ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยเห็นด้วยในบางส่วนแต่แสดงความกังวลต่อการเพิ่มกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี เนื่องจากอาจเกิดปัญหาทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อกำหนดให้ตอบคำถามภายใน 2 นาทีว่าอาจไม่เพียงพอต่อการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน และย้ำว่าการตั้งกระทู้ควรเพื่อการตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อทำลายหรือเสียดสี รวมทั้งคัดค้านการแก้ไขข้อบังคับที่จำกัดการมอบหมายให้รัฐมนตรีอื่นตอบกระทู้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อสมัยประชุม โดยยืนยันว่าควรให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของประชาชนและหลักการประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขออนุญาตอภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้เสนอ ดังนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อมี การประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้รัฐสภาของประเทศเรามี ๒ สภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างทำหน้าที่ เป็นองค์กรนิติบัญญัติ ตรากฎหมาย ใช้ข้อบังคับภายในรัฐ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาล ท่านประธานครับ การดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎรหรือการทำงานของ สภาผู้แทนราษฎรเรานั้นจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเราถือกันอยู่ในมือนี้จะเป็น กฎหมายที่กำหนดถึงขั้นตอนวิธีการในรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการทำงานของเรา เพื่อให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎกติการะเบียบอันเป็นประโยชน์สูงสุด ของพี่น้องประชาชนและเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านร่างของท่านพริษฐ์ ซึ่งเป็นผู้เสนอก็มีแนวความคิด มีหลายประเด็นที่ท่านมี แนวความคิดและมี Idea ที่ดีมากนะครับ แต่ก็มีบางประเด็นครับท่านประธาน กระผมมีความเป็นห่วงและมีความกังวลที่เราจะแก้ไข ข้อบังคับการประชุมของเราฉบับนี้ และจะเกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านทฤษฎี เรื่องกฎหมายหลักกฎหมายรวมถึงขั้นการปฏิบัติงานของจริงที่จะเป็นปัญหาขึ้นครับ เพราะว่าถ้าร่างมาแล้ว ข้อบังคับถ้าผ่านแล้ว ถ้าปฏิบัติจริงไม่ได้มันก็เกิดปัญหา มันไม่ประสบ ความสำเร็จหรอกครับท่านประธาน ผมรู้ล่วงหน้าเลยว่าจะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ประเด็น ที่ผมกังวลก็คือแก้ไขข้อบังคับที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับกระทู้ถาม ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๙ เกี่ยวกับ กระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีครับท่านประธาน ร่างของท่านมีการเพิ่มกระทู้สด นายกรัฐมนตรี เข้ามาในข้อบังคับการประชุมของเรา ซึ่งปัจจุบันข้อบังคับของปี ๒๕๐๖ ตามข้อบังคับ แก้ไขปี ๒๕๖๒ กระทู้ ๓ ประเภท ซึ่งกระทู้ถามด้วยวาจา กระทู้ทั่วไป กระทู้แยกเฉพาะ ที่ผ่านมาก็เป็นประโยชน์ ซึ่งต้องขอชื่นชมยินดีท่านชวน หลีกภัย ที่เป็นประธานชุดที่แล้วได้มี การปรับขึ้นมาจากกระทู้สดและกระทู้แห้งมาเป็นกระทู้แยกเฉพาะ ซึ่งกระทู้ที่เพื่อนสมาชิก ได้เสนอไปมันเยอะ ซึ่งกระทู้ถามแยกพวกเราถามตอบรัฐมนตรี ที่กระทู้บริเวณชั้น ๑ ก็เกิด เพิ่มเติมมาเป็นครั้งแรกในชุดที่ ๒๕ ชุดที่แล้วขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่มีการร่างข้อบังคับ เมื่อคราวที่แล้วเพิ่มเติมขึ้นมา ขอชื่นชมจริง ๆ เพราะผมเป็น สส. ชุดที่ ๒๖ ชุดนี้ ซึ่งท่าน สามารถตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนที่ สส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้นำเสนอและมาถามให้กับรัฐมนตรีและหน่วยงานราชการ คือรัฐมนตรีสามารถแยกออกมา ตอบกระทู้ได้ตามสบายที่เกี่ยวข้อง และสามารถตอบได้อย่างถูกจุดถูกต้องและสนอง ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี
ส่วนในร่างข้อบังคับฉบับนี้เป็นการเพิ่มกระทู้สดนายกรัฐมนตรีขึ้นมา ซึ่งผม ได้อ่านแล้วพบว่ากระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีกำหนดว่า ๑ สัปดาห์มีกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ๑ ครั้งต่อสัปดาห์ โดยไม่ได้กำหนดว่าทั้งหมดจำนวนกี่กระทู้ ๑ ครั้งกี่กระทู้ เพราะจำนวน กระทู้ทั้งหมดจะเป็นไปตามเวลาที่เหลืออยู่ตาม ข้อ ๑๕๕/๖ ซึ่งความแตกต่างจากกระทู้ ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามทั่วไป ถูกกำหนดไว้ในข้อ ๑๕๐ กำหนดจำนวนครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๓ กระทู้ และยังแตกต่างกับกระทู้แยกที่กำหนดไว้ในประกาศสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจำนวน กระทู้ถามแยก พ.ศ. ๒๕๖๒ ว่าไม่เกิน ๖ กระทู้ต่อสัปดาห์ ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตเรียนถามผู้เสนอร่างว่าการกำหนดระยะเวลาให้นายกรัฐมนตรีตอบคำถามไม่เกิน ๒ นาที จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริงหรือครับ พี่น้องประชาชนจะได้รายละเอียด ข้อมูลข้อเท็จจริงในการทำงานของฝ่ายบริหารมากน้อยเพียงใด ๒ นาที แค่จามมันก็ หมดแล้วครับ ท่านประธานครับกระทู้ถามคือกลไกการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายนิติบัญญัติใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารครับท่านประธาน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการ Discredit รัฐบาล หรือ Discredit นายกรัฐมนตรีแล้วครับ ท่านประธาน
ประเด็นสุดท้าย ข้อ ๑๕๕/๙ วรรคสอง ท่านกำหนดว่าในสมัยประชุมหนึ่ง นายกรัฐมนตรีจะมอบให้รัฐมนตรีท่านอื่นมาตอบกระทู้ได้ไม่เกิน ๒ ครั้งต่อ ๑ สมัยการประชุม ท่านประธานครับ กระผมเชื่อโดยสุจริตเลยว่าทั้งท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกท่าน รัฐบาลเราชุดนี้นำโดยพรรคเพื่อไทย ทุกท่านมีหัวใจจิตวิญญาณยึดถือรัฐบาลชุดนี้เป็น รัฐบาลที่มาจากประชาชน นายกรัฐมนตรีพูดตลอด เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาล ที่ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อมีกระทู้ถามขึ้นมารัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ถาม เพื่อให้ข้อเท็จจริง ให้ข้อมูลแก่พี่น้องประชาชนคลายความสงสัย และตอบข้อซักถามสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ครับ จะเห็นได้ว่าสมัยประชุมที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้ ไม่เว้นแม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ต่างก็มาตอบคำถาม ตอบกระทู้ถามของ เพื่อนสมาชิกอยู่แล้ว เพียงแต่บางครั้งอาจจะไม่ทันอกทันใจฝ่ายค้าน ก็ต้องรอหน่อยครับ เป็นฝ่ายบริหารไม่รู้ วาระงานอะไรต่ออะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด เขาก็สามารถมีความตั้งอกตั้งใจในการที่จะ มาตอบกระทู้อยู่แล้ว ในร่างข้อ ๑๕๕/๙ ขออนุญาตแป๊บเดียวจะจบแล้วครับท่านประธาน วรรคสองนี้กำหนดให้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีอื่นมาตอบกระทู้ได้ไม่เกิน ๒ ครั้งต่อ ๑ สมัยการประชุม กระผมคิดว่าไม่เป็นความสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะการที่ นายกรัฐมนตรีจะพิจารณามอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใดมาตอบกระทู้ ท่านนายกรัฐมนตรี ย่อมมองเห็นว่ากระทู้ถามอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีท่านใด อย่างท่านถาม เรื่องเกษตร ท่านไปเอาเรื่องยุติธรรมมามันไม่ได้ ท่านก็ต้องมอบหมายให้คนที่ถูกต้องมา มันก็ต้องเตรียมการไว้ ไม่ใช่กระทู้สด ท่านตอบไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่เป็นอะไร เพื่อออกทีวีเฉย ๆ มันต้องเอาความจริงให้กับพี่น้องประชาชน ประเด็นกระทู้ถามอยู่ภายใต้กรอบของรัฐมนตรี ของแต่ละท่าน เพราะรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีท่านใดที่สามารถตอบกระทู้ในหน้าที่การงาน ของตนก็จะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีจะพิจารณามอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ เป็นเรื่องปกติของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยแล้ว ผมอยากจะขอเรียนกับทางฝ่ายค้านกับท่านผู้เสนอว่าเอาไว้ในช่วงจังหวะ ที่ท่านเป็นรัฐบาล ค่อยมาแก้ไขให้มันก้าวหน้ากว่านี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ ผมไม่เห็นด้วย ในการที่จะมีการแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ ขอบคุณครับ