อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือปัญหาลิงล้นเมืองในจังหวัดลพบุรีที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขแบบบูรณาการที่เป็นระบบ ได้แก่ การสำรวจประชากรลิง การทำหมันทั้งตัวผู้และตัวเมีย การจัดตั้งนิคมลิง และการกำหนดพื้นที่ปล่อยลิงอย่างชัดเจน โดยเน้นให้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างลิงและชุมชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อปัญหาลิงล้นเมืองที่ไม่ใช่แค่วิกฤติเฉพาะจังหวัดหรือวิกฤติเฉพาะชุมชน แต่เป็นปัญหาใหญ่ ที่รอวันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการแล้วก็เป็นระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ สถิติจากการ สำรวจสำมะโนประชากรลิงกรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดลพบุรี สถิติในปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีการสำรวจ สำมะโนประชากรลิงโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ข้อมูลในปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๓ พบว่ามีประชากรลิงจำนวน ๓,๑๒๑ ตัว ในจำนวนนี้แบ่งเป็นลิงตัวโตเต็มวัย ๑,๕๔๗ ตัว แบ่งเป็นลิงวัยรุ่น ๑,๒๒๕ ตัว และเป็นลิงที่เป็นลูกเกาะอกอยู่ ๓๔๙ ตัว ตัวเลข ในปี ๒๕๖๑ มาปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๕ ตัวเลขก็พุ่งสูงขึ้นโดยลำดับนะครับ โดยตัวเลข จากการสำรวจในปี ๒๕๖๖ พบจำนวนประชากรลิงอยู่ที่ ๒,๒๐๖ ตัว จากปัญหานี้เราก็ เห็นว่าในจังหวัดลพบุรีแล้วก็หลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาประชากรลิงล้นเมือง ถ้าวิเคราะห์ แล้วคิดแบบกำปั้นทุบดิน แบ่งรูปแบบการแก้ปัญหาลิงเป็น ๓ หมวดใหญ่ ๆ จะพบหมวดที่ ๑ คือแนวทางการแก้ปัญหาโดยการย้ายคนออกจากลิง ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ความจริง ไม่ต้องย้ายคน ภาคธุรกิจบริการในหลายพื้นที่ เช่น กรณีศึกษาจังหวัดลพบุรีร้านรวงอยู่ไม่ได้ เมื่อก่อนเคยมีร้านซื้อของฝาก เคยมีร้านอาหาร ปัจจุบันเหลือเพียงร้านอะไหล่ยนต์ หรือร้าน ที่ไม่ได้รับผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบจากปัญหาลิงล้นเมืองมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น โมเดลที่ ๑ การย้ายคนออกจากเมืองน่าจะไม่ Work โมเดลที่ ๒ เป็นแนวทางในการย้ายลิง ออกจากคน อันนี้แลดูมีความหวังนะครับ เคยมีความพยายามที่จะสร้างนิคมลิง คงไม่ถึงขั้น นิคมลิงสร้างตนเองนะครับ แต่ว่าเป็นนิคมลิง แต่เชื่อไหมครับว่าความพยายามในการสร้าง นิคมลิงเพื่อจะย้ายลิงออกไปอยู่ในนิคม แต่ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่เคลื่อนไหวเพื่อย้าย เจ้าหน้าที่ที่เสนอให้ย้ายลิง เราเลยไม่ทราบว่าตกลงจะย้ายเจ้าหน้าที่ก่อนหรือว่าจะย้ายลิง ได้สำเร็จก่อน ดังนั้นแนวทางในการย้ายลิงออกจากคนก็เป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่ต้องจำกัด กรอบแนวคิดและวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด โมเดลที่ ๓ ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็น แนวทางที่ ทำให้ลิงอยู่กับคนได้ในระบบนิเวศที่เป็นปัจจุบัน และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ถามว่าลิงอยู่กับคนได้ต้องมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนคู่ขนานอย่างไรบ้าง อย่างแรกครับ ต้องไปสำรวจสำมะโนประชากรลิงให้ชัดเจน เพราะในปัจจุบันตัวเลขที่จังหวัดมี ตัวเลข ที่ท้องถิ่นมี ตัวเลขที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมี ไม่ค่อยจะตรงกันสักเท่าไร เมื่อสำรวจสำมะโนประชากรลิงแล้ว เราจะเห็นเส้นกราฟที่ชัดเจนครับว่า ๑๐ ปีที่แล้ว ลิงลพบุรีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ปลาย ๆ ยังไม่แตะ ๒,๐๐๐ ดี แต่ปัจจุบันครับ ท่านประธาน ลิงลพบุรีไปแตะถึง ๓,๐๐๐ กว่าตัว
แนวทางที่ ๒ สำรวจสำมะโนประชากรแล้วก็ทำหมันสิ พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะมันมีต้นทุน ต้องใช้งบประมาณในการทำหมันลิงต่อตัวประมาณ ๑,๒๐๐ บาท งบประมาณที่ได้มาก็ทำได้เต็มที่ประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ ตัวเท่านั้น และถ้าทำหมันลิง โดยไม่เข้าใจลักษณะการขยายพันธุ์ของลิงก็จะเหมือนกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครับ เพราะว่าลิงมีตัวผู้ มีตัวเมีย เวลาที่ไปทำหมันตัวเมีย แต่ตัวผู้ยังอยู่ ประสิทธิภาพในการ ขยายพันธุ์ของลิงตัวผู้ใน ๑ วัน ลิงตัวผู้ ๑ ตัวสามารถขยายพันธุ์โดยการผสมพันธุ์ได้มากกว่า ๑๐ ตัว นั่นแปลว่าถ้าเรามุ่งทำหมันเฉพาะลิงเพศเมีย ไม่ทำหมันลิงเพศผู้ก็อาจจะแก้ปัญหาได้ ไม่ตรงจุด ทีนี้ถามว่าในห้วงระยะเวลาย้อนหลังกลับไป ๑๐ ปีเขาทำหมันหรือเปล่า คำตอบ คือทำครับ แต่ทำไมทำแล้วการสำรวจสำมะโนประชากรลิงลิงถึงเพิ่มมากขึ้น เพราะทำแบบ ไม่ครอบคลุม มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ
แนวทางที่ ๓ ก็คือการขับเคลื่อนนิคมลิงอย่างเป็นระบบ อย่างที่ผมเรียน พอมีการเคลื่อนไหวว่าจะย้ายลิง คนจะย้ายลิงก็โดนปัญหาจะถูกย้ายเสียเองก่อน ดังนั้น เราต้องสร้างโครงข่าย สร้างระบบนิเวศให้เหมาะสม และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่โดยรอบของนิคมลิง และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
แนวทางที่ ๔ ต่อไปครับ เป็นการกำหนด Zoning ลิงอยู่พื้นที่ใดได้ อยู่พื้นที่ใด ไม่ได้ และต้องเร่งประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ อย่างที่ผมเรียนครับปัญหาลิงล้นเมืองนั้นไม่ใช่ ปัญหาของเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ปัญหาของชุมชนหรือจังหวัดครับ แต่เป็น ปัญหาใหญ่ระดับชาติ
และแนวทางที่ ๕ ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจครับ ก็คือแนวทางการสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคนกับลิง และเปิดพื้นที่รับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน เพราะถ้าคิดแต่จะย้ายอย่างเดียวประชาชน ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ปลายทางของนิคมลิงเขาไม่รับ โครงการสร้างนิคมลิง ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแนวทางในการสร้างกระบวนการ มีส่วนร่วม การรับรู้รับทราบจากชุมชนท้องถิ่น มาจนถึงปัญหาระดับชาติต้องแก้ปัญหา แบบบูรณาการอย่างเป็นระบบ และมองปัญหาเป็นภาพใหญ่ได้แก้แบบเบ็ดเสร็จครับ ขอบพระคุณครับ