโทษมันยังสูงอยู่ ต่อให้แก้โทษว่าเฉพาะการทำผิดครั้งแรกให้ปรับโทษครึ่งหนึ่งได้ แต่โทษปรับ ๓๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งมันก็ยังเป็น ๑๕ ล้านบาทอยู่ดี ดังนั้นมันก็จะกลับมาที่กฎหมายลูก กฎหมายแม่ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการบังคับใช้ ที่ว่าจริง ๆ แล้วตามหลักโทษอาญาก็คือต้องไปดูกันที่ เจตนา สิ่งเหล่านี้ก็ยังอยากขอความชัดเจนครับว่าเราจะเห็นการแก้ไขในเรื่องการบังคับใช้ เจตนาตรงนี้มากน้อยแค่ไหนนะครับ

แล้วก็ประเด็นที่ชาวประมงเขารออยู่ก็คือการตั้งงบซื้อเรือคืน ที่เป็นสัญญา ของรัฐบาลที่ผ่านมาที่สัญญาไว้กับพี่น้องชาวประมงก็ยังไม่เห็นนะครับ แม้กระทั่งในคำของบ ปี ๒๕๖๗ ก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ในรายงานเล่มนี้ก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้นะครับ ก็ขอเป็น ตัวแทนพี่น้องชาวประมงในการทวงถามสัญญาตรงนี้กับที่รัฐบาลเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐบาล ชุดที่แล้วได้เคยสัญญากับชาวประมงไว้ รวมถึงว่าความคืบหน้าต่าง ๆ กฎหมายลูกก็เข้าใจว่า ในรายงานเล่มนี้เขียนไว้ว่าจะมีแก้ไข ๑๓ ฉบับ มีประกาศออกมาแล้วเข้าใจว่า ๓ ฉบับ ที่เหลือก็คืออยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ก็ต้องขอฝากท่านประธานในการเร่งรัด ให้การแก้ไขกฎหมายลูกออกมาได้รวดเร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวประมง นะครับ แต่ที่ยังไม่เห็นความคืบหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรมเจ้าท่า เรื่องของการ ต่อทะเบียนเรือต่าง ๆ ผมคิดว่ามันมีอีกหลายประเด็นที่นอกเหนือจากกฎหมายที่อาจจะ ไม่เห็นในรายงานฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นต่อทะเบียนเรือขอใบอนุญาตตรงนี้ มันควรจะ ทำให้กรมเจ้าท่ามีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมประมง ทำให้ชาวประมงได้รับความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการต่อทะเบียนเรือต่าง ๆ จบที่เดียวนะครับ ไม่ต้องไปวิ่งรอบกันระหว่าง กรมเจ้าท่ากับกรมประมงอีก สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่ได้เห็น แล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่จะเกิดขึ้น เพราะว่ารวมถึงแม้กระทั่ง การปรับปรุงเรือว่าถ้าเราบอกว่าค่าแรงจะขึ้น แต่การปรับปรุงเรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการลดการใช้แรงงานเหล่านี้ มันก็ต้องเกี่ยวพันกับการแก้ไขการปรับปรุงเรือต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่เห็นนะครับ หรือแม้กระทั่งเรื่องของแรงงานต่างชาติ ซึ่งผมต้องขอย้ำ อีกทีหนึ่งว่านี่เป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาล แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในประเด็นนี้นะครับ ในรายงานเล่มนี้ก็เขียนชัดเจนว่า สิ่งที่ชาวประมงต้องการอยากจะเห็นก็คือการให้ขึ้นทะเบียน แรงงานต่างชาติได้ทั้งปี ไม่ใช่ปีหนึ่งทำได้แค่ ๒ ครั้ง ซึ่งแน่นอนล่ะ และระหว่างที่ไม่ได้ขึ้น มันก็มาส่งผลกระทบกับการทำมาหากิน ในการนำแรงงานต่างชาติมาขึ้นระบบ ซึ่งอันนี้มันก็ จะกลับมาเป็นเรื่องข้อกังวลที่ทุก ๆ ภาคส่วนเขากังวลนะครับ ก็คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การค้ามนุษย์ต่าง ๆ ต้นตอของมันจริง ๆ มันคือกฎระเบียบเรื่องแรงงานต่างชาติที่ซับซ้อน ยุ่งยากและไม่เป็นธรรมกับการขึ้นระบบตรงนี้นะครับ ดังนั้นมันก็เลยกลับมาทวงถามว่า แล้วเรื่องนโยบายรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาคนต่างชาติจะมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ผมเห็น ในรายงาน แต่อย่างที่เกริ่นไว้ว่ายังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ออกมา ซึ่งแน่นอนครับก็คงต้องฝาก ท่านประธานนำเรียนกับทางรัฐบาลด้วยนะครับว่า จะแก้ปัญหาแรงงานต่างชาติทั้งระบบได้ ผมก็ขอเสนอเป็น Idea หลักการใหญ่ ๆ สัก ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ให้แรงงานต่างชาติ ทำบัตรประจำตัวใบเดียวแล้วทำงานได้ แต่ต้องมีนายจ้าง จะเป็นชาวประมงก็ได้นะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือการเปลี่ยนหลักการที่ว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องเป็นเงินก้อนให้เปลี่ยนเป็น รายเดือน ให้นายจ้างหักนำส่งรัฐเป็นรายเดือนไป เมื่อมีการเปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างคนใหม่ ก็หักนำส่ง ๒ หลักการนี้จะเป็นการแก้ปัญหาแรงงานต่างชาติได้อย่างมั่นคงถาวรกว่า มาตรการชั่วคราวที่ผ่านมานะครับ เพราะที่ผ่านมาสุดท้ายถ้าเรายังคงมีเงินก้อนอยู่ ในครั้งแรกมันก็ไม่มี ทั้งนายจ้างและตัวแรงงานต่างด้าวเองก็ไม่มีความสมประโยชน์ร่วมกันว่า ไม่อยากจะจ่ายเงินก้อนตรงนี้ แล้วก็เกิดเป็นขบวนการลักลอบ แล้วก็ต้องมาผ่อนผันทุกปี ดังนั้นการแก้ไขเรื่องนี้มันก็ต้องกลับไปแก้เรื่องกฎหมายแรงงานต่างชาติทั้งระบบ เพราะผม คิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ชาวประมงก็ต้องการอยากจะเห็นด้วย แล้วก็เป็นเรื่องเดียวกับ การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กันไปนะครับ

ข้อสุดท้ายยังมีรายละเอียดในเรื่องของการดำเนินการของกรมประมงเอง ที่ยังค้นพบว่ายังมีข้อความไม่เป็นธรรมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่ม MSY ที่ว่าชาวประมง ที่มีหลักประเภทเดียวกัน เรือคล้ายกัน แต่จำนวนวันทำการประมงยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน แน่นอน อันนี้ก็ยังได้รับข้อร้องเรียนขึ้นมาว่าทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติได้ ในการออกว่า จำนวนวันทำการประมงของแต่ละชาวประมงไม่เท่ากัน ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่ายังต้อง ไปขอให้ทางกรมประมงช่วยดูรายละเอียดเพื่อสร้างความเป็นธรรม แล้วก็ปรับปรุงข้อบกพร่อง ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