อรรถกร ศิริลัทธยากร คัดค้านร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอแก้ไข โดยมองว่ามีเจตนาจำกัดอำนาจฝ่ายบริหาร และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการลงคะแนนเปิดเผย รวมถึงแสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลังที่อาจทำให้ครม.รับรองงบประมาณอัตโนมัติ โดยเห็นว่าเสี่ยงต่อการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งวิพากษ์การจัดการประชุมที่อาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการตั้งกระทู้สดที่ไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกทุกฝ่าย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมเรียนต่อท่านประธานนะครับ แล้วก็ จะขออนุญาตผมอาจจะใช้เวลาเกินไปสักนิดหนึ่ง เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้เสนอญัตติ ด้วยความเคารพท่านนะครับ ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคก้าวไกล ท่านใช้เวลาไป ๒๐ กว่านาที แล้วก็ประเด็นของท่านต้องบอกว่าผมเชื่อว่าทางคุณพริษฐ์ ได้ร่างข้อบังคับฉบับนี้ ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่ดีหลายประเด็น ดังนั้นเองถ้าผมจะอภิปรายมันมีหลายประเด็น ที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่ง ท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ เมื่อสักครู่นี้ทางผู้ยื่นแก้ไขร่างข้อบังคับฉบับนี้ได้ใช้ชื่อว่า ร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก้าวหน้า ผมก็เคารพในความคิดของท่าน แต่ว่าผมมาอ่านร่างไล่เรียง การขอยื่นแก้ไขในแต่ละข้อผมมองว่าร่างฉบับนี้เหมือนกับร่างข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรฉบับต้องการจะบีบคอฝ่ายบริหาร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าต้องการจะบีบคอ คณะรัฐมนตรีเสียมากกว่า เหตุผลเป็นอย่างไรเดี๋ยวผมจะขออนุญาตอธิบายในภายภาคหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมได้เป็น สส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เริ่มเป็น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ นี่ก็ผ่านมา ๑๒-๑๓ ปีแล้ว ผมตระหนักดีครับว่าสภาแห่งนี้เราทำหน้าที่ ฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ได้ทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร ดังนั้นเองข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เปรียบเสมือนคัมภีร์ ให้พวกเรา สส. ทั้งหมด ๕๐๐ คน ทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติให้สำเร็จ ลุล่วงเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนไปได้ ดังนั้นเองต้องทำความเข้าใจว่าเราไม่ใช่ ฝ่ายบริหาร เราทำงานไม่เหมือนฝ่ายบริหารครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ มีหลากหลายประเด็นผมจะหยิบยกมาเป็นบางประเด็นก็แล้วกันที่ทางผู้ยื่นเสนอแก้ไข เขาได้ เสนอแก้ไขผ่านท่านประธานมายังที่ประชุมนะครับ ผมยกตัวอย่างในข้อ ๑๑ เลยแล้วกัน โดยให้ยกเลิกความในวรรคสอง ของข้อ ๘๐ แห่งข้อบังคับ โดยได้เขียนว่าในกรณีที่สมาชิก เสนอญัตติให้ลงคะแนนลับตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของสมาชิกในที่ประชุม ก็ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย ท่านประธานที่เคารพครับ ในบางกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรามีความจำเป็นที่จะต้องลงมติในเชิงลับ และแน่นอน การลงลับหรือไม่ลับมันก็เป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิก ที่จะเลือกได้ว่าเราจะลงลับหรือไม่ลับ แต่ผู้เสนอบอกว่าถ้าไม่อยากลงลับให้ลงโดยเปิดเผย ผมไม่แน่ใจ บางครั้งการลงเปิดเผย เพื่อที่จะกดดันเพื่อนสมาชิกที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวเองเสนอก็ได้ แต่ทำไมถึงตั้งว่า ให้ใช้เสียงแค่หนึ่งในสาม ทำไมไม่ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสภาตามมาตรฐานปกติของเรา นี่คือ ข้อแรกที่ผมไม่เห็นด้วย
