มานพ หารือเปิดสภา-เสนอปรับเกณฑ์ร่างกฎหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖

มานพ คีรีภูวดล หารือร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการปฏิรูปสภาให้เป็นธรรมและใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น พร้อมเสนอให้นายกรัฐมนตรีตอบกระทู้ทุกสัปดาห์ เปิดพื้นที่รัฐสภาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมาย และลดจำนวนผู้ลงนามสนับสนุนร่างกฎหมายจาก 10,000 เป็น 5,000 คน เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยโดยตรงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการที่มีความซับซ้อนจากการรวมศูนย์อำนาจ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างแก้ไขข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ นะครับ ท่านประธานครับเห็นว่าท่านสมาชิกได้อภิปรายในแง่ของหลักการหรือว่าข้อเสนอแนะ ในเชิงระบบชัดเจนอยู่แล้ว ทั้ง ๙ ข้อที่คุณพริษฐ์ได้นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ว่ามันมีความจำเป็น ที่จะต้องแก้ไข มันมีหลักการอยู่ ๔ ประการ ที่ท่านจุลพงศ์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ เพื่อให้ เห็นภาพผมขออนุญาตย้ำในเชิงหลักการชัด ๆ อีกรอบหนึ่ง เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด ในบางประเด็น คือมันมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องนี้นะครับ เรื่องความโปร่งใสผมคิดว่ามันก็เป็นหลักการที่มันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในการ ทำงาน ขณะที่เราเรียกร้องให้ระบบราชการ ระบบสังคม ระบบอื่น ๆ ว่าต้องมีความโปร่งใส รัฐสภาเองก็ต้องปฏิรูปตัวเองครับ รับหลักการความเป็นธรรม อันนี้ก็ไม่ต่างกัน ในระบบ เรื่องสภายุติธรรม เรื่องสภาเสมอภาคอะไรพวกนี้ มันต้องไม่มีอำนาจที่มันไปแทรกแซง กระบวนการนิติบัญญัติของการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรของสมาชิกที่เป็นผู้ทรงเกียรติ จากพี่น้องประชาชน และที่สำคัญคือมันต้องไปเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน ทั้งหมด หลักการนี้มันเป็นข้อเรียกร้อง มันเป็นแนวการปฏิรูปของประเทศไม่ใช่หรือครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างนะครับ กรณีการยกระดับให้มีประสิทธิภาพ กรณีข้อ ๒ ที่ผู้เสนอได้เสนอว่า สภามีความหมาย ที่เป็นประเด็นที่สมาชิกบางท่านบอกว่าไม่เห็นด้วยคือการเพิ่มพื้นที่ ให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นฝ่ายรัฐบาล จะเป็น ฝ่ายค้านอะไรก็ตามแต่นะครับ มันมีปัญหาอย่างนี้ สมัยที่แล้วผมก็เสนอว่ากระทู้อย่างนี้ครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องไฟฟ้า ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับกี่กระทรวงครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ไฟฟ้าก็คือกระทรวงมหาดไทยดูแลนะครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่พื้นที่ปักเสาพาดสายนี้ ไปอยู่ในพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บางพื้นที่ที่ผมลงพื้นที่ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ห่างจากถนนเพชรเกษมไม่ถึง ๔๐ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของ กระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่สภาบอกว่าท่านครับแบบนี้ถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไม่ได้ ถามกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ ต้องถามที่นายกรัฐมนตรี คือปัญหา ในประเทศนี้ ท่านประธานครับมันมีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้นะครับ กระทู้สดในสภานี้ มันมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการเพราะว่ารัฐไทยรวมศูนย์อำนาจ อยู่ตรงนี้ คนที่จะมีอำนาจในการสั่งการในข้อคำสั่งราชการก็คือนายกรัฐมนตรี อันนี้คือ เป็นประเด็นหลักการสำคัญที่สุดครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้มาตอบ ผมคิดว่าการสั่งการให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมันดำเนินการได้ทันทีครับ เพราะฉะนั้นการที่นายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้สด คำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ อาทิตย์ ซึ่งใช้เวลาไม่มาก จะเป็นการแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชนได้ทันทีครับ ท่านประธานทราบไหมครับผมเคยตั้งกระทู้และอภิปราย หลาย ๆ เรื่อง เรื่องก็วนอยู่นี้นะครับ ส่งภายในกระทรวง ตีปิงปองกันไปตีปิงปองกันมา สุดท้ายก็คือว่าเรื่องนี้ข้ามเป็นปีข้ามเป็นสมัย บางสมัยก็ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น การที่นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีการทับซ้อนในการแก้ไข ปัญหา ที่มีการทับซ้อนในการบริหารราชการ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการได้ทันที จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ทันทีท่านประธานครับ

