สมชาติ เตชถาวรเจริญ หารือผลการพิจารณากรรมาธิการเกี่ยวกับกฎหมายประมงและปัญหาการทำประมงของชาวเลในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน โดยเรียกร้องให้กำหนดเขตวัฒนธรรมพิเศษเพื่อคุ้มครองวิถีชีวิต พร้อมเสนอการกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้ชุมชนท้องถิ่น และเร่งมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากร ควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชนเพื่อความมั่นคงในอนาคต
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล ในพื้นที่เขตทะเลอันดามันครับ จากรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมงให้เกิดความเหมาะสม และเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ผมเห็นว่า การรวบรวมปัญหาข้อกฎหมายจากการใช้กฎหมายหลัก รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายรอง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมงไทยค่อนข้างจะครบถ้วนดีแล้วทั้ง ๔ แนวทาง ได้แก่ การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาแรงงานประมงที่ท่านปลอดประสพพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ การรักษาทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงความมั่นคงทางทะเลและมาตรการส่งเสริมการส่งออก นำเข้า และการตรวจสอบสินค้าประมง แต่มันยังมีรายละเอียดอีกหลายประเด็นครับท่านประธาน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดข้างเคียงกลุ่มทะเลอันดามัน ที่ควรจะต้องได้รับการพิจารณา เพิ่มเติมดังต่อไปนี้ครับ
ข้อที่ ๑ การทำประมงของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล หรือที่เราเรียกว่าชาวเล ตามกรอบมติ ครม. พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษชาวเล ชาวเลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตประกอบไปด้วย หลัก ๆ ๕ กลุ่มด้วยกัน ซึ่งทั้ง ๕ กลุ่มนี้ก็ประกอบไปด้วยชาวเลอูรักลาโวยจ มอแกนและ มอแกลน ชุมชนที่ ๑ ได้แก่ ชุมชนชาวเลที่ราไวย์ ชุมชนที่ ๒ ได้แก่ ชุมชนหมู่บ้านเกาะสิเหร่ หรือที่เราเรียกว่า ชุมชนแหลมตุ๊กแก ชุมชนที่ ๓ ได้แก่ ชุมชนบ้านสะปำ อำเภอเมือง จังหวัด ภูเก็ต ชุมชนที่ ๔ ชุมชนแหลมหลา และชุมชนที่ ๕ ชุมชนชาวเลบ้านหินลูกเดียว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งสิ้นประมาณ ๘๐๐ กว่าหลังคาเรือน ประชากรกว่า ๓,๘๙๔ คน และยังมีพี่น้องชาวชาติพันธุ์ชาวเลในจังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล อีกหลายพันคนที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนควบคู่กันไปด้วย เช่นเดียวกัน เช่น การเร่งรัดพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ เป็นแนวทางการฟื้นฟูวิถีกลุ่มชาติพันธุ์ ตามมติ ครม. ที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล และกลุ่มอื่น ๆ ตามมติ ครม. ลงมาวันที่ ๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยเหลือคดีความของชาวบ้านชาวเลบางส่วน ดังนั้นผมขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะ กมธ. ที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้นะครับ รวมไปถึงกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และกองทัพเรือ ให้เร่งดำเนินการกำหนดเขตวัฒนธรรมพิเศษพื้นที่ทางทะเล เพื่อที่จะ เอื้อให้กับชาวประมงได้มีความมั่นใจและไม่ถูกดำเนินคดีการทำประมงเฉพาะหน้า
ข้อที่ ๒ รายงานแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมง ผลักดันการจัดทำ พ.ร.บ. ประมงใหม่ ผมเห็นว่าให้เน้นการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด มากกว่าการรวมศูนย์อำนาจการบริหารจัดการของรัฐบาลกลาง ผ่านคณะกรรมการนโยบาย ประมงแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและ กองทัพเรือ ดังเช่นที่หลาย ๆ นานาอารยประเทศเขาทำกัน เช่น ประเทศใกล้เคียงเราก็คือ มาเลเซียและอินเดีย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความเป็นเจ้าของทรัพยากรประมงของคนท้องถิ่น มากยิ่งขึ้น ส่วนรัฐบาลกลางจะทำหน้าที่เฉพาะกำหนดมาตรการกลางเบื้องต้นตามหลัก วิชาการตามพันธสัญญาที่ได้ไปทำไว้กับนานาประเทศ ดังนั้นผมขอเสนอให้มีแนวทางดังนี้