ต่อไปครับท่านประธานในข้อ ๑๔ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกำหนดว่าประธาน คณะกรรมาธิการสามัญสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่ได้มาจากฝ่ายบริหารหรือพรรคที่มาจาก ฝ่ายบริหารหลัก ๆ ๓ คณะด้วยกัน คณะแรก ก็คือคณะ ป.ป.ช. ป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบ คณะที่ ๒ ก็คือศึกษาและจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ คณะที่ ๓ ก็คือคณะกิจการสภา ทำไมครับท่านประธาน พรรครัฐบาลเป็นประธานกรรมาธิการ เหล่านี้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ พรรคร่วมรัฐบาลไม่สามารถส่งคนของเราเป็นประธานกรรมาธิการ คณะเหล่านี้ไม่ได้หรือ ทำได้ครับ ถ้าทำดีก็เกิดประโยชน์กับพวกเรา เกิดประโยชน์กับประเทศ ถ้าทำไม่ดี ฝ่ายรัฐบาลถ้ามัวแต่จะไปปกป้องรัฐบาลของตัวเอง ชาวบ้านประชาชนเขาเห็นครับ ให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเองครับ มาเขียนล็อกอย่างนี้ผมว่ามันเป็นการลิดรอนสิทธิของสมาชิก ที่จะเป็นประธานกรรมาธิการ บางคนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องกิจการสภา เป็นประธาน กรรมาธิการกิจการสภาไม่ได้หรือครับ นั่นคือประเด็นที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ
ประเด็นถัดไปในข้อ ๙๘ โดยเนื้อหาใจความหลัก ๆ ก็คือการประชุม คณะกรรมาธิการย่อมเป็นการเปิดเผย เว้นแต่สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดร้องให้ประชุมลับ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วงหลัง ๆ ในการประชุมกรรมาธิการก็มีทั้งผู้เข้ามาชี้แจง แล้วหลาย ๆ ครั้งจะเป็นการต่อสู้กัน เป็นการอภิปรายตรงข้ามกันของทั้งสองฝ่าย ผู้ถูกร้องเรียนกับผู้ร้องเรียน บางครั้งผมเห็นมี เพื่อนสมาชิกขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ไม่เอ่ยพรรค เอามือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอตลอด แบบนี้ ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกรรมาธิการหรือไม่ ท่านประธานลองคิดภาพตามผม สักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าท่านประธานกำลังทำงานอยู่ในห้องประชุม สองฝ่ายอาจจะมีข้อทะเลาะ เบาะแว้งกันบ้าง โดยเฉพาะข้าราชการเขาไม่มีสิทธิ เราเป็นสมาชิกเราได้รับสิทธิคุ้มครอง แต่ข้าราชการเขาไม่มี แล้วมีคนมาถ่ายวิดีโอตอนที่ข้าราชการเขามาชี้แจงตลอด ท่านคิดว่า ข้าราชการเขาจะกล้าพูดความจริงทั้งหมดออกมาหรือไม่ นี่คืออุปสรรคครับ
ประเด็นถัดไปครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ เรื่องเกี่ยวกับข้อ ๑๑๔ ในกรณีที่ประธานสภา ผมเอาสั้น ๆ แล้วกัน ถ้าร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงินการคลัง ส่งไปที่นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับรองภายใน ๓๐ วัน ให้ถือว่า ครม. รับรอง และให้สามารถบรรจุสภาได้โดยอัตโนมัติ ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าเรื่อง พ.ร.บ. การเงิน การคลัง จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เพราะการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้เงิน หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกรม เวลาเขาจะต้องใช้เงินเพิ่มมันมีผล เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ทั้งนั้นครับ ถ้าเราไปบังคับว่าถ้านายกรัฐมนตรีเขามีเซ็นบางครั้งก็ต้องยอมรับ ตรง ๆ ว่าที่นายกรัฐมนตรีเขาไม่เซ็นเพราะว่าเขาไม่รับ เขารู้ว่ารับขึ้นมาแล้ว กระทรวงหรือกรม ทำงานไม่ได้ แต่นี่จะมาบอกว่าให้รับเป็นอัตโนมัติผมไม่เห็นด้วย
