สิริลภัส กองตระการ อภิปรายสนับสนุนร่างข้อบังคับการประชุมใหม่ ซึ่งจะทำให้การเมืองไทยไปได้ไกล มีความโปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสภา พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการควบคุมการทำงานของสภาแห่งชาติ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอมาอภิปรายสนับสนุนให้รับหลักการ เรื่องของร่างข้อบังคับการประชุมที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าข้อบังคับสภาก้าวหน้านะคะ อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านลองถอดหมวกของการเป็นผู้แทนราษฎร แล้วสวมหมวกของ การเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าเกิดว่าเราเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่งเราอยาก จะได้สภาแบบไหน ซึ่งดิฉันก็ลองไปคิดถึงความคิดเห็นของประชาชนโดยอิงจากความเห็น ส่วนตัวของดิฉันเองว่า ถ้าเกิดว่าเรามีร่างข้อบังคับประชุมใหม่นี้ การเมืองไทยไปได้ไกล แน่นอน เพราะว่าอะไรคะ อย่างที่ท่าน สส. พริษฐ์ได้อภิปรายไปแล้ว ดิฉันก็มีความคิดเห็น ตรงกันในหลาย ๆ ประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความโปร่งใสในการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ที่จะให้ประชาชนได้ทราบทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อสารสนเทศที่ประชาชนเข้าถึงได้ตลอด ประชาชนจะรู้สึกใกล้ชิดกับการเมืองมากขึ้น หรือว่าไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบได้ในการ จัดให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลเรื่องของการปรึกษาหารือต่าง ๆ แล้วก็ได้ทำการติดตามว่า หน่วยงานนั้นได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว มันก็จะมีหลาย ๆ กรณีเลยค่ะว่า สส. ได้ปรึกษาหารือ ครั้งที่ ๒ ก็ต้องมาทวงถามเรื่องของการปรึกษาหารือครั้งแรกว่ายังไม่ได้รับการตอบรับจาก หน่วยงานใดเลย มันจะดีกว่าไหมคะ ถ้าเกิดว่าเราสามารถติดตามผลของการดำเนินงาน จากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ สส. ได้ทำการปรึกษาหารือไปได้ แล้วประชาชนก็ได้รับทราบ ด้วยนะคะ
เรื่องต่อไป เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ท่านพริษฐ์ได้บอกไว้ว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิน ๕,๐๐๐ คน เสนอต่อสภาให้ถือเป็นเรื่องด่วน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะว่าตอนนี้เงื่อนไขมันอาจจะมาก แล้วทำให้ประชาชนรู้สึกว่า มีความท้อใจไม่อยากจะยื่นอะไร เพราะว่ากว่าจะยื่นเข้ามาได้ไม่นับญัตติหรือ พ.ร.บ. อะไร ที่ สส. ได้เข้าไปยื่นเองก็เรียงคิวกันยาวมาก ๆ แล้ว แทบจะไม่มีความหวังในการที่จะให้ ร่าง พ.ร.บ. ของตัวเองได้เข้ามาสู่สภาเลยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของการปรับตัว ตอนนี้บริบทของสังคมก็เปลี่ยนไปแล้ว ในข้อบังคับข้อ ๖๙ ที่เราเพิ่มเติมขึ้นมามีการโอบรับไม่ให้เราอภิปรายเสียดสีหรือว่าใส่ร้าย ต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา เพศสภาพ เพศวิถี สภาพทางกาย หรือสุขภาพ ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม หรืออาชีพ หรือความคิดเห็น ทางด้านการเมือง ตอนนี้มันคือการต้องปรับตัวแล้วค่ะ เพราะว่าบริบทมันเปลี่ยนไป ท่านประธานคะ ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่จะเข้ามาช่วยในการทำงานให้กับ ทุก ๆ ท่านให้กับสภาได้มีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ประชาชนได้เข้าถึง ข้อมูลมากขึ้น คำถามคือทำไมเราถึงไม่ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นให้มันเป็นประโยชน์
เรื่องต่อไป เรื่องของเจตจำนง ถ้าสภาแห่งนี้มีเจตจำนงอยากให้การเมือง เป็นเรื่องของทุกคน จริง ๆ ก็ควรที่จะให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลแล้วก็ได้ Update ข้อมูล ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือคณะกรรมาธิการเองก็ดี ให้ได้รับรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย และอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือดิฉันมานั่งคิดดูแล้วว่าเรื่องนี้ในการที่จะ ทำให้สภาโปร่งใสตรวจสอบได้หรือว่ามีการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ นี้มันมีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างไร ดิฉันยังไม่เห็นส่วนเสียนะคะ ถ้าเกิดว่าจะไม่มีเจตนาที่จะต้องปิดบังอะไร ดิฉันเห็นแต่ มีส่วนได้ ส่วนได้กับใครบ้าง ส่วนได้ส่วนแรกก็คือผู้ทำงานนั่นเอง เราในฐานะ สส. เราก็จะได้ รายงานการทำงานให้กับประชาชนได้ทราบ ให้ประชาชนได้รับรู้ว่าคนที่เขาเลือกเข้ามา ทำงานแทนเขาเป็นผู้แทนราษฎรทำงานคุ้มค่า คุ้มเงินภาษีที่เขาจ่ายมาเป็นเงินเดือนพวกเรา แล้วหรือเปล่า ส่วนได้กับประชาชน ประชาชนก็จะได้ติดตามข้อมูลได้รับทราบข้อมูลไป พร้อม ๆ กัน แล้วเขาก็จะรู้สึกว่าการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ท่านประธานคะ ตอนนี้บริบททางการเมืองยุคใหม่มันแตกต่างจากสมัยก่อนแล้ว ประชาชนมีช่องทางในการ เข้าถึงข้อมูลได้มากมายหลากหลาย แล้วทำไมรัฐสภาถึงไม่ยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือว่า ทำให้รัฐสภามันโปร่งใส ถ้าเกิดว่าเราอยากจะให้รัฐสภานี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราก็ควรจะ มีบทบาทในการส่งเสริมให้กับประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล ได้ติดตามข่าวสารข้อมูล ทำให้สภา โปร่งใสตรวจสอบได้ ประชาชนมีส่วนร่วม มีการปรับตัว และดิฉันเชื่อว่าถ้าเกิดว่าเราทำได้ ทั้งหมดใน ๔ มิตินี้ รัฐสภาของเราจะไปได้ไกลและพัฒนามากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