ประการที่ ๓ กรณีเรื่องการที่ทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้นี้ ผมถือว่าเป็นการพบนายกรัฐมนตรี พบกับตัวแทนประชาชนอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง ไม่เสียหาย อะไรเลยครับ การที่นายกรัฐมนตรีจะมาพบกับตัวแทนประชาชน เพราะแต่ละคนที่มานี้ ก็มาจาก ๗๐ กว่าจังหวัด มีตั้งแต่ภาคใต้ ประเภทลุ่มน้ำ ในทะเล ในภูเขา อย่างผมครับ ผมก็สามารถที่จะอธิบายอยากได้สื่อสารกับนายกรัฐมนตรีได้ว่าพี่น้องประชาชนบนพื้นที่สูง มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่นายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้ก็ถือว่าเป็น นายกรัฐมนตรีพบกับตัวแทนประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีทางที่จะไปพบกับ ๗๖ ล้านคนได้ทันที เพราะฉะนั้นการที่พวกเรามาตั้งกระทู้นี้ ก็เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมถามว่ามันจะเสียหายอะไรครับ ทีนี้ในกรอบหลักการข้อ ๒ ที่ผมจะลงรายละเอียดคือเรื่องการเชื่อมโยงกับประชาชน อันนี้ สำคัญนะครับท่านประธาน ผมเห็นว่าสมัยการประชุมรอบที่ผ่านมา รัฐสภาที่ผ่านมาพี่น้อง ประชาชนได้ใช้พื้นที่รัฐสภามากขึ้น ต่างกับที่ผมเป็นสมัยที่ผมทำงานภาคประชาสังคม เป็น NGOs ครับ ท่านประธานลองเข้าไปดูประวัติศาสตร์การชุมนุมประท้วง เคยมีเอาสุนัข มาไล่พวกเรานะครับ ไปยื่นหนังสือเข้าไปในรั้วรัฐสภาก็ไม่ได้ครับท่านประธาน มียามของ รัฐสภามารับหนังสือพวกเรา แต่รอบแบบนี้ผมเห็นพี่น้องประชาชนจากทั่วสารทิศ เจ้าหน้าที่ อำนวยความสะดวกขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ถ้าให้มันเป็นเชิงหลักการ กรณีการเสนอ กฎหมาย ตอนนี้เราใช้หลักการที่ว่าประชาชน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อเสนอกฎหมาย ลดลงหน่อย ได้ไหมครับ การที่ประชาชนเขาจะมีพื้นที่ในทางข้อเสนอกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้ ๑๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่หาง่าย ๆ นะครับท่านประธาน ยังดีครับวันนี้สามารถที่จะลงชื่อในระบบ Online ระบบดิจิทัลได้ แต่ก็ไม่ง่ายนะครับท่านประธาน กฎหมายบางกฎหมายที่พี่น้องประชาชน สนใจที่จะเสนอ ถ้าเราลดจำนวนคนลงมา ๕,๐๐๐ คนก็มีสิทธิที่จะเสนอ ผมคิดว่าจะเป็น โอกาสดี เพราะฉะนั้นก็จะเป็นกระบวนการรัฐสภาภายใต้ข้อบังคับรัฐสภา เปิดประชาธิปไตย โดยตรง ทางตรงให้กับพี่น้องประชาชนใช้สิทธิตามสิทธิรัฐธรรมนูญและข้อบังคับเหล่านี้ จะนำไปสู่การเอื้ออำนวยให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลที่รวมตัวกันที่จะเสนอกฎหมาย ผมถามว่า มันผิดอะไรครับตรงนี้ ผมถามว่ามันจะไปขัดแย้งอะไร หลักการและจะปฏิรูปประเทศ ผมถามว่ามันจะไปขัดแย้งกับหลักการเรื่องการพัฒนาระบบประชาธิปไตยอย่างไรครับ ในประเด็นการเชื่อมโยงประชาชนนี้สิ่งที่มีความจำเป็นเราจะเห็นว่ากฎหมายประชาชน ที่เสนอเข้ามาบางทียิ่งไปใหญ่นะครับ ตอนนี้ก็คือว่าเสนอเข้ามาก็ปัดตก ปัดตก ปัดตก อะไรพวกนี้ เพราะประชาชนไม่ได้มีตัวแทนในการพูดตรงนี้ และที่สำคัญก็คือว่ากฎหมาย ของประชาชนมารอแล้วรออีกครับ สภาไม่ได้พิจารณา ผมคิดว่าข้อเสนอของคุณพริษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้นำเสนอนี้ กฎหมายที่ประชาชนเสนอควรจะ เป็นกฎหมายที่มีความเร่งด่วน มีความเร่งด่วนที่สภาจะพิจารณาให้ความเห็นและพิจารณา ให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิโดยทางตรง ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้อภิปราย ผมถามสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมถามท่านประธาน ผมถามพี่น้องประชาชนว่าถ้าคิดจะปฏิรูป ประชาธิปไตย ถ้าคิดจะปฏิรูปประเทศไทย การเริ่มปฏิรูปจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โดยหลักการการยกระดับคุณภาพ โดยหลักการการเพิ่มความโปร่งใส โดยหลักการ การรับประกันความเป็นธรรม โดยหลักการการเชื่อมโยงกับประชาชน ผมถามว่า ๔ หลักการ ๙ ข้อย่อยนี้มันผิดตรงไหนครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