ในประเด็นถัดไปครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจะพยายามใช้เวลา ให้กระชับ ในข้อ ๒๔ ที่ทางผู้เสนอได้ยื่นแก้ไขนั่นก็คือข้อ ๑๔๕ กระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เรามีกระทู้อยู่ ๓ รูปแบบอยู่แล้ว กระทู้สดด้วยวาจา กระทู้ถาม ทั่วไป กระทู้แยกเฉพาะ ท่านประธานครับ เราจะเพิ่มกระทู้แบบที่ ๔ เพื่อถามนายกรัฐมนตรี อีกหรือ เพราะว่าทุกวันนี้กระทู้สด กระทู้ทั่วไป กระทู้ถามแยกเฉพาะ เพื่อนสมาชิก ก็ถามหลัก ๆ ไปที่นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นสิทธิที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะมอบหมาย คนในคณะ ครม. ให้มาตอบแทนได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบบ่อย ๆ ไม่ต้องห่วงครับ ผลเสียก็ตกอยู่กับตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ดังนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยครับ และที่ไม่เห็นด้วยยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ในเรื่องกระทู้สดที่ถามนายกรัฐมนตรี ในข้อ ๑๕๕/๒ ให้แบ่งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีเป็น ๒ ช่วง ช่วงแรกกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีจาก ผู้นำฝ่ายค้าน โดยผู้นำฝ่ายค้านมีสิทธิตั้งคำถามครั้งละไม่เกิน ๖ คำถาม ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านเอาอภิสิทธิ์อะไร มาได้อภิสิทธิ์ เหนือกับสมาชิกอีก ๔๙๙ คน ไม่มีครับ ผู้นำฝ่ายค้านสามารถโหวตได้ ๑ เสียง ผม สส. ๓ สมัยก็โหวตได้ ๑ เสียงเหมือนกันเพราะฉะนั้นการถามกระทู้ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้ อภิสิทธิ์กับผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ว่าผู้นำฝ่ายค้านจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ผมเชื่อว่าสภานี้เป็น สภาแห่งความเท่าเทียมครับ ทุกคนมีช่องทางถ้าท่านผู้นำฝ่ายค้านอยากจะถามกระทู้ มากกว่าคนอื่น ไม่ยากครับก็ไปที่ฝ่ายกฎหมายไปยื่นกระทู้ ยื่นให้เยอะเข้าไว้ครับ ยิ่งยื่นเยอะ ก็มีโอกาสถามเยอะ นอกจากนี้ยังจะมีการแบ่งเวลาในการถามกระทู้สด ยกตัวอย่างทุกวันนี้ เรามีกระทู้สด ๓ กระทู้ครับท่านประธาน ๑. เป็นของรัฐบาล อีก ๒. เป็นของฝ่ายค้าน ในทุก ๆ สัปดาห์ ยกตัวอย่างถ้าผมเป็นผู้ถามกระทู้ แล้วผมมีเวลาครึ่งชั่วโมง ๓๐ นาที ถ้าผมถามใช้เวลา ๒๐ นาที ในข้อบังคับที่ถูกเสนอจะให้โอนเวลาที่ผมใช้ไม่หมดไปให้ อีก ๒ กระทู้ ทำไมผมจะต้องแบ่งให้ ท่านประธานครับทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้รับความคาดหวัง ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเรามีวุฒิภาวะครับ การถามกระทู้ไม่ว่าจะเป็น กระทู้สด ๓๐ นาที กระทู้ทั่วไป ๒๐ นาที หรือกระทู้แยกเฉพาะ ผมเชื่อว่าผู้ถามกระทู้ เรามีวุฒิภาวะพอที่จะบริหารจัดการเวลาของตัวเราเองได้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าผมใช้เวลาไม่หมด ก็ไม่เป็นไรก็ตัดไป ถ้าฝ่ายรัฐบาลใช้ไม่หมดก็ตัดไป ฝ่ายค้านก็สามารถบริหารเวลาของ ตัวเองได้ ผมถามกลับกัน ถ้าฝ่ายค้านถามไม่หมด ผมมาเอาเวลาเพิ่มได้ไหม หรือผมบอก ผมเป็นฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้ถามกระทู้แรก ผมใช้เวลาเกินผมบอกไม่เป็นไรครับ ไปหักเอาจาก ฝ่ายค้านได้มันถัว ๆ กัน อย่างนี้มันไม่ถูกต้องครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวมา ครับท่านประธาน ผมจึงค่อนข้างที่จะไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับข้อนี้ แต่อย่างไรก็ดี ผมเคารพผู้เสนอนะครับ และเชื่อจากใจจริงว่าท่านผู้เสนอนั้นต้องการจะให้ร่างข้อบังคับ เป็นข้อบังคับที่มีความก้าวหน้า แต่ผมย้ำครับท่านประธาน ผมอยู่ตรงนี้มานาน ข้อบังคับ เราต้องคิด เราต้องคำนึงถึงการนำไปปฏิบัติจริง ให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้ทำงาน ได้ต่อไป ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน ความเห็นผม ผมคงอาจจะไม่เห็นด้วยกับร่างของ เพื่อนสมาชิก แต่ด้วยความเคารพนะครับ กราบขอบพระคุณครับ