ด้านการกระจายอำนาจ ให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีอำนาจและ หน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงมากขึ้น เช่น การกำหนดเขตประมงชายฝั่ง ในระยะ ๑๒ ไมล์ทะเล เป็นเขตห้ามเข้าทำประมงเรือประมงพาณิชย์ที่ถูกกำหนดไว้ ตามมาตรการเข้าทำประมง และห้ามประมงพื้นบ้านออกไปนอกเขต หรือสามารถทำ การประมงนอกเขตดังกล่าวได้หรือที่เราเรียกว่าเขตห้ามเข้า ไม่ใช่เขตห้ามออกตาม พ.ร.ก. ในฉบับปัจจุบัน
ถัดมาให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดมีสิทธิและอำนาจ ในการตัดสินใจ ในการกำหนดและจำแนกแบ่งประเภทการทำประมง ที่ใช้ปัจจัยแบบองค์ประกอบองค์รวม ในการทำประมงควบคู่กันไป ด้านขนาดเรือ อัตรากำลังเครื่องยนต์และเครื่องมือที่ทำการ ประมงโดยไม่คิดแบบแยกส่วน เช่น กรณีประมงพื้นบ้านชุมชนโหนทรายทอง ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ถูกดำเนินคดี โดยใช้กฎหมายประมงพาณิชย์มาจับ ทั้ง ๆ ที่เป็น เรือมีขนาดต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส ตรงนี้ล่ะครับที่มาทำให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับ ความเดือดร้อน แล้วถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่ต้องพันล้านหรอกครับ แค่หลักแสนบาท ถูกปรับ ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ก็หมดตัวแล้ว ต้องหันไปประกอบอาชีพอื่น
ข้อที่ ๓ การจัดการทรัพยากรทางทะเลเพื่อการประมง ความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนของทรัพยากร ที่ผ่านมานานาประเทศได้ตระหนักและมีความพยายาม ในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อมของโลก เพราะพบว่าแหล่งการทำประมง ส่วนใหญ่ของโลก รวมถึงประเทศไทยชายฝั่งทะเลอันดามันกำลังประสบกับปัญหาการลดลง อย่างต่อเนื่องของทรัพยากรสัตว์น้ำ มีเหตุปัจจัยหลักมาจากน้ำมือของมนุษย์นี่เอง ไม่ว่าจะมาจาก การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจับสัตว์น้ำในวัยอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำประมงกันมากจนเกินกว่าธรรมชาติจะผลิตทดแทนได้ทัน ซึ่งหากยังมีการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ความสมดุลทางนิเวศทางทะเลและมหาสมุทรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญคือความมั่นคง ทางอาหารของประชากรโลกในอนาคตด้วย ดังนั้นเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการและ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนและเร่งด่วน โดยสมควรกำหนดมาตรการ ในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การขาดการทำรายงานและไร้ การควบคุม กำหนดจรรยาบรรณว่าด้วยการทำประมงอย่างรับผิดชอบ สนับสนุนกิจกรรม อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งให้กับประมงพื้นบ้าน ประมงท้องถิ่นตามหลักสิทธิมนุษยชน
การอภิปรายในครั้งนี้ผมขอให้รัฐบาล รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมีความจริงใจ ในการกระจายอำนาจและงบประมาณ เพื่อการแก้ไขปัญหาและการจัดการทรัพยากร ทางทะเลเพื่อการประมง เพื่อความมั่นคงทางอาหาร เพื่อความมั่นคงทางทรัพยากรต่อไป ตามวัตถุประสงค์ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมง ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการประมง และกิจการประมงทั้งระบบ และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนสามารถจบได้ ในระดับพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การจัดการทรัพยากรประมง การจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งต้องจัดการควบคู่กันไป โดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรการส่งต่อ ให้กับลูกหลานในอนาคตเป็นสำคัญ ขอบคุณครับ