ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายปัญหาลิงในชุมชนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยชี้ว่ารากของปัญหาเกิดจากยุทธศาสตร์ชาติที่ขาดความชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการจัดตั้งพื้นที่เฉพาะสำหรับลิงในรูปแบบ Monkey Forest คล้ายบาหลี โดยใช้พื้นที่ค่ายทหารร่วมกับชุมชน เพื่อแยกพื้นที่คนกับสัตว์ ควบคุมโรค ส่งเสริมรายได้ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแนวทางอย่างรอบด้านภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาเดือดร้อนอันเกิดจากลิง ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายเรื่องปัญหาสัตว์ป่ากับคนที่มีการกระทบกระทั่งกันมาก่อน คือเรื่องช้างป่า เรื่องนี้เอาจริง ๆ หลายท่านได้พูดปัญหาของสัตว์หลาย ๆ อย่างไปแล้ว แต่เรา ยังลงไปไม่ถึงรากของปัญหาที่แท้จริงว่าปัญหาของสัตว์กับคนที่เกิดขึ้นคืออะไรบ้าง ผมขอ ย้อนกลับไปตอนนั้นผมเคยอภิปรายว่าปัญหาที่แท้จริงของเรื่องลิงและเรื่องช้างมันเกิดจาก ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติในหน้า ๕๓ ข้อ ๔.๑.๒ เขียนไว้แค่บรรทัดเดียวครับ ที่ทำให้เกิดปัญหาข้อพิพาทระหว่างคนกับสัตว์อย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะต้องทำให้คน และสัตว์และชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ คำถามคือเคยถามประชาชน หรือถามคน หรือถามสัตว์ป่าก็ได้ถ้าถามได้ ว่าการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในพื้นที่เดียวกันหน้าตาเป็นอย่างไร เคยทำ Agreement ร่วมกันระหว่างสัตว์กับคนหรือไม่ ไม่ครับ แต่ดันไปเขียนไว้ในแผน ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเชื่อมโยงไปสู่รัฐธรรมนูญ ที่ถ้าเกิดไม่แก้รัฐธรรมนูญเราแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ได้หรอกครับ เพราะท้ายที่สุดแล้วถ้าเกิดทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะบอกว่าเรื่องนี้ แก้ไม่ได้จริง ๆ เขาเอาหลังพิงยุทธศาสตร์ชาติได้นะครับ การเอาหลังพิงยุทธศาสตร์ชาติ สุดท้ายเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วปัญหาเรื่องนี้มันก็จะไม่ถูกแตะหรือแก้ไข ต่อให้มีความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศดังที่เพื่อนสมาชิก กล่าวไว้เป็นตัวตั้ง ดังนั้นเผลอ ๆ เรื่องนี้เราอาจจะต้องคุยเรื่องถ้าตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แก้ปัญหาเรื่องลิงได้ เผลอ ๆ ๑ หัวข้อที่ต้องคุยกันคือเรื่องของการแก้ยุทธศาสตร์ชาติ หรือแก้รัฐธรรมนูญ ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ เรื่องลิงไม่ใช่เรื่องเล็ก เหมือนเรื่องช้างป่า ที่ผมบอกล่ะครับ เราแยกไม่ออก ทั้งลิงและช้างมันไม่ได้มีแค่สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง มันมี สัตว์เมืองขึ้นมาแล้วครับตอนนี้ คือสัตว์ที่เข้ามาหากินและใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนต่าง ๆ เรื่องเหล่านี้ถ้าไม่ถูกหยิบยกมาแก้ไขพูดคุยกันเพื่อหาทางออก จริง ๆ แล้วเราอาจจะเจอ ปัญหานี้ การขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น ต่าง ๆ อีกมากมาย จริง ๆ แล้ววิธีการแก้ปัญหาถ้าเกิดเรื่อง แก้ยุทธศาสตร์ชาติอาจจะยากเกินไป ลองมาดู Model ที่บางประเทศเขาสามารถใช้ เพื่อแก้ปัญหาลิงที่อยู่ในชุมชนได้ ตัวอย่างที่ผมจะยกคือตัวอย่างที่ทางเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของผม คุณรังสิมันต์ โรม ได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าเขาเคยไปที่บาหลี อินโดนีเซีย เขามีการทำ Monkey Forest ครับ Monkey Forest คือเขาจะมีการ Zoning พื้นที่ที่หนึ่งที่มีการกีดกันพื้นที่แบบหลวม ๆ เพื่อให้เกิดคล้าย ๆ แบบสวนนก แต่นี่คือสวนลิง มีพื้นที่ที่เหมาะสม มีอาณาบริเวณให้ลิงอยู่ มีการให้อาหารโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พูดง่าย ๆ คือมีการเอาสิ่งที่เป็นปัญหาเข้ามารวมอยู่ในพื้นที่ และจัดการปัญหาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างรายได้ให้กับประชาชนที่อยู่รอบ ๆ เป็นชุมชน แล้วก็ขายสินค้า มีเรื่องที่พัก สามารถส่งเสริมเศรษฐกิจได้ เพราะว่าตอนนี้เราพูดเรื่องลิงมีผลกระทบ ทางเศรษฐกิจ ดังนั้นถ้าแก้เรื่องนี้ลิงต้องแก้เรื่องเศรษฐกิจด้วย และการเอาสัตว์เข้าไป Zoning อยู่ในจุด ที่เหมาะสม ปลอดภัย แยกคนออกจากสัตว์ไม่ต้องอยู่ร่วมกัน แต่ยังคงได้ใช้ชีวิตอยู่อย่าง มีความสุข คือเป้าหมายปลายทางที่เราสามารถทำได้ เรื่องนี้นอกจากช่วยเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ยังช่วยเรื่องการควบคุมโรค เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าลิงเป็นพาหะที่นำโรคมาสู่คนหลากหลายโรค มาก ๆ เรื่องนี้ก็จะช่วยป้องกันเรื่องความปลอดภัย การท่องเที่ยวก็ยังอยู่ ลิงก็ยังอยู่ พื้นที่ ก็ยังอยู่ ชุมชนก็มีความสุขมากขึ้น เรื่องนี้ผมก็อยากจะเสนอไว้ให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มารับผิดชอบไป แต่ผมก็มีข้อกังวลจริง ๆ ดังที่ท่านเพื่อนสมาชิกท่านนิติพลกล่าว เรื่องนี้ ต้องใช้อำนาจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ท่าน เป็นคนเดียวที่ไม่มาตอบกระทู้ใด ๆ เลย เรื่องสัตว์ป่าทั้งที่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของท่าน ท่านต้องมาร่วมกับเราครับ เพราะว่านี่คืองานที่ต้องแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน จะได้มาจัดการปัญหาหรือพูดคุยปัญหาอย่างเต็มที่กันเสียที
ส่วนเรื่องสุดท้าย คำถามคือถ้าเกิดเราจะจัด Zoning ให้มีสวนลิงหรือ Monkey Forest ตามแบบที่บาหลี อินโดนีเซีย คำถามคือจะจัดไว้ที่ไหนได้บ้าง เท่าที่ผม สอบถามมาเหมือนจะมีการพยายามสร้างกรงลิงเอาไว้แล้ว แต่ไม่สามารถใช้ได้ มีการ ชำรุดทรุดโทรมและไม่สามารถย้ายลิงเข้าไปอยู่ที่นั่นได้ ลิงในเมืองก็ย้ายเข้าไปไว้ในป่าไม่ได้ เพราะว่าเขาเติบโตและเกิดมาในเมือง ไม่สามารถย้ายเข้าป่าไปหาอาหารการกินตามปกติได้ จำเป็นต้องหาที่ที่เหมาะสมในการบริหารจัดการและดูแลให้การมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วจะเอาที่ไหนดี เท่าที่ผมพอจะหาวิธีได้ผมว่าอาจจะต้องขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐ ที่มีพื้นที่เยอะแล้วยังไม่ถูกใช้ เพื่อดูแลประโยชน์สุขของชุมชนร่วมกันและทำให้สัตว์อยู่กับ ชุมชนร่วมกันได้ตามยุทธศาสตร์ชาติดังที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ผมว่าลองย้ายไปไว้ในขอพื้นที่ ค่ายทหารดีไหมครับ ผมว่าเขตพื้นที่ทหารในจังหวัดลพบุรีน่าจะมีเยอะอยู่นะครับ หรือเรื่องนี้ อาจจะให้ทางกรรมาธิการทหารไปขอประสานงานกับทางกระทรวงกลาโหมขอใช้พื้นที่ สัก Zone หนึ่งให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลและย้ายลิงไปไว้ตรงนั้น สร้างรายได้ ให้กับชุมชนด้วยจะดีไหม เพราะอย่างที่บอกตอนนี้ปัญหาเรื่องการขอใช้พื้นที่ทหารก็เป็น ปัญหาอยู่เหมือนกัน ลองมาทำ Model ดูไหม ย้ายลิงเข้าไปไว้ในพื้นที่ทหาร จัดการร่วมกัน โดยรัฐ ราชการ และชุมชน สร้างรายได้ อยู่ร่วมกันตามยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าไม่อยากแก้ ยุทธศาสตร์ชาติลองวิธีนี้ดูก็ได้ เพราะไหน ๆ ก็มีพื้นที่ มีปัญหา มีที่ที่ต้องย้ายไปก็ใช้สักที่หนึ่ง ค่ายทหารนี่ล่ะครับผมว่าน่าจะเหมาะดี ชุมชนน่าจะ Happy เรื่องนี้อาจจะต้องเอาไปคุยกัน ยาว ๆ ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือจะย้ายลิงเข้าค่ายทหารกันดีในกรรมาธิการวิสามัญ ดังนั้น วันนี้ผมจึงขออภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ไปคุยกันเต็ม ๆ ในนั้น ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องปัญหาเหล่านี้ รวมถึงเรื่องสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่ในอนาคตเราคงได้คุยด้วย เมื่อการตั้งกรรมาธิการวิสามัญช้างป่าของผมตามญัตติมาถึง ขอบคุณท่านประธานครับ